ที่จ.พิษณุโลก แกนนำพรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค น.ส.เบญจา แสงจันทร์ กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ว่าที่ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ หาเสียงร่วมกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก ทั้ง 5 เขต
นายพิธา กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มต้นการทำงานในสภา ตนเดินทางมาพิษณุโลกบ่อยครั้ง เพราะเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีปัญหาที่ดินหลายกรณีมาก และนั่นเป็นเหตุผลที่ตนต้องมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อนำข้อเสนอ 4 ปลดล็อก มาเสนอเพื่อแก้ปัญหาให้กับทุกคนที่นี่ รวมถึงประชาชนทั่วประเทศที่เผชิญปัญหาแบบเดียวกัน จากปัญหาระยะสั้นไปถึงระยะยาว ให้แก้ปัญหาไปถึงอนาคตของลูกหลานทุกคน
ปลดล็อกที่หนึ่ง คือปลดล็อกสวัสดิการผู้สูงอายุ จากที่ตนได้เห็นงบประมาณของประเทศที่ถูกจัดสรรผ่านมาทั้ง 4 ปี พบว่ามีงบที่ถูกนำไปใช้อย่างไม่มีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะงบของกองทัพ มากกว่างบที่เอามาดูแลประชาชนเสมอ พรรคจึงมีนโยบายที่จะเปลี่ยนงบกองทัพที่ไม่จำเป็นเอามาทำเป็นงบเพิ่มเบี้ยสูงอายุจาก 600 เป็น 3,000 บาทต่อเดือน นี่คือรัฐสวัสดิการที่ทำให้ผู้สูงอายุ อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี
ปลดล็อกที่สอง คือปลดล็อกที่ดิน หลายพื้นที่มีสถานะเป็นเหมือนขนมชั้น คือ ส.ป.ก.ครอบทับกับกรมป่าไม้ ดูแลกันสองหน่วยงาน อำนาจบางส่วนทับซ้อนกัน ทำให้เวลาชาวบ้านไปเดินเรื่องก็ทำอะไรไม่ได้ เกี่ยงกันเป็นเก้าอี้ดนตรี พรรคจึงมีนโยบายเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด ทวงคืน ส.ป.ก.จากนายทุนทั่วประเทศ 4 ล้านไร่ หาที่ดินเพิ่มให้ประชาชนอีก 6 ล้านไร่ รวมเป็น 10 ล้านไร่ แม้ยังน้อยกว่าเมื่อเทียบกับที่ดิน 320 ล้านไร่ที่ประเทศไทยมีอยู่ แต่ถือเป็นกระดุมเม็ดแรกที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ดินในระยะยาว
ปลดล็อกที่สาม คือปลดล็อกหนี้สิน โดยเฉพาะในภาคเกษตร ใครก็ตามที่เป็นหนี้ธ.ก.ส. มีอายุเกิน 60 ปี และชำระหนี้เกินครึ่งของเงินต้นไปแล้ว นโยบายคือการปลดหนี้ให้ทันที และปลดล็อกที่สี่ คือปลดล็อกท้องถิ่น ด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด เพราะการมีผู้ว่าฯ แต่งตั้งมาจากกรุงเทพฯ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว จากวิกฤตโควิด ทำให้เห็นชัดเจนถึงความไร้ประสิทธิภาพ ในการจัดการโดยสั่งการจากส่วนกลาง ยังไม่นับรวมกับหลายปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น ไฟป่า ฝุ่น น้ำท่วม น้ำแล้ง ปัญหาเหล่านี้ต้องการ คนรู้ปัญหา คนที่อยู่ใกล้ตัวกับประชาชน จึงจะได้รับการแก้ปัญหาได้ดีที่สุด