สร้างความตื่นตัวในสังคมอย่างกว้างขวาง สำหรับการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.2566

โดยนอกจากคุณสมบัติผู้สมัครและนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง ชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการชี้ขาดชัยชนะเช่นกัน

ซึ่งตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้แต่ละพรรคที่ลงแข่งขันเลือกตั้ง เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ได้ไม่เกินพรรคละ 3 รายชื่อ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือผู้ที่จะได้ รับการพิจารณา ต้องมาจากพรรคการเมืองที่มีส.ส. ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 500 คน นั่นก็คือ 25 คน

ในการเลือกตั้ง 14 พ.ค.นี้ มีการเสนอรายชื่อ แคนดิเดต นายกฯ มากถึง 63 คน จาก 43 พรรคการเมือง แต่ในจำนวนนี้ ใครจะได้รับการพิจารณาจากที่ประชุมร่วมรัฐสภา จะต้องผ่านเกณฑ์ส.ส. 25 คนเสียก่อน

ควบคู่ไปกับเงื่อนไขพิเศษตามบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ให้อำนาจ 250 ส.ว.มีส่วนร่วมโหวตเลือกนายกฯ ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีแรก ซึ่งหมายถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ส.ว. จะมีอำนาจดังกล่าว

ทำให้ผู้ที่จะได้เป็นนายกฯ ต้องสามารถรวบรวมเสียงได้ไม่น้อยกว่า 376 เสียงจากเสียงทั้ง 2 สภา รวมกันทั้งหมด 750 เสียง

ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายของพรรคฝ่ายประชาธิปไตย อย่างยิ่ง

‘ข่าวสดเลือกตั้ง’ สัปดาห์นี้จะพาไปทำความรู้จักกับแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคการเมือง ที่มีโอกาสสูงสุดที่จะผ่านเงื่อนไขมหาโหดเหล่านี้ ยืนหนึ่งให้สภาพิจารณา มีใครบ้างต้องตามไปดูกัน!!

เริ่มต้นที่พรรครวมไทยสร้างชาติ แม้จะเป็นพรรค ตั้งใหม่ แต่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตหัวหน้า คสช. และนายกฯ 2 สมัยมาเป็น 1 ในแคนดิเดต ร่วมกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคที่ถูกวางตัวเป็นทายาทรับไม้ต่อ กรณีพล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้อีกเพียง 2 ปี ตามคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ คดีนายกฯ 8 ปี

พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายทหารเติบโตจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ หรือทหารเสือราชินี 1 ในกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ เข้าสู่การเมืองด้วยการเป็นสมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ หลังการรัฐประหาร 19 ก.ย.49 กุมกำลังหลักในกองทัพมาตลอด กระทั่งขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ในปี 53 มีส่วนร่วมในเหตุการณ์สลายการชุมนุม ทางการเมืองเม.ย.-พ.ค.53

เป็นผู้นำการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ก่อนนิรโทษกรรมตัวเองจากความผิดฐานกบฏ

เข้าสู่เส้นทางการเมืองด้วยการรับเป็นแคนดิเดต นายกฯ พรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งปี 62 เป็นผู้นำตั้งรัฐบาลผสม 19 พรรค

ระหว่างการเป็นนายกฯ สมัยที่ 2 ต้องเผชิญการชุมนุมขับไล่ของกลุ่มนักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ แต่ก็ใช้แนวทางการปราบปรามอย่างเด็ดขาดรุนแรง

การดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เริ่มต้นนับในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 60 แทนการนับจากการดำรงตำแหน่งจริงตั้งแต่ปี 2557 นั่นทำให้ปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังลุ้นเป็น นายกฯ ต่อได้อีก 2 ปี

หากไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าว

พรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดต นายกฯ หนึ่งเดียว

พล.อ.ประวิตร เป็นพี่ใหญ่กลุ่มบูรพาพยัคฆ์ เคยดำรง ตำแหน่งผบ.ทบ.ยุครัฐบาลทักษิณ เป็นรมว.กลาโหม ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ ช่วงการชุมนุมของ นปช.คนเสื้อแดง ปี 52 และปี 53

หลังรัฐประหาร 2557 ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา พล.อ.ประยุทธ์ และเป็นรองนายกฯ ควบรมว.กลาโหม ในรัฐบาล คสช. ดูแลภารกิจด้านความมั่นคง ตำรวจ-ทหารเป็นหลัก หลังการเลือกตั้ง 2562 ได้เป็นรองนายกฯ ตำแหน่งเดียว

ถูกร้องเรียนตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรู ต่อมาป.ป.ช.ชี้ว่า ไม่จำเป็นต้องยื่นแจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สิน เพราะเป็นการ ยืมใช้คงรูป

ปี 2563 เข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และเป็นหัวหน้าพรรคต่อจากนายอุตตม สาวนายน จากนั้นก็เริ่มมีกระแสข่าวความขัดแย้งในหมู่พี่น้อง 3 ป. จนในที่สุดพล.อ.ประยุทธ์ต้องตัดสินใจไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ

จนถึงตอนนี้ ทั้งป.ป้อม และป.ประยุทธ์ ต่างปฏิเสธ โดยยืนยันความสัมพันธ์พี่น้อง 3 ป. ยังแนบแน่น เพียงแต่ไม่พูดกันถึงเรื่องการเมือง

พล.อ.ประวิตรกล่าวหลายครั้งว่าตนเองไม่มีส่วนร่วมกับการรัฐประหารปี 57 และไม่เคยมีดีลลับกับพรรค เพื่อไทยเพื่อตั้งรัฐบาล โดยใช้เสียงส.ว.ช่วยสนับสนุน แลกกับตำแหน่งนายกฯ

ด้านพรรคเต็ง 1 อย่างเพื่อไทย ส่งแคนดิเดต 3 รายชื่อ ประกอบด้วย อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ลูกสาวนายทักษิณ ชินวัตร ที่วางมือจากการบริหารกลุ่มธุรกิจโรงแรม เข้าสู่แวดวงการเมือง แม้ถูกมองว่าเป็นหน้าใหม่ แต่ที่จริงแล้ว อุ๊งอิ๊งได้เรียนรู้การเมืองมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากใกล้ชิดกับพ่อมาก

เคยถูกกล่าวหากรณีข้อสอบเอ็นทรานซ์รั่วเมื่อปี 2547 ซึ่งอุ๊งอิ๊งตอบโต้ในไอจี ถามกลับว่า “จุฬาฯ เส้นเข้าได้ ด้วยเหรอคะ???” ยืนยันสอบเข้าไปเอง เรียนพิเศษเป็นบ้าเป็นหลัง เหมือนเด็กเตรียมเอ็นท์สมัยนั้นทุกคน

อุ๊งอิ๊ง ยังได้รับผลกระทบจากการรัฐประหาร 2 ครั้ง ในปี 49 และ 57 เนื่องจาก 2 นายกฯ ที่ถูกยึดอำนาจ เป็นทั้งพ่อและอา

ยืนยันอยากเห็นพ่อกลับบ้าน แต่ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค เพื่อไทยแน่นอน พร้อมปฏิเสธดีลลับตั้งรัฐบาลร่วมกับ พลังประชารัฐเช่นกัน

ลำดับถัดมา เศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจชื่อดัง ที่ลาออกจากทุกตำแหน่งในเครือแสนสิริ มารับตำแหน่งประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯ

หน้าใหม่ในสนามการเมือง แต่มีจุดขายจากการ ประสบความสำเร็จทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก่อนหน้านี้ยังได้แสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองต่อเนื่อง มาตลอด

เคยถูกเรียกไปรายงานตัวหลังการรัฐประหารของ คสช. แสดงความเห็นต่อเรื่องการชุมนุมของกลุ่มราษฎร และการควบคุมสถานการณ์โควิดอย่างเผ็ดร้อน

