ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างกลุ่มพันธมิตรสหรัฐและจีน ได้ทวีความสำคัญ และกลายมาเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์โลก ประเทศในกลุ่มพันธมิตรสหรัฐ เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ต่างมีนโยบายลดการพึ่งพาจีน และเริ่มทยอยกระจายฐานการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากจีน มายังภูมิภาคต่างๆ รวมถึงอาเซียน
โดยไทยได้กลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายปลายทางของการลงทุนดังกล่าวเช่นกัน อย่างไรก็ดี การผลิตและส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทย ยังต้องความท้าทายจากแรงกดดันด้านต่างๆ ดังนี้
– อุปสงค์อิเล็กทรอนิกส์โลกที่มีแนวโน้มแผ่วลง เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอและเสี่ยงถดถอย จากการที่หลายประเทศดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด และล่าสุดปัญหาในภาคธนาคารสหรัฐ และยุโรป เพิ่มความเสี่ยงต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า ซึ่งจะกระทบตามมายังยอดขายและการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในหลายประเทศรวมถึงไทย
– วัฏจักรขาลงของอิเล็กทรอนิกส์โลกหลังโควิด-19 คลี่คลาย โดยเฉพาะในกลุ่มคอมพิวเตอร์ที่เคยพุ่งขึ้นแรงในช่วงการระบาดของโควิด สะท้อนจากยอดขายอุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์รวมถึงฮาร์ดดิสก์ (HDD) ที่เริ่มมีแนวโน้มไม่คึกคักตั้งแต่ช่วงปลายปี ที่ผ่านมา โดยวัฏจักรขาลงดังกล่าวน่าจะส่งผลกดดันต่อการ ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทย ที่เน้นจับตลาดคอมพิวเตอร์ และ HDD เป็นหลัก ซึ่งกินส่วนแบ่งมูลค่าส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทยกว่า 46% ในปีที่ผ่านมา
– การแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่เข้มข้นขึ้นภายใต้กระแสลดการพึ่งพาจีนจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ดี ไทยก็ยังคงต้องเผชิญการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะผู้ประกอบการเวียดนามที่มีความได้เปรียบด้านต้นทุนแรงงาน และ ผู้ประกอบการมาเลเซียที่มีความเชี่ยวชาญการประกอบชิ้นส่วนซับซ้อนและไฮเทค ตลอดจนการแข่งขันกับผู้ผลิต PCB ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิต PCB ชั้นสูง โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ
ภายใต้สถานการณ์ความท้าทายดังกล่าว คาดว่า มูลค่าส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทยน่าจะมีแนวโน้มหดตัวในปี 2566 โดยลดลงแตะระดับ 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ หดตัวราว 4.5% จากที่ขยายตัวราว 5.0% ในปี 2565 โดยแรงฉุดหลักน่าจะมาจากสินค้าในกลุ่มคอมพิวเตอร์ และ HDD ที่น่าจะหดตัวราว 4.6% และ 36.2% ตามลำดับ
ขณะที่การส่งออก PCB ก็มีแนวโน้มหดตัวตามวัฏจักรขาลงของสินค้าในกลุ่มคอมพิวเตอร์และ HDD เช่นกัน โดยคาดว่าน่าจะหดตัวราว 12.8%
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด