เป็นคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในแผ่นดินไทย โดยเงื้อมมืออาชญากรชาวจีน

สำหรับกรณีอุ้มฆ่านักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวจีน ยัดถุงหมกศพอำพรางคดีไว้ในร่องน้ำที่จ.นนทบุรี ก่อนหลบหนีออกจาก ประเทศไป

แม้การสืบสวนของตำรวจไทยจะรวดเร็ว ไล่ติดตามเช็กกล้องวงจรปิด สอบสวนหาพยานหลักฐานได้อย่างชัดเจน นำซึ่งการประสานข้อมูลให้ทางการจีนจับกุมได้อย่างรวดเร็ว

แต่ก็เกิดคำถามตามมาว่านอกเหนือจากทุนจีนสีเทาที่กำลังกวาดล้าง เหตุใดอาชญากรชาวจีนถึงเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทยบ่อยครั้ง

การตรวจสอบคัดกรองบุคคลเข้าประเทศทำได้ดีเพียงพอ หรือไม่ และต้องดำเนินการอย่างไรเพิ่มเติม

ไม่ให้ชาวจีนเหล่านี้ มาใช้ฐานในประเทศไทย ก่ออาชญากรรมอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

และทำให้ประชาชนพลเมืองดีทั่วไป นอนตาไม่หลับ ต้องหวาดกลัวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

วงจรปิดจับภาพคนร้าย

■ 3 จีนโหดอุ้มฆ่านศ.สาว

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นที่รับรู้เมื่อช่วงสายวันที่ 1 เม.ย. โดยพ.ต.ท.อนันท์ ปานทอง สว.สอบสวน สภ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุพบศพหญิงสาวถูกฆาตกรรมยัดใส่ถุงพลาสติกสายรุ้ง ทิ้งอยู่ในร่องน้ำสวนบัว ริมถนนวัดต้นเชือกศาลายา หมู่ 6 ต.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

แพทย์ชันสูตรระบุว่าผู้ตายเป็นหญิงอายุประมาณ 25-30 ปี ผิวขาว ไม่พบเอกสารในตัวผู้ตาย สภาพศพเน่าเปื่อย ถูกสัตว์กัดแทะแขนขวาตั้งแต่หัวไหล่จนถึงมือ แขนซ้ายมีบาดแผลจากของมีคมฟันหลายแผล ศีรษะถูกคลุมด้วยผ้าสีน้ำเงิน มีสก๊อตเทปใสพันรอบคอ แผ่นหลังคล้ายถูกไฟลน มีร่องรอยเขียวช้ำ ถูกทรมาน คาดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน

บ้านเช่าที่ก่อเหตุ

เจ้าหน้าที่เร่งเช็กวงจรปิดเพื่อคลี่คลายคดี

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 31 มี.ค. อาจารย์ที่ปรึกษาของน.ส.จินซ่าน อายุ 22 ปี นักศึกษาแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ชั้นปีที่ 3 เอกการดนตรีเข้าแจ้งความที่สน.ธรรมศาลา ว่าลูกศิษย์หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. โดยระบุว่า บิดาของน.ส.จินซ่าน ซึ่งเป็นครูสอนดนตรีที่ประเทศจีน ติดต่อมาว่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค. มีคนร้ายติดต่อผ่านแอพพลิเคชั่นวีแช็ตของลูกสาว ส่งภาพน.ส.จินซ่าน ถูกกักขังมัดมือเท้าในสถานที่แห่งหนึ่ง เรียกเงินค่าไถ่ 5 แสนหยวน หรือ 2.5 ล้านบาท ให้โอนเข้าบัญชีคนจีนคนหนึ่ง แต่ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงไม่ได้โอนตามที่ถูกข่มขู่จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้ เกรงจะเกิดอันตราย

ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าศพที่พบในร่องน้ำนั้น ก็คือ น.ส.จินซ่าน นั่นเอง

จากคดีลักพาตัวกลายเป็นคดีฆาตกรรมทันที!!!

เจ้าหน้าที่จึงเร่งคลี่คลายด้วยการเช็กวงจรปิดในมหาวิทยาลัย พบว่าเมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 มี.ค. น.ส.จินซ่าน เดินทางออกจากมหาวิทยาลัย และพบวงจรปิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเลียบคลองทวีวัฒนา เมื่อเวลา 19.16 น.

