นักแสดงสาวฝีมือดี ‘นิ้ง’ ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ รับบท ‘สาว’ ในภาพยนตร์ “แสงกระสือ 2” เจ้าตัวบอกว่าในภาคนี้ยังคงมีรสชาติที่คนดูเคยหลงรักจาก “แสงกระสือ” คือทั้งเรื่องความโรแมนติก ความเป็นมอนสเตอร์ แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยรสชาติใหม่ เซอร์ไพรส์แบบคาดไม่ถึง

◆ ทำไมตัดสินใจมาแคสต์เรื่องนี้?
นิ้ง – “Presentation ของหนัง เรื่องย่อ Background character ของตัวละคร และ Profile ของทีมค่ะ สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับนิ้งคือตัวละครกระสือในภาคนี้มันสดใหม่มาก ความเชื่อความคิดมันน่าสนใจไปหมด เรากระหายบทที่เข้มข้น ในภาคนี้มันยังมีส่วนขยายของตัวกระสือที่เป็นเรื่องของ physical เข้ามาด้วย ซึ่งเราไม่เคยเห็นใครทำแบบนี้มาก่อน ตรงนี้มันท้าทายในด้านการแสดงมาก ตัวละครนี้มีความต้องการหลายอย่างที่เรายังไม่เคยได้ทำ เราอยากเป็นคนสร้างชีวิตให้มันมากจริงๆ”

◆ บท สาว ที่นิ้งได้รับ คาแร็กเตอร์เป็นอย่างไรบ้าง?
นิ้ง – “สาว อายุ 19 ปี ร่าเริง ใสซื่อ อ่อนโยน ในขณะที่อีกด้านก็เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว บางครั้งสาวก็รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวที่ไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป และถึงแม้สาวจะเป็นเด็กบ้านนอกที่อยู่ในป่าเขา แต่ก็มีความรู้รอบตัวและก้าวหน้ากว่าชาวบ้านทั่วๆ ไป จากการที่พ่อ (น้อย วงพรู) ซื้อหนังสือมาให้อ่าน พอเข้าสู่วัยฮอร์โมนพลุ่งพล่าน ได้เจอคล้าว (เจเจ กฤษณภูมิ) อีกครั้ง สาวก็มี ความรักและความหวังขึ้นมาใหม่ พอดีกับปัญหาใหม่ที่จ่อรอจะเข้ามา พาร์ตของกระสือ ตัวแปรอีกอย่างที่อาจจะทำให้สาวกลายเป็นกระสือที่ดุร้าย คืออารมณ์ เช่น โมโห โกรธแค้น หรือเสียใจ”

◆ การทำงานเป็นอย่างไรบ้าง?
นิ้ง – “การมีทีมที่ดีจะทำให้เรื่องที่ยาก มันก็ยังคงยากแต่สนุก เขาไม่ต้องรับฟังความคิดเห็นหรือขอความคิดเห็นจากเราก็ได้ แต่ทุกคนรับฟังกันและกันหมด คิวแรกที่ถ่ายทำนิ้งเจอ สัตว์ เด็ก เอฟเฟ็กต์ สะลิง ครบ เราถ่ายฉากท้ายๆ เรื่องกันก่อน อารมณ์เข้มข้นและก็เป็นพาร์ตมอนสเตอร์ซะเยอะ ขึ้นสะลิง ขึ้น flflflying rig ใส่คอนแท็กต์เลนส์ ฟันปลอม ชุดบอดี้สูท แปะจุดมาร์กเพื่อทำซีจี ผมใส่วิก นิ้งไม่เหลืออะไรเลย มีแค่หน้าเท่านั้น (หัวเราะ) ตอนที่ถ่ายทำเป็นช่วงหน้าหนาวด้วย ชุดที่ใส่ก็บางมาก หนาวสุดๆ โลเกชั่นที่นครนายก เป็นบ้านที่สร้างกัน ขึ้นมาใหม่อยู่ในป่า ต้องนั่งรถโฟร์วีลส์ เข้าไป ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ อีกที่คือเชียงใหม่ ที่เริ่มสบายขึ้นหน่อย เป็นพาร์ตเที่ยวกับหนุ่มสดใส”

