เรียกว่าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามสำหรับอนาคตการค้าแข้งของ ลิโอเนล เมสซี แนวรุกซูเปอร์สตาร์ทีมชาติอาร์เจนตินา หลังเจ้าตัวกำลังจะหมดสัญญากับปารีส แซงต์ แชร์กแมง หลังจบฤดูกาลนี้ ทว่ายังไม่มีการขยายออกไป
โดยถึงแม้เปแอสเชจะขอเจรจาในการขยายสัญญาใหม่กับเมสซี มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ทว่าจนถึงปัจจุบันทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่สามารถหาข้อตกลงกันได้ ท่ามกลางการจับตาจากหลายสโมสรที่สนใจคว้าตัวแข้งวัย 36 ปีรายนี้ไปเสริมแกร่ง ทั้งบาร์เซโลนา อดีตต้นสังกัดของเจ้าตัวจากลา ลีกา สเปน, อินเตอร์ ไมอามี จากเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐ และอัล ฮิลาล จากซาอุดีอาระเบีย โปรลีก เป็นต้น
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้อนาคตของเมสซี สามารถออกได้ทุกหน้าว่า สุดท้ายแล้วเจ้าตัวจะลงเอยกับทีมใดในซีซั่นหน้า?
ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
เมสซีย้ายจากบาร์เซโลนา มาอยู่กับเปแอสเช เมื่อปี 2021 ซึ่ง เจ้าตัวก็ทำผลงานให้กับทีมได้น่าพอใจหลังซัดไป 29 ประตู จากการลงสนาม 67 เกมทุกรายการ จนในช่วงหลังจบศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่เมสซีพาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์มีรายงานว่า เจ้าตัวสามารถตกลงทางหลักการกับเปแอสเช ในการขยายสัญญาที่กำลังจะหมดลงในช่วงหลังจบฤดูกาลนี้ออกไปอีกปี ถึงกระนั้นสุดท้ายแล้วในขณะนี้ ก็ยังไม่มีการจรดปากกาต่อสัญญาแต่อย่างใด
โดยตามรายงานของ “บีบีซี” สื่ออังกฤษเผยว่า หลุยส์ คัมโปส ผู้อำนวยการฟุตบอลของเปแอสเช ได้ขอให้เมสซีลดค่าเหนื่อยลงจากเดิมเพื่อไม่ให้กระทบต่อกฎไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ รวมถึงความไม่แน่นอนในตำแหน่งผู้จัดการทีมของคริสตอฟ กัลติเยร์ ทำให้เมสซียังไม่ตัดสินใจฝากอนาคตกับยอดทีมแดนน้ำหอม
บาร์เซโลนา
แน่นอนว่าการย้ายออกจากทีมของเมสซี สร้างความผิดหวังให้กับบอร์ดบริหาร รวมถึงแฟนบอล “เจ้าบุญทุ่ม” เนื่องจากเป็นการจากลาด้วยปัญหาด้านการเงิน
อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลาที่ผ่านมา บาร์ซ่าก็มีข่าวเชื่อมโยงในการดึงตัวแข้งวัย 35 ปีรายนี้กลับมาสู่ทีมอีกคำรบ แต่ยังไม่มีความชัดเจนจากฝ่ายใด
จนกระทั่งเมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค. ราฟา ยุสเต รองประธานสโมสรบาร์เซโลนา ยืนยันว่าพวกเขาได้มีการติดต่อเมสซี เพื่อเซ็นสัญญากลับมาร่วมทีมอีกครั้ง
ขณะที่ “เล กิ๊ป” สื่อฝรั่งเศสระบุว่า เมสซีส่อที่จะแยกทางกับ เปแอสเช หลังจบซีซั่นนี้ เนื่องจากครอบครัวของนักเตะต้องการเขากลับไปที่บาร์เซโลนา ซึ่งเขาเคยค้าแข้งมานานกว่า 21 ปี
ถึงกระนั้นอุปสรรคสำคัญของบาร์ซ่า ในการดึงเมสซีคืนถิ่นนั่นก็คือเรื่องการเงินที่พวกเขากำลังเผชิญ และเป็นปัญหาใหญ่ซึ่งพวกเขาต้องรีบจัดการ
อินเตอร์ ไมอามี
สำหรับ อินเตอร์ ไมอามี ซึ่งเป็นสโมสรที่ เดวิด เบ๊กแฮม อดีตแข้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเจ้าของคือหนึ่งในทีมที่สนใจคว้าตัวเมสซี ไปร่วมทีม
ถึงกระนั้นการที่จะซิวตัวเมสซีมาเสริมแกร่งนั้นดูจะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากค่าเหนื่อยของผู้เล่นรายนี้สูงกว่ากำแพงที่ลีกกำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม มีรายงานจาก “สปอร์ต” สื่อสเปนว่า ทั้ง 29 ทีมในลีกพร้อมจะลงขันกันในการจ่ายค่าเหนื่อยของเมสซี ในการดึงตัวมาเล่นในแดนมะกัน แม้จะมีทีมเดียวที่ได้ใช้งานผู้เล่นรายนี้ก็ตาม
โดยสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากเมเจอร์ลีกมองว่า พวกเขาจะได้ประโยชน์ในภาพรวมเรื่องของฐานแฟนบอลที่จะติดตามชมการแข่งขันมากขึ้น และเป็นการปลุกกระแสฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก ด้วย
อัล ฮิลาล
สำหรับ อัล ฮิลาล ได้ส่งสัญญาณแสดงความสนใจในตัวเมสซี ซึ่งถึงแม้ว่าชื่อเสียงของสโมสรจะไม่น่าดึงดูดเท่ากับทีมอื่นๆ แต่สิ่งที่ทีมดังของซาอุดีอาระเบียพร้อมมอบให้กับผู้เล่นแชมป์โลกสมัยล่าสุด นั่นก็คือ ค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาลกว่า 350 ล้านปอนด์ (ราว 1.48 หมื่นล้านบาท) ต่อปี ซึ่งถือเป็นสถิติโลก และมากกว่าเจ้าของสถิติปัจจุบันอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด ซึ่งค้าแข้งกับอัล นาสเซอร์ ถึง 177 ล้านปอนด์ (ราว 7.5 พันล้านบาท) เลยทีเดียว
ทว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงกระแสข่าวลือเท่านั้น และดูเหมือนว่า เมสซียังไม่มีท่าทีในการย้ายออกจากทวีปยุโรปเพื่อไปค้าแข้งในลีก ทวีปอื่นๆ โดยคาดว่าเจ้าตัวจะเล่นในยุโรปจนถึงการแข่งขันโคปา อเมริกา 2024 ก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องอนาคตอีกครั้ง
สุดท้ายแล้วต้องมาติดตามว่า เมสซีจะเลือกทางเดินในอนาคตค้าแข้งของเขาอย่างไรในฤดูกาลหน้า และไม่ว่าเขาจะลงเอยอย่างไร เรื่องดังกล่าวก็จะเป็นกระแสในวงการลูกหนังโลกอย่างแน่นอน