จากนั้นเวลา 21.00 น. หลังรับประทานอาหารเสร็จ น.ส.จินซ่านข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามเพื่อเรียกแท็กซี่ไปยังห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต ก่อนจะถูกคนร้าย 3 คน ซึ่งเป็นคนจีนด้วยกัน ทราบชื่อภายหลังว่า นายเซียงเฟย โจว นายเผิงเฟย โจว และนายไซกัง เฉิน ซึ่งเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2566 ลักพาตัวไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งใกล้ที่เกิดเหตุ

จากนั้นเวลา 01.30 น. พบรถมาสด้าสีแดงมาจอดที่บริเวณร่องน้ำสวนบัว แล้วคนร้ายทั้ง 3 ลงมาจากรถ นำศพน.ส.จินซ่าน ยัดใส่ถุงพลาสติกสายรุ้งแล้วเอามาทิ้งไว้ที่บริเวณดังกล่าว

หลักฐานชัดเจนทั้งหมด

สาวไทยร่วมแก๊ง

■ แฉร่วมมือสาวไทยด้วย

ทั้งนี้จากการสอบสวนพบว่า คนร้ายทั้ง 3 ได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. ปลายทางเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน

บ้านหลังดังกล่าวที่คาดว่าใช้เป็นที่กักขังน.ส.จินซ่าน และเป็นสถานที่ฆาตกรรม มีผู้หญิงคนหนึ่งมาติดต่อขอเช่าเป็นระยะเวลา 1 เดือน ทำสัญญาเช่าตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งคืนวันที่ 29 มี.ค. ผู้เช่าติดต่อขอคืนบ้านเช่ากับเจ้าของบ้าน อ้าง ต้องเดินทางกลับประเทศด่วน และขอเงินค่าเช่าที่จ่ายล่วงหน้าบางส่วนคืน

ขณะที่รปภ.ยืนยันว่าเห็นน.ส.จินซ่าน นั่งแท็กซี่สีเขียว-เหลือง มาลงที่หน้าหมู่บ้าน จากนั้นมีรถเก๋งสีแดงมารับ ก่อนที่จะ ขึ้นรถเข้าไปในหมู่บ้าน และในวันที่ 29 มี.ค. พบรถเก๋ง มาสด้าสีแดงขับออกไปเวลา 20.20 น. และไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย

ทั้งนี้จากแนวทางสืบสวนคาดว่ากลุ่มคนร้ายซึ่งมี 3 คนนั้นน่าจะวางแผนล่วงหน้า โดยกลุ่มชาวจีนทั้ง 3 คน สืบประวัติ น.ส.จินซ่านตั้งแต่ชั้นปี 1-2 ที่เรียนที่มหาวิทยาลัยในจีน รู้ว่ามีพ่อเป็นครูสอนดนตรีที่ฐานะดี เข้าขั้นเศรษฐี คนร้ายจึงล่อลวงให้น.ส.จินซ่านหลงรัก และยอมคบหา 1 ใน 3 ของแก๊ง เมื่อทราบว่าน.ส.จินซ่านบินมาเรียนไทย ก็ซื้อตั๋วบินตามมา โดยมาเช่าบ้าน เช่ารถเพื่อก่อเหตุ จนกระทั่งเรียกเธอมาพบเพื่อเรียกค่าไถ่ ก่อนที่จะพลั้งมือฆ่า

นอกจากนี้ยังพบผู้สมรู้ร่วมคิดเป็นสาวชาวไทย คือ น.ส.ชนิดา มาทอง อายุ 19 ปี สาวคาราโอเกะ ซึ่งเจ้าหน้าที่คุมตัวมาสอบสวนและให้การรับสารภาพว่า กลุ่มคนร้ายชาวจีนทั้ง 3 ราย เป็นลูกค้าเข้ามาเที่ยวที่ร้านจนเกิดความสนิทกัน กระทั่งทั้ง 3 คนมาปรึกษาเกี่ยวกับการอุ้มตัวนักศึกษาสาวชาวจีนเพื่อเรียกค่าไถ่ ไปจนถึงขั้นตอนหลัง น.ส.จินซ่าน ถูกฆ่าตายแล้ว

จึงแนะนำให้นำร่างไปยัดถุงและนำไปทิ้งเพื่ออำพรางคดี รวมทั้งยังเป็นคนขับรถไปส่ง 3 คนร้ายชาวจีนเพื่อขึ้นเครื่องหลบหนีกลับประเทศจีนด้วย

ด้านพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เปิดเผยว่า จากการประสานทางการจีน ทราบว่าตำรวจจีนได้จับกุมชายชาวจีน 3 คน ที่ก่อเหตุร่วมกันฆ่านักศึกษาสาวชาวจีนได้แล้วที่เมืองอู่ฮั่น และจะดำเนินคดีเพราะทั้ง 3 คน เคยก่ออาชญากรรมในประเทศจีน ขณะเดียวกัน ตร.จะส่งพนักงานสอบสวนบินไปสอบปากคำ ผู้ต้องหาที่ประเทศจีนด้วย

ปิดคดีได้อย่างรวดเร็ว

ส่งภาพรีดค่าไถ่

■ ย้อนคดีแก๊งอุ้มรีดค่าไถ่

ทั้งนี้ในรอบ 1-2 เดือนที่ผ่านมา พบว่าก่ออาชญากรรมในไทยของกลุ่มชาวจีนเกิดขึ้นไม่น้อย โดยเมื่อวันที่ 16 มี.ค. ก็มีเหตุ แก๊งชาวจีนก่อเหตุอุกอาจกลางกรุง บุกอุ้ม น.ส.เนี่ย ลี่ เจี่ยว หรือเสี่ยวอี้ ลวง น.ส.เวง เมงลู อายุ 32 ปี สาวจีนหลังจากออกจากร้านอาหารย่านทองหล่อ โดยคนร้ายใช้นกต่อที่เป็นเพื่อน ของเหยื่อ ลวงมารับประทานอาหาร ก่อนจะให้เพื่อนร่วมแก๊งใช้กรรไกรจี้ขึ้นรถตู้อัลพาร์ด ปิดตา ปิดปากกักขังไว้ในรถ 1 คืน บังคับรีดเงินหยวนและเงินดิจิทัลกว่า 3.3 ล้านบาท

สุดท้ายตม.สระแก้ว จับกุมแก๊งชาวจีนนี้ได้ โดยมีนายราน เสียวหย่ง อายุ 52 ปี สัญชาติจีน นายเซิง โป สัญชาติจีน ขณะเตรียมหลบหนีออกไปฝั่งประเทศกัมพูชา บริเวณชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ส่งตัวดำเนินคดีข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง ผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกายจนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้นโดยมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ

ขณะที่เมื่อวันที่ 20 มี.ค. นายหม่าหมิง อายุ 33 ปี เข้าแจ้งความที่สภ.หนองปรือ ระบุว่า น.ส.ซานฉีเฉียง อายุ 33 ปี ภรรยาและ พี่ชาย ถูกชาวจีนลักพาตัวไป ขณะที่ส่งลูกชายวัย 3 ขวบไปโรงเรียน ต่อมาคนร้ายโทรศัพท์มาข่มขู่เรียกค่าไถ่เงินสด 1 ล้านหยวน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 5 ล้านบาท เพื่อแลกตัวภรรยาและพี่ชาย

ต่อมาคนร้ายปล่อยตัวทั้งสองออกมาเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 มี.ค. และจากการสืบสวนสามารถจับกุมนายอู๋ ไห่หยาง อายุ 33 ปี ชาวเมืองหนานหนิง ประเทศจีน โดยจับได้ที่ท่าอากาศยาน สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะที่นายเฉิน หวัง อายุ 29 ปี คนร้ายอีกคนหลบหนีกลับประเทศจีน อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี

ก่ออาชญากรรมรัวๆ จนเกิดคำถามการคัดกรองคนจีนเข้าประเทศ ร้อนจนพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ต้องเชิญพล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. หารือแนวทางแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาไทย โดยใช้ Visa on Arrival หรือ VOA

พร้อมระบุว่านโยบายของรัฐบาลต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ก็ให้เข้มงวดกวดขันพวกที่อยู่เกินกว่ากฎหมายกำหนด หรือโอเวอร์สเตย์ พร้อมประสานข้อมูลกับทางการจีน เพื่อทราบข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับประวัตินักท่องเที่ยว ว่ามีประวัติก่อคดีอาชญากรรมมาก่อนหรือไม่ เพื่อเฝ้าระวัง

ไม่ให้เกิดเหตุสะเทือนขวัญเช่นนี้อีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน