ชญาภา ปรีดาพากย์
ผู้สมัครส.ส.กทม. เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ
หลังเวที
ก่อนหน้านั้นทำงานเป็นผู้จัดการด้านประชาสัมพันธ์บริษัทเอกชน มีโอกาสได้เป็นจิตอาสาลงไปในพื้นที่แจกของทุกปี แต่รู้สึกว่าการให้ลักษณะนี้ไม่ยั่งยืนถาวร ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ
วันหนึ่งได้เจอกับส.ส.ในพื้นที่ชวนให้มาร่วมงาน จึงเริ่มเข้ามาสัมผัสการเมืองตั้งแต่ปี 2554 เป็นผู้ช่วยส.ส. 2-3 ปี ไม่รับเงินเดือน ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม ช่วงโควิด-19 มาช่วยประสานงานและทำโรงพยาบาลสนาม จึงเป็นจุดหักเหที่มาทำงานการเมือง เพราะอยากเห็นสังคมที่ดีขึ้น

ที่มาอยู่พรรคพลังประชารัฐเพราะนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องบัตรสวัสดิการ 700 บาท จากเดิม 300 บาท ชาวบ้านตอบรับมาก
และรู้สึกว่าเคมีตรงกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค มากกว่าที่อื่น รวมทั้งจุดที่น่าสนใจคือพล.อ.ประวิตร ทำงานได้กับทุกคน รวมถึงพรรคเพื่อไทย
นโยบายของพรรคที่คิดว่ามากกว่าที่อื่น คือ แก้ปัญหาปากท้องและที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ได้จริง เช่น บ้านประชารัฐ ใช้ที่ของหลวง ที่ราชพัสดุ มาจัดทำเป็นบ้านเช่าในราคาถูกให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยในระยะยาว เพื่อวางแผนชีวิตและประกอบอาชีพได้
โดยเฉพาะพื้นที่บางคอแหลม ยานนาวา ขายเรื่องนี้ได้ คือพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ปรับเป็นร้านค้าในตัว ผลักดันของดีแต่ละชุมชน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามา เช่น ตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 ชมวิถีชีวิตชุมชนชาวมุสลิม ชิมอาหารโบราณ อาหารฮาลาล อาหารอินเดีย
สำหรับรูปแบบการหาเสียง ตั้งใจเดินเคาะประตูบ้านทั้ง 23 ชุมชนให้ได้สามรอบ เปิดเวทีปราศรัยย่อยเป็นโซนๆ ส่วนพื้นที่ที่ลงไปเคาะประตูบ้านไม่ได้ เช่น บ้านหรือคอนโดมิเนียม จะมีทีมมีเดียช่วยดูเรื่องโซเชี่ยลให้เข้าถึงชาวบ้าน
การที่เป็นเด็กต่างจังหวัด ไม่ใช่คนร่ำรวย ทำให้เข้าถึงประชาชนได้ง่าย บวกกับความสม่ำเสมอ ความจริงใจ ไม่เสแสร้งจะทำให้ประชาชนมองเห็น