ล่าสุดเป็นที่โจษขาน จากการนำเสนอนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เป็นยาแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำเอา พรรคคู่แข่งในสนามเลือกตั้งสั่นสะเทือนไปทุกพรรค

ลำดับสุดท้าย ชัยเกษม นิติสิริ อดีตอัยการสูงสุด และรมว.ยุติธรรมยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ เป็นตัวแทนรัฐบาลเข้าเจรจาหาทางออกร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์ และกลุ่ม กปปส. ที่ชุมนุมขับไล่รัฐบาลเมื่อปี 2557 ยืนยันในที่ประชุมว่า นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รักษาการนายกฯ ขณะนั้น จะไม่ลาออก จะเดินหน้าทำตามที่กฎหมายกำหนด จนเป็นเหตุให้พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจยึดอำนาจ

นายชัยเกษมเคยมีชื่อในบัญชี 3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยมาแล้วในการเลือกตั้งปี 62 ร่วมกับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ครั้งนี้จึงเป็นครั้งที่ 2

พรรคก้าวไกล เสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคเพียงคนเดียว พร้อมกับยืนในหลักการนายกฯ ต้องมาจากส.ส. ด้วยการเป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์

‘ทิม พิธา’ ออกจากแวดวงนักธุรกิจ เข้าสู่แวดวงการเมืองด้วยการลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในการเลือกตั้งปี 2562

ต่อมาเมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ จึงได้รับการ ผลักดันขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ในชื่อ พรรคก้าวไกล เสมือนสืบทอดอุดมการณ์ ฝากฝีมือ ไว้ในการอภิปรายที่พุ่งเป้าตรงประเด็น ทั้งเรื่องการบริหารจัดการโควิด การรับมือกับม็อบราษฎร

เคยมีปัญหาตอบโต้ผ่านออนไลน์กับนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาฯ พรรคอนาคตใหม่ แต่ก็จับเข่าเคลียร์ใจกันได้ คณะก้าวหน้าของธนาธร-ปิยบุตร เข้ามาเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้พรรคก้าวไกล ยืนยัน สนับสนุนพิธาเป็นนายกฯ คนที่ 30

พรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนเดียวเช่นกัน

ประวัติความเป็นมาของพรรคภูมิใจไทย ตั้งขึ้นเพื่อ รองรับส.ส.พรรคพลังประชาชน และกลุ่มเพื่อนเนวิน ที่แตกออกมาหลังพรรคพลังประชาชนถูกยุบ ก่อนจะมารวมตัวโหวตให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ เมื่อปี 2551

จากนั้นจึงตั้งพรรคภูมิใจไทยขึ้นมา เติบโตเป็นลำดับได้เก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงสำคัญๆ มาโดยตลอด หลังการเลือกตั้งปี 62 ได้ยกมือสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ได้ชื่อเป็นพรรคศูนย์กลางของส.ส.งูเห่า

เลือกตั้งปี 66 นายอนุทินประกาศเสียงดังฟังชัด หากได้รับเลือกตั้งเสียงมาเป็นอันดับ 1 ก็พร้อมจะเป็นนายกฯ เอง ไม่ยกตำแหน่งให้ใครอีกแล้ว

นอกเหนือจาก 5 พรรคหลักข้างต้น ยังมีชื่อบิ๊กเนม ที่ร่วมมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคอื่นๆ ในระดับรองลงไป อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และนายกรณ์ จาติกวณิช จากพรรคชาติพัฒนากล้า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ หรือแม้แต่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จากรวมไทยสร้างชาติ พรรคเดียวกับพล.อ.ประยุทธ์ ที่ล้วนมีโอกาสสอดแทรกเข้ามา

อย่างไรก็ตามสังคมคาดหวังว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จะสะท้อนฉันทามติที่ประชาชนแสดงออกผ่านการ เลือกตั้งอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีกลไกนอกระบบอื่น มาทำให้บิดเบือน

ไม่เช่นนั้นประเทศชาติจะถูกนำพาเข้าสู่วงจรความขัดแย้งอย่างไม่มีวันจบสิ้น!!

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน