เข้าฉายแล้ว ภาพยนตร์โรแมนติก-ทริลเลอร์ ภาคต่อ “แสงกระสือ 2” ที่เนรมิตร หนัง ฟิล์ม จับมือ ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม ร่วมกันสร้าง ผลงานการกำกับการแสดงของ ‘ดี้’ ปภังกร ปุณจันทรักษ์
นำแสดงโดย ‘นิ้ง’ ชัญญา แม็คคลอรีย์ (สาว), ‘เจเจ’ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม (คล้าว), ‘น้อย’ กฤษดา แคลปป์ (น้อย), ‘ปีเตอร์’ นพชัย ชัยนาม (พัน), ‘เอม’ ภูมิภัทร ถาวรศิริ (อนันต์) และ โจ คัมมินส์ (บาทหลวงออกัสติน)

“แสงกระสือ 2” เรื่องราวเกิดขึ้นหลังโศกนาฏกรรม “กระสือสายบ้านโคกอีนวล” ผ่านไป 30 ปี น้อย เลี้ยงดู สาว ลูกสาวที่ได้รับเชื้อกระสือ ทำให้ น้อย และบาทหลวงออกัสติน ร่วมคิดค้นตัวยาเพื่อใช้รักษาสาว ได้พบ คล้าว บุตรบุญธรรมของบาทหลวงออกัสตินที่มีความผิดปกติทางร่างกายแต่กำเนิด ความรักของทั้งคู่ค่อยๆ ผลิบานพอๆ กับเชื้อร้ายในตัวสาวที่เริ่มออกอาการมากขึ้น นักลงทุนชาวต่างชาติต้องการตัวกระสือสาว พัน อดีตทหารรับจ้างจึงถูกจ้างมาเพื่อไล่ล่า

โดย ‘ดี้ ปภังกร’ ผู้กำกับฯ เผยถึงการทำภาพยนตร์ “แสงกระสือ 2” ว่า “เราต้องหาจุดเชื่อมจากภาคแรก ซึ่งพอพัฒนาบทที่เชื่อมจาก เรื่องเก่าแต่มาตีความใหม่ในแบบเรามันค่อนข้างยากมาก ความยากของการพัฒนาบทอยู่ตรงที่ผมไม่เชื่อเรื่องกระสือ ดังนั้นเราจะนำเสนออย่างไรให้เด็กรุ่นใหม่หรือคนที่ไม่เชื่อเหมือนเรา ทำให้เราและเขา เชื่อ โจทย์ต่อไปกระสือในนิยามของเราคืออะไร”
“ซึ่งผมมองว่า กระสือ เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ปกติเวลาเห็นสัตว์ที่ไม่เคยเห็นจะมองว่ามันเป็นสัตว์ประหลาดหรือผี แล้วถ้าไม่ใช่ผีจะเป็นอะไร เลยสมมติฐานเองว่าเป็นไปได้ไหมว่า 1,000 ปีที่แล้วมีอุกกาบาตนอกโลกตกลงมาพร้อมสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์หนึ่ง สปีชีส์นี้พยายามปรับตัวอยู่บนโลก จึงเข้าไปฟักตัวในร่างผู้หญิง พอโตเต็มที่ก็จะกลายร่าง ซึ่งมันมีสิทธิ์เกิดขึ้นได้ เลยคิดต่อว่าคนที่โดนสปีชีส์นี้ไปอยู่ในร่าง ถ้าเป็นทางพุทธคงเรียกว่าบาปกรรม แต่ถ้าเป็นทางวิทยาศาสตร์ก็เป็นแค่ผู้หญิงที่โชคร้ายที่ติดเชื้อชนิดหนึ่ง”

ทำไมพระเอกถึงต้องเป็น Albino หรือความผิดปกติทางพันธุกรรม “มันถูกคิดต่อมาจากแนวคิดของนางเอกที่โชคร้ายโดนเชื้อกระสือ เราก็ลองวางคาแร็กเตอร์พระเอกดู อย่าง นิ้ง ชัญญา เกิดมากับความไม่สมบูรณ์แบบ ตัวผู้ชายก็ควรไม่เพอร์เฟ็กต์ด้วยเพื่อให้มีจุดเชื่อมที่คล้ายกัน และผมต้องการให้ เห็นชัด เลยให้พระเอกเป็นโรค Albinism (ภาวะผิวเผือก)”

ส่วนการคัดเลือกนักแสดง ผู้กำกับฯ คนเดิมเผยว่า “เราคัดเลือกเยอะมากๆ เราต้องการคนที่พอดีที่สุด อย่าง นิ้ง ชัญญา ทางทรานส์ ฟอร์เมชั่นนำเสนอตั้งแต่แรก แต่ตอนนั้นผมขอเวลาอยากหาคนที่ใช่จริงๆ แต่ก็หาคนที่เหมาะสมไม่ได้ แล้วบังเอิญอ่านประวัตินิ้ง เขามีอะไรบางอย่างที่คลิกกับนางเอก เขามีก้อนเนื้อที่ไม่ต้องการเหมือนนางเอก เลยคิดว่าเขาน่าจะเอาประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตมาตีโจทย์กับบทนางเอกอย่าง ‘สาว’ ได้เป็น อย่างดี”

“ส่วนพี่น้อย พรู ที่รับบท ‘น้อย’ ตัวละครเดียวที่มาจากภาคที่แล้ว และเป็นตัวละครที่ทำให้เกิดเรื่องราว ในภาคแรกน้อยอยากเป็นหมอ มาภาคนี้ผมเลยเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้น้อย สมมติให้เขามีชีวิตใหม่ได้แต่งงาน แต่ก็มีเรื่องที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นในชีวิต เขาต้องหาทางแก้ไขปัญหาอย่างดีที่สุด ในหัวผมบทนี้คือพี่น้อย พรู ตั้งแต่แรก รู้สึกว่าเวลาแกเงียบหรืออยู่กับตัวเอง มันมีความกดดันอะไรบางอย่างที่แกแสดงออกมาได้ดี”

“สำหรับ เจเจ ผมทำรีเสิร์ช โฟกัสกรุ๊ป มีนักแสดงหนุ่มรุ่นๆ เดียวกับเขาหลายคน ผมตั้งคำถามว่านักแสดงคนไหนหน้าตาแปลกที่สุด ถ้าบอกว่าเขาเป็นมนุษย์ต่างดาวใครจะน่าเชื่อที่สุด คาแร็กเตอร์ ‘คล้าว’ ผมต้องการคนธรรมดาที่ดูมีความพิเศษ แล้วเราก็เอานักแสดงเหล่านี้มาแมตช์ผิวสีขาว เจเจมีความตี๋ ดูแล้วมี combination ที่ดีตอนทำรีเสิร์ช อย่างนักแสดงคนอื่นที่มา แคสต์เล่นค่อนข้างดีทั้งนั้น มีบางคนเล่นดีมากแต่หล่อไป (หัวเราะ) ผมอยากได้คนที่ดูธรรมดาแต่มีคาริสม่าบางอย่างในตัว ตอนได้ พี่น้อย, นิ้ง และ เจเจ ผมดีใจมาก เห็นภาพหนังชัดขึ้นมาเลยครึ่งเรื่อง”

“นอกจากนี้ยังมี พี่ปีเตอร์ ตอนเขียนบท พัน อดีตทหารรับจ้างที่เจ็บปวดจากสงครามเวียดนาม ผมเห็นหน้าพี่ปีเตอร์ลอยมาคนเดียวเลย ส่วนคุณโจ คัมมินส์ รับบท บาทหลวงออกัสติน ตอนนั้นโจทย์คุณโจยากสุด ต้องเป็นฝรั่งที่พูดไทยได้ ก็พยายามหา ในที่สุดก็ได้ คุณโจมา และ เอม ภูมิภัทร รับบท อนันต์ ลูกเลี้ยงที่คอยช่วยเหลือ ออกัสตินมาตลอด จนถูกส่งไปเรียนต่างประเทศ ดังนั้นเขาจะมีความคิดแบบตะวันตก”
“ฝากหนัง แสงกระสือ 2 ด้วยครับ เป็นรสชาติใหม่ ลองเสพกันดูว่ากระสือในรูปแบบนี้ทำให้คุณรู้สึกอะไรบ้าง” ผู้กำกับฯ ทิ้งท้าย