◆ ในส่วนของการแสดง นิ้ง ดีไซน์มูฟเมนต์การเป็นกระสือด้วย เราดีไซน์อย่างไร และเอาไอเดียมา จากไหน?
นิ้ง – “ภาคนี้การกลายร่างของกระสือถูกออกแบบให้แตกต่างจากภาคที่แล้วในเชิง physical เราจะได้เห็นถึงกระบวนการถอดหัวและกลับเข้าร่างที่อ้างอิงมาจากสัตว์ต่างๆ รวมทั้งการเคลื่อนไหวอย่างเช่นแมงกะพรุน หรือปลาหมึก ภาคนี้คนเขียนบทตีความว่ามันเป็น Creature ที่ใช้ร่างมนุษย์เป็นรังแพร่เชื้อโดยน้ำลาย ก่อนแสดงเรามีการทำเวิร์กช็อปมอนสเตอร์ คลาส และเราก็ศึกษาการเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ จากในสารคดี เอามาผสมๆ กันเข้ากับสัญชาตญาณของเรา เรื่องนี้ใช้จินตนาการเยอะมากๆ”

◆ ภาคแรกค่อนข้างประสบความสำเร็จ พอมาเล่นภาค 2 เรากดดันไหม กลัวเรื่องการเปรียบเทียบหรือเปล่า?
นิ้ง – “นิ้งว่ามันเป็นเรื่องของรสนิยม ซึ่งยังไงมันก็จะต้องมีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายออกมามากมายอยู่แล้ว มันก็เป็นเรื่องของคนดูที่จะตัดสินใจ ในมุมเราหนังยังคงมีรสชาติที่คนดูเคยหลงรัก ทั้งความโรแมนติก และความเป็นมอนสเตอร์ แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยรสชาติใหม่ ให้เซอร์ไพรส์ในทิศทางที่คาดไม่ถึง”

◆ การร่วมงานกับผู้กำกับฯ พี่ ‘ดี้’ ปภังกร ปุญจันท รักษ์ เป็นอย่างไรบ้าง?
นิ้ง – “สบายใจ พี่ดี้เก่ง มีวิสัยทัศน์ และคุยกับเราแบบพี่น้องรับฟังกัน การทำงานเป็นแบบ พี่ดี้กำกับครึ่งหนึ่ง และปล่อยให้เราแสดงอย่างอิสระอีกครึ่งหนึ่ง เขาจะเล่า sequence ในซีนนั้นให้ฟัง และปล่อยให้เราแสดง ถ้าเขามีความต้องการอื่นเพิ่มขึ้นมาเขาก็จะบอกเอง บางอันที่เราเล่นขายๆ ไปแล้วเขาชอบเขาก็จะบอกว่าเขาชอบ แต่ความประทับใจคือ มีวันหนึ่ง พี่ดี้ส่งเพลงหนึ่งมาให้ เป็นทำนองเพลงญี่ปุ่นไม่มีเนื้อร้อง พี่ดี้บอกว่าอารมณ์ความรู้สึกสาวกับคล้าวมันโทนประมาณนี้ เราเก๊ตทันทีเลย ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก สำหรับเราดนตรีมันเป็นภาษาสากลมาก ทุกเพลงมักจะทำให้เรารู้สึกอะไรบางอย่าง มันเป็นเรื่องของพลังงาน เพลงนี้มันก็ทำงานอย่างนั้น”

◆ คิดว่าเรื่องนี้โดดเด่นอย่างไรบ้าง?
นิ้ง – “เป็นภาพยนตร์บันเทิงที่มีรสชาติหลากหลาย ไม่ประนีประนอม ในขณะเดียวกันก็มีความโดดเด่นด้านสุนทรียภาพเป็นอย่างมาก เป็นหนัง monster fantasy ที่มีความเป็นมนุษย์อยู่สูง อีกอย่างใน แสงกระสือ 2 นี้จะทำให้คนดูมีภาพจำเกี่ยวกับกระสือและกระหังในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างออกไปจากที่เคยมีมา อยากให้ทุกคนไปสัมผัสในโรงภาพยนตร์ เชื่อว่าจะเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าอย่างแน่นอนค่ะ”