เดลล์เปิดตัวโซลูชั่นรอบด้านตอบโจทย์ทำงานครบวงจร
ปัจจุบันรูปแบบการทำงาน หรือสถานที่ทำงานมีความแตกต่าง หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าการทำงานแบบผสมผสาน หรือ ไฮบริดเวิร์ก การทำงานทางไกล หรือรีโมตเวิร์ก และการทำงาน แบบเดิม ที่ต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้นในสำนักงาน
มีอยู่หนึ่งสิ่งที่สอดคล้องกันโดยพื้นฐานคือ เทคโนโลยี ซึ่งเป็นตัวสร้างความสมดุลที่เยี่ยมยอดในการขับเคลื่อนการทำงาน เพิ่มประสิทธิผล ให้ประสบการณ์ความยืดหยุ่นและความมีอิสระในรูปแบบใหม่
เดลล์ (DELL) ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จากสหรัฐอเมริกา จึงดำเนินธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการผู้บริโภคตามคอนเซ็ปต์ “ทำงานได้ทุกที่ ทำทุกอย่างได้ด้วยเดลล์”
เปิดตัวภายใต้ผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ละทิจูด (Latitude) และ พรีซิชั่น (Precision) เป็นกลุ่มเหมาะสำหรับชีวิตทำงานที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง และกลุ่มออพติเพล็กซ์ (OptiPlex) เหมาะสำหรับการทำงานรูปแบบเดิมตามสำนักงานแต่ผสานเทคโนโลยีเพื่อความยืดหยุ่นไว้ด้วย
เริ่มที่ผลิตภัณฑ์กลุ่มแรก Latitude เดลล์ทุ่มเทให้กับนวัตกรรมจำนวนมหาศาล การดีไซน์ที่มีรายละเอียดตามจุดมุ่งหมาย ลงในอุปกรณ์เหล่านี้
คุณลักษณะการทำงานร่วมกันด้วยเสียงและวิดีโอในระดับก้าวหน้า วัสดุแบบยั่งยืนที่สามารถนำไปรีไซเคิล และเทคโนโลยีแป้นพิมพ์แบบ mini-LED ที่ประหยัดแบตเตอรี่ อาทิ
โน้ตบุ๊ก Latitude 9440 ระดับอัลตรา-พรีเมียมของเดลล์ คือ พีซีคอมเมอร์เชียลที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันมากที่สุดในโลก สร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลใจในการออกแบบจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ XPS
ทำให้ Latitude 9440 เป็นโน้ตบุ๊กสมบูรณ์แบบสำหรับผู้บริหาร ที่ปรึกษา หรือพนักงานขาย
ตัวเครื่องมาพร้อมทัชแพดสำหรับการทำงานร่วมกันแบบสัมผัสเครื่องแรกของโลก เพื่อประสบการณ์การประชุมที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ทั้งยังสามารถปรับแต่งตามความต้องการ เพื่อประสบการณ์การใช้งานการประชุมคอนเฟอเรนซ์ด้วยรูปแบบ 2-in-1
รวมถึงการใช้วัสดุอะลูมิเนียมสร้างด้วยเครื่องทั้งหมด เพื่อรูปลักษณ์และสัมผัสที่ให้ความพรีเมียม แป้นพิมพ์ใหม่น่า ตื่นตาตื่นใจ กว้างขึ้นและไร้ช่องว่าง เรียกว่า Zero-lattice ช่วยให้การทำงานตลอดวันสะดวกสบาย
ต่อมา Latitude 7340 และ 7440 Ultralights ออกแบบให้ผู้ใช้จัดเก็บลงกระเป๋าได้ง่ายดายระหว่างเดินทาง ทั้งสองมี น้ำหนักเริ่มต้นประมาณ 1 กิโลกรัม เบาเหลือเชื่อแต่แข็งแกร่งทนทาน โดยไม่ละทิ้งคุณสมบัติใดออกไป
แต่ละรุ่นมีจอแสดงผลใช้สัดส่วนภาพ 16:10 และกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (MP) เพื่อพื้นที่ทำงานที่มีประสิทธิผล พร้อมความสะดวกสบายเพื่อการทำงานที่มีการเคลื่อนที่
ซีรีส์ถัดมา กลุ่มโน้ตบุ๊กพรีซิชั่น เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั้งนักสร้างคอนเทนต์ นักออกแบบ วิศวกร ตลอดจนผู้ใช้ที่มีพลังสรรค์สร้างพิเศษต่างก็มีความต้องการใช้งานในแบบตัวเอง กลุ่มผู้ใช้เหล่านี้ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ และความสามารถด้านกราฟิกระดับสูง ไม่ว่าอยู่ในออฟฟิศ สตูดิโอ หรือระหว่างเดินทางก็ตาม

เดลล์จึงปรับเพิ่มประสิทธิภาพในกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีซิชั่นทั้งแบบโมบาย และเวิร์กสเตชั่นแบบตั้งโต๊ะทั้งหมด อาทิ หน่วยประมวลผล หรือซีพียู Intel Core ซีรีส์ เจเนอเรชั่น 13 รุ่นล่าสุด และหน่วยประมวลผลกราฟิก หรือจีพียู NVIDIA RTX ให้ตอบสนองความต้องการดังกล่าวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ปีที่แล้ว เดลล์เปิดตัวเวิร์กสเตชั่นขนาด 14 นิ้ว ที่ให้พลังที่ไม่มีใครเทียบได้ มาปีนี้ โน้ตบุ๊ก Precision 5480 ปรับปรุงประสิทธิภาพตั้งแต่ซีพียู จีพียู และอื่นๆ แบบใหม่ถอดด้าม
เดลล์ยังเสริมโมบายเวิร์กสเตชั่นขนาด 16 นิ้วเข้าสู่สายผลิตภัณฑ์ 5000 Series โดย Precision 5680 อัดแน่นไปด้วยประสิทธิภาพน่าทึ่ง เช่น ซีพียู Intel Core i9 (45 วัตต์) หน่วยความจำแรมแบบ DDR5 ขนาดสูงสุด 64 กิกะไบต์ (GB) พร้อมจีพียู NVIDIA RTX ให้พลังที่มากกว่าและประสบการณ์ที่ดื่มด่ำด้วยจอแสดงผลสัดส่วนภาพ 16:10 ให้ความละเอียดสูงระดับ UHD+ พร้อมเทคโนโลยีสี PremierColor ในรูปทรงที่มีสไตล์และน้ำหนักเบา
แม้การทำงานปัจจุบันจะเปลี่ยนไปเป็นระบบรีโมตเวิร์กกิ้งมากขึ้น แต่การทำงานแบบเดิมตามสำนักงานยังสำคัญ กลุ่มผลิตภัณฑ์ OptiPlex จากเดลล์สะท้อนจุดนี้ได้ชัดเจนผ่านสามทศวรรษแห่งการสร้างนวัตกรรม เดสก์ท็อป สู่พอร์ตโฟลิโอใหม่ของ OptiPlex
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เดลล์รับฟังความคิดเห็นลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเช่าเครื่องและการใช้งานเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าการกำหนดสเป๊กเครื่อง จัดซื้อ และการบริหารจัดการ เดลล์ลดความซับซ้อนของกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถระบุระบบที่ต้องการได้รวดเร็วตามพื้นที่ทำงานและประสิทธิภาพ ที่ต้องการ
เช่น ผู้ใช้สามารถเลือกระหว่างการออกแบบที่คำนึงถึงพื้นที่ และการจัดโต๊ะทำงานที่เรียบง่ายแบบเรียบหรู หรือมินิมัลลิสต์ พร้อมตัวเลือกประสิทธิภาพหลากหลาย หรือให้ความสำคัญที่ความสามารถในการปรับขยายและประสิทธิภาพของเดสก์ ท็อปทาวเวอร์ตามต้องการ
เดลล์ยังทำให้พอร์ตโฟลิโอชาญฉลาดมากขึ้น ง่ายขึ้น สำหรับผู้ดูแลระบบไอทีในการจัดการอุปกรณ์หลายเครื่องหรือหลายพันเครื่อง ด้วยการตั้งค่า BIOS ใหม่เพียงชุดเดียว ช่วยเพิ่มเวลาอันมีค่าให้กับฝ่ายไอที
โดยคุณสมบัตินี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในพอร์ตโฟลิโอ OptiPlex รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นอย่าง OptiPlex All-in-One ที่ให้ความสะดวกสบายและมีสไตล์การออกแบบทันสมัย มาพร้อมคุณสมบัติการทำงานร่วมกัน ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว
ความโดดเด่นของกลุ่มผลิตภัณฑ์ OptiPlex แบบใหม่ เดลล์เรียกว่า การแตกสาขาของระบบนิเวศ คือ การตั้งค่าการทำงานในแบบโมเดิร์นที่ต้องการทั้งซอฟต์แวร์และโซลูชั่นต่างๆ ผสมผสานความทันสมัยของเทคโนโลยี อาทิ จอภาพความกว้างพิเศษแบบซูเปอร์อัลตราไวด์ จอภาพโค้งแบบ dual QHD ขนาด 49 นิ้ว
ให้ผู้ใช้สามารถแบ่งจอแสดงผลออกเป็นสองส่วน เป็น QHD ขนาด 27 นิ้ว โดยไม่จำเป็นต้องมีขอบกั้นระหว่างกลาง เพื่อการทำงานหลายอย่างพร้อมกันในแบบเวอร์ชวลที่ราบรื่นยิ่งขึ้น อย่างรุ่น Dell UltraSharp 49 Curved USB-C Hub Monitor
ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อและแสดงเนื้อหาจากพีซีสองเครื่องพร้อมกันไปยังจอภาพเดียว เทคโนโลยีจอ IPS Black อัตราส่วนคอนทราสต์ 2000:1 ให้คอนทราสต์สีมากกว่าจอ IPS ทั่วไปถึงสองเท่าในมุมมองที่กว้าง
มอนิเตอร์ฮับ USB-C มีตัวเลือกการเชื่อมต่อที่ให้พลังงานโน้ตบุ๊กสูงถึง 90 วัตต์ (W) ให้การเชื่อมต่อผ่านสายอีเธอร์เน็ตในตัวด้วยแบนด์วิธสูงถึง 2.5 กิกะบิต (Gb) และสุดท้าย จอภาพยังมาพร้อม ComfortView Plus เพื่อความสบายตาเพิ่มขึ้น และคุณสมบัติแบบดึงออกในตัวช่วยให้เข้าถึงพอร์ตได้รวดเร็ว ผู้ใช้จึงเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกได้ง่ายดาย
เดลล์ไม่ลืมปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้กับคุณสมบัติเดิมที่มีอยู่ของโปรแกรม Dell Optimizer ทั้งในส่วน ระบบเสียงอัจฉริยะ (Intelligent Audio) ความเป็นส่วนตัว การเชื่อมต่อ และการทำงานร่วมกันที่เรียนรู้และ ตอบสนองต่อวิธีการทำงานของผู้ใช้ โดยเดลล์ได้รับคำแนะนำจากผู้ใช้ ว่ายิ่งมีแอพพลิเคชั่นที่ต้องฉุดกระชากลากถูน้อยลงเท่าใด ก็ยิ่งดีเท่านั้น
เป็นเหตุผลว่าทำไม Dell Optimizer เวอร์ชั่นล่าสุด ขยายความเป็นอัจฉริยะจากพีซีไปยังส่วนที่เหลือในระบบนิเวศของผู้ใช้ ช่วยให้จัดการจอแสดงผลและอุปกรณ์ต่อพ่วงได้ง่ายขึ้นในอินเตอร์เฟซเดียว
เดลล์ยังปรับปรุงความสามารถของระบบเสียงอัจฉริยะบนพีซี อาทิ คุณลักษณะการยกเลิกเสียงสะท้อนที่ตัดเสียงสะท้อนสำหรับทุกคนที่อยู่ในสาย และการตรวจสอบคุณภาพเสียงจะแจ้งเตือนด้วยป๊อปอัพเมื่อคุณภาพเสียงลดลง
ทั้งหมดนี้ รวมถึงความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม เดลล์ยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมและลงทุนในการออกแบบที่ยั่งยืนสำหรับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนขยายการใช้อะลูมิเนียมที่ปลดปล่อยคาร์บอนในระดับต่ำ เพื่อรวมชิ้นส่วนรีไซเคิลเพิ่มมากขึ้น และขยายวัสดุเหล่านี้ไปใช้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ
ซึ่งรวมถึง Latitude 9440, Precision 5680 และ Latitude 7000 series ภายในปีนี้ เพื่อลดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม และการเพิ่ม “โหมดเงียบ” (Quiet Mode) ภายในการ ตั้งค่า การจัดการระบายความร้อนของ Dell Optimizer ช่วยประหยัดพลังงานลงได้ร้อยละ 18
ท้ายสุดไม่ลืมให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยและความสามารถด้านการจัดการ รวมถึงความร่วมมือกับ CrowdStrike ที่ให้การรักษาความปลอดภัยของระบบซัพพลายเชนฮาร์ดแวร์
รวมถึงการจัดการข้อมูลและอุปกรณ์เพื่อการทำงานในเชิงธุรกิจ สามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ Cloud Client Workstation ของเดลล์ ผู้ทำหน้าที่เป็นแอดมินด้านไอที สามารถเชื่อมต่อพีซีเข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานของ VDI ได้อย่างราบรื่น
ไม่มีข้อติดขัดและปลอดภัย ช่วยให้จัดการการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วของอุปกรณ์ได้ง่ายดาย