เอเอฟพีรายงานวันที่ 8 เม.ย. ถึงสถานการณ์ตึงเครียดในเอเชียตะวันออก หลังจากกองทัพปลดปล่อยประชาชนแห่งจีน (พีแอลเอ) เปิดฉากซ้อมรบรอบเกาะไต้หวัน ภายใต้รหัส “สามัคคีดาบคม” เป็นเวลา 3 วันจนถึงวันที่ 10 เม.ย. โดยระบุว่าการซ้อมรบครั้งนี้เป็นการส่งคำเตือนที่ดุดันไปยังรัฐบาลไต้หวันเพื่อให้ตระหนักว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่
ภายหลังทางการจีนแสดงความไม่พอใจอย่างมากที่ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ผู้นำหญิงแห่งไต้หวัน พบปะนายเควิน แม็กคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา ระหว่างแวะต่อเครื่องบินที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 5 เม.ย.
โฆษกกองบัญชาการภาคตะวันออก กองทัพปลดปล่อยประชาชนแห่งจีนระบุในแถลงการณ์ว่า การซ้อมรบของกองทัพจะเกิดขึ้นในพื้นที่ทางทะเลและน่านฟ้าของช่องแคบไต้หวัน นอกชายฝั่งทางเหนือ ทางใต้ และตะวันออกของไต้หวัน ด้านซินหัวระบุว่า “ปฏิบัติการนี้เป็นการเตือนอย่างจริงจังถึงการสมรู้ร่วมคิดระหว่างกองกำลังแบ่งแยกดินแดนที่แสวงหาเอกราชของไต้หวันกับกองกำลังภายนอก และต่อต้านกิจกรรมที่ยั่วยุของพวกเขา ปฏิบัติการนี้มีความจำเป็นต่อการปกป้องอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน”
ขณะที่กระทรวงกลาโหมไต้หวันแถลงตำหนิการประกาศซ้อมรบ และว่าจีนกำลังคุกคามเสถียรภาพในภูมิภาค โดยใช้ข้ออ้างการเยือนสหรัฐของผู้นำไต้หวันเป็นข้ออ้างในการฝึกซ้อมทางทหาร พฤติกรรมนี้ถือเป็นการบ่อนทำลายสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงในภูมิภาคอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ยังระบุว่าตรวจพบเรือรบของกองทัพจีน 8 ลำ และเครื่องบินขับไล่อีก 42 ลำ รอบๆ ไต้หวัน ด้านประธานาธิบดีไช่กล่าวว่า “ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เราเผชิญกับการขยายตัวของเผด็จการอย่างต่อเนื่อง ไต้หวันจะทำงานร่วมกับสหรัฐและประเทศอื่นๆ ที่มีแนวคิดเดียวกันต่อไป เพื่อร่วมกันปกป้องคุณค่าของเสรีภาพและประชาธิปไตย”