แปลงโฉมเป็นนางแมวยั่วสวาท ในซิงเกิลใหม่ “คาถาทาสแมว” สาวน้อยเสียงใส ‘แป้งร่ำ ศิวนารี’ สังกัดแกรมมี่โกลด์ ใส่เต็ม ทั้งร้องทั้งเต้น สะกดทาสแมวให้อยู่หมัด

● คาถาทาสแมว ซิงเกิลใหม่
แป้งร่ำ – “เพลงนี้ก็มีการปรับสไตล์แนวเพลงให้มีความสนุกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ผสมความเป็นภารตะ มีจังหวะช้า และเร็ว สลับกัน ได้พี่โจ (เหมือนเพชร อำมะระ) แต่งเนื้อเพลงให้ เนื้อหาไอเดียได้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนนั้นมีกระแสเพลงที่ร่ายมนต์ให้คนมาหลงรักกำลังมา พี่โจก็เลยมองเห็นว่าอยากให้แป้งร่ำร้องเพลงที่เกี่ยวกับเสกมนต์คาถาก็เลยตีความเป็นเพลงคาถาทาสแมว”

“เพลงนี้ร้องยากมากค่ะเพราะ พี่เบล มีการดีไซน์ให้มีความภารตะหน่อยๆ แต่ไม่ได้ทั้งเพลงนะคะ แค่ผสมความเป็นภารตะเพื่อเพิ่มเกี่ยวกับการร่ายมนต์อารมณ์แม่มดอินเดียที่มีการร่ายมนต์ เสกคาถาอะไรใดๆ ซึ่งท่อนที่ยากที่สุดก็จะเป็นท่อนฮุก ‘โอมชิดพิศวาส โอมคิดพิศวาส ทาสรักแมวยั่วสวาท ความรักไม่เคยจะขาด ใกล้ชิดยิ่งพิศวาส ไม่อาจจะแปรเปลี่ยนใจ’ เพราะว่าฮุกที่สองจะเสียงสูงขึ้นไปอีกคีย์หนึ่งเลย ก็ต้องพยายามไต่ระดับเสียงไปให้ถึงให้ได้ค่ะ”

● ซิงเกิลนี้มาในลุกส์ใหม่?
แป้งร่ำ – “ใช่ เราเป็นนักมายากลดูจากเสื้อผ้าได้ คืออยากจะร่ายมนต์ให้ชายหนุ่มมาหลงรัก ให้กลายเป็นเหมือนทาสแมว มีฟีลคลอเคลีย ก็เลยเปรียบเทียบให้เห็นว่าคนที่เรารัก เอ็นดูฉันเหมือนเป็นทาสแมวค่ะ เพลงนี้จังหวะจะเร็วขึ้นกว่าทุกๆ เพลงที่หนูทำมาเลย จะมีความเป็นภารตะนิดๆ มีการร่ายมนต์เสกคาถา”

● ซิงเกิลที่ 5 แล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง?
แป้งร่ำ – “พิเศษกว่าเดิมค่ะ เหมือนหนูพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ คือตอนแรกๆ หนูจะร้องเพลงช้าเนิบๆ มาเป็นเพลงมีเดียม และเป็นเพลงเร็ว เพลงนี้ก็เต้นเยอะกว่าทุกๆ เพลง”

● เพลงนี้เปลี่ยนกี่ชุด?
แป้งร่ำ – “คอนเซ็ปต์เป็นนักมายากลสาว ในเอ็มวีก็จะเปลี่ยนทั้งหมด 3 ชุดด้วยกัน อีกชุดก็จะเป็นชุดที่เราอยู่ในกรง แต่งเป็นแมวสีขาว จนท้ายๆ เพลงเราก็เริ่มดุขึ้นก็จะกลายเป็นแมวยั่วสวาท ถ้าใครชมเอ็มวีแล้วจะเห็นว่ามีการเปลี่ยนสีตาเหมือนว่าจะแปลงร่างแล้ว”

● จะกี่เพลงก็มาในลุกส์สาวเซ็กซี่?
แป้งร่ำ – “จากที่คนชมเอ็มวีหรือฟังเพลง เขาไม่อยากให้หนูเป็นสายหวานเลย เขาไม่ชอบ ทุกคนจะอยากให้เรามีความเปรี้ยว แซ่บ เขาอยากได้ลุกส์แบบนั้นเลยต้องเพิ่มสเต็ปเรื่อยๆ”

● ท่าเต้นก็แซ่บไม่มีแผ่ว?
แป้งร่ำ – “ซึ่งถือว่าเป็นเพลงเร็วเพลงแรกที่เต้นเร็วขนาดนี้ แต่แป้งก็ไม่ยอมแพ้ค่ะ ใช้เวลาซ้อมประมาณ 3 วัน ซ้อมจนวันเดียวหนูก็จำท่าได้เลย คือในเพลงนี้ท่าเต้นแรงและแป้งร่ำก็ใช้สรีระหลายส่วนของร่างกายเยอะมาก ทั้งยกแขน ยกขา เต้นยับเต้นโหด แถมท่าเต้นก็สุดยั่วสวาทแบบไม่เคยทำมาก่อน พี่ๆ เขาก็ช่วยขัดเกลา กลับบ้านก็มาฝึกหน้ากระจก ก็ได้พี่ๆ ทีมงาน LGBTQ มาช่วยสอนท่าเต้นหนู แดนเซอร์ก็จะมี 2 ชุด แบบแมนๆ และเป็นแมวอีกสายพันธุ์หนึ่ง”

● ในเอ็มวีน่าตื่นตาตื่นใจมากเลย ใช้งบเยอะ?
แป้งร่ำ – “หนูว่าน่าจะเยอะ เพราะว่าจ้างน้องแมวมาแพง น้องแมวคิวเป็นหมื่น เพราะน้องถ่ายโฆษณาอยู่แล้ว ชื่อน้องลูน น้องน่าจะออกไปเป็นพันธุ์ต่างประเทศ สายหนาว เพราะขนน้องเยอะมาก น่ารักมาก เชื่องด้วย เพราะการถ่ายทำเอ็มวีแมวก็ต้องอยู่เฉยๆ แล้วน้องก็จ้องกล้องเหมือนรู้มุมตัวเองค่ะ น้องเขาก็จะกังวลเรื่องคนเยอะนิดนึง เราก็คอยตบตูด คอยเกาคางน้อง ช่วยให้น้องอารมณ์ดีถ่ายทำผ่านไปได้ด้วยดี ตอนนี้หนูก็กลายเป็นทาสแมว ชอบไปคาเฟ่แมว”

“เอ็มวีได้เปลี่ยนชุดหลายชุดเลยค่ะมีทั้งแบบน่ารัก เซ็กซี่ ยั่วยวน ชอบหมดทุกลุกส์ค่ะ และซีนที่เต้นกับพี่ๆ แดนเซอร์ เขาก็ได้จำลองมาจากโรงละครเป็นการเซ็ตขึ้นมาแบบไม่มีที่ไหนแน่นอนเป็นโรงละครของคาถาทาสแมวเท่านั้น สนุกสนานเอ็นจอยสุดๆ ท่าเต้นก็เริ่ดเกินเบอร์ แซ่บเป๊ะทุกท่าทางและลีลาเด็ดดวง”

● ฟีดแบ็กเพลงนี้ ถูกใจแฟนๆ?
แป้งร่ำ – “ยังไม่เห็นคอมเมนต์ในเชิงลบนะคะ ส่วนใหญ่ทุกคนจะชอบแมว ก็ฝากเพลงคาถาทาสแมวด้วยนะคะ สามารถชมเอ็มวีได้ทางยูทูบ GRAMMY GOLD OFFICIAL มีชาลเลนจ์ในติ๊กต็อกด้วยนะคะ”

● แอบหวังให้เพลงติดชาร์ตในสตรีมมิ่ง?
แป้งร่ำ – “ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีใจค่ะ ถ้าไม่คาดหวังก็ไม่ผิดหวังค่ะ เราก็ต้องพัฒนาฝีมือตัวเองไปเรื่อยๆ เพราะสมัยนี้นักร้องเยอะ เพลงเยอะ ตอนนี้เน้นเก็บตังค์ เก็บประสบการณ์ เพราะอายุก็ยังน้อยอยู่”

● การเดินทางในช่วงชีวิตสู่เส้นทางนักร้อง เป็นอย่างไรบ้าง?
แป้งร่ำ – “สำหรับหนูมาเกินความฝันมากค่ะ เมื่อก่อนอยู่อาร์สยาม แต่ตอนนั้นไม่ได้ออกซิงเกิลเป็นของตัวเอง ร้องเป็นลูกกรุงไว้ จนพอหมดสัญญาก็มาออดิชั่น ที่แกรมมี่โกลด์ ตอนแรกก็ไม่คาดหวัง แต่ทางผู้ใหญ่ก็เรียกไปร่วมโปรเจ็กต์”

● ปัจจุบันเป็นศิลปินแกรมมี่โกลด์ พิสูจน์ตัวเองมาตลอด?
แป้งร่ำ – “เยอะเลยค่ะ หนูเพิ่งเซ็นสัญญาเป็นศิลปินเต็มตัวเมื่อปีที่แล้ว เพราะที่ผ่านมาเป็นศิลปินฝึกหัด หลังจากนี้ก็จะได้ทำงานเต็มรูปแบบ”

● ถือว่าเป็นใบเบิกโอกาสในเส้นทางนี้?
แป้งร่ำ – “ใช่ ตั้งใจทำเต็มที่ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ก็ส่งเสริมตลอด แต่ตอนนี้คุณพ่อไม่อยู่แล้ว ก็ต้องทำเพื่อคุณแม่ ท่านเป็นคนชอบฟังเพลง เป็นคนที่ไม่บังคับหนูในเรื่องของการเรียน เขาจะเต็มที่กับสิ่งที่หนูชอบและส่งเสริมไปทางนั้น ขอแค่ให้หนูตั้งใจและทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุดพอ ต่อให้ระหว่างทางเจออะไรที่ไม่ดีบ้างก็ไม่สนใจ โฟกัสแต่สิ่งที่ตัวเองทำ”

● ในเส้นทางนักร้องแข่งขันกันสูงไหม แม้กระทั่งในค่ายด้วยกันเองและนักร้องอิสระ?
แป้งร่ำ – “หนูมองว่าทุกๆ สายงานอาชีพก็มีการแข่งขันกันทุกสายงาน แต่ส่วนตัวหนูไม่ค่อยชอบการแข่งขัน คือหนูอยู่ในวงดนตรีลูกทุ่ง หนูไม่ชอบประกวดเลย เพราะจำได้ว่าเคยประกวดได้ที่ 1 แล้วปรากฏว่าเพื่อนในเฟซบุ๊กของคนที่ไม่ได้รางวัลมาโพสต์ด่าหนู คือมันเหมือนเราจิตตก เพราะเรายังเด็ก เลยไม่ชอบการประกวดเลย และคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างทำตามที่แม่บอก ทำตามหน้าที่ ไม่สนใจสิ่งลบๆ”

● ด้วยลุกส์เซ็กซี่มีคนเข้ามาด่าบ้างไหม?
แป้งร่ำ – “ยอมรับว่าแปลก ต่อให้แต่งโป๊ก็ไม่มีคนด่าหนูค่ะ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ต่อให้แต่งเว้าทุกคนก็ชอบ กลายเป็นเขาชมว่าน่ารักดี”

● นอยด์หรือเปล่าเป็นศิลปินฝึกหัดมานานมาก กว่าจะได้มาเป็นศิลปินเต็มตัว?
แป้งร่ำ – “หนูไม่นอยด์นะ คิดแค่ว่าการที่ได้มาอยู่แกรมมี่ โกลด์ มันก็คือที่สุดของชีวิตหนูแล้ว ไม่ได้คิดว่าจะต้องดังตอนนี้ ทำให้ดีกว่าคนนี้ คือตอนนั้นผู้ใหญ่บอกว่าถ้ามาอยู่ แกรมมี่โกลด์จะได้ร้องเพลงคัฟเวอร์ไปก่อนนะ แต่ปรากฏว่ามีโปรเจ็กต์พิเศษมา หนูก็เลยได้รับโอกาสตรงนั้น เลยทำให้หนูได้ทดสอบความสามารถ และได้เป็นศิลปินเต็มตัว”

● คิดว่าการเป็นศิลปินในยุคนี้มันมั่นคง?
แป้งร่ำ – “หนูมองว่ามันต้องหาอาชีพเสริมไปด้วยค่ะ อย่างช่วงโควิด-19 หนูก็ขายเทียนหอม นั่งทำเทียนหอมเองเลย ไม่ได้นอนเลย แล้วช่วงนั้นเอฟซีเขาก็มาช่วยซื้อเยอะมาก จนช่วงหลังเราทำไม่ได้ เพราะมีละครด้วย ก็ต้องแบ่งเวลาเรื่องงาน ยังคิดหางานเสริมที่นอกเหนือจากงานในวงการบันเทิงอยู่ค่ะ เพราะมันไม่แน่นอน เดี๋ยวนี้นักร้องเยอะ”

● แฟนคลับตอนนี้เยอะขึ้นบ้างไหม?
แป้งร่ำ – “มากขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก คือเมื่อก่อนคนคอมเมนต์น้อยมาก เงียบมากค่ะ เหมือนเขาไม่เก็ตแนวทางเพลงเรา จนเราพัฒนาไปเรื่อยๆ เขาก็เก็ตว่าเราเหมาะกับแนวไหน”

● วางแผนอนาคตในอาชีพนี้อย่างไร?
แป้งร่ำ – “ตอนนี้กะไว้ว่าจะทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง และร้องเพลง ถ้าพี่ๆ เขาให้โอกาสร้องเพลง หรือละครก็ทำทุกโอกาสให้ดีที่สุด ผู้ใหญ่ก็อุปถัมภ์เยอะ อย่างปีนี้ก็ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ว่าจะได้ทำอัลบั้มแรกในชีวิต หนูก็ตั้งใจมากเกินกว่าปกติ แล้วมันก็เป็นเพลงเร็วด้วย มีประมาณ 5 เพลงเป็นดิจิตัลอัลบั้ม ทุกคนจะได้เห็นตัวตนของหนูชัดเจน มากขึ้นค่ะ ตอนนี้เริ่มทำแล้วค่ะ ถือว่าเป็นอัลบั้มแรกในฐานะศิลปินเต็มตัว ภูมิใจ”

สุชาวดี อภิสัมภินวงค์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน