ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ เดือนเม.ย.พุ่ง ศูนย์วิจัยทองคำมองไตรมาส 2/2566 ยังขาขึ้น เหตุนักลงทุนต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังแบงก์สหรัฐล้ม ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า จับตาทองในประเทศอยู่ในกรอบ 31,050-32,950 บาท
นายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ ประจำเดือนเมษายน 2566 ปรับเพิ่มขึ้น 1.13 จุด มาอยู่ที่ระดับ 65.14 เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 64.01 จุด หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 1.77% โดยปัจจัย ที่ทำให้ดัชนีฯ ปรับเพิ่มขึ้นนั้น มีสาเหตุมาจากสถานการณ์สถาบัน การเงินของสหรัฐ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย และความกังวลเศรษฐกิจโลกถดถอย
ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำระยะ 3 เดือนในไตรมาส 2 ของ ปี 2566 ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรก จากระดับ 61.96 จุด มาอยู่ที่ระดับ 62.70 จุด เพิ่มขึ้น 0.74 จุด หรือคิดเป็น 1.19% โดยดัชนีฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้นมานั้น มีสาเหตุมาจากความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ความกังวลเศรษฐกิจโลกถดถอย และความต้องการทองคำของธนาคารกลางประเทศต่างๆ
โดยคาดการณ์ความต้องการซื้อทองคำจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 330 ราย ในจำนวนนี้มี 154 ราย หรือเทียบเป็น 47% ซื้อทองคำ ส่วนจำนวน 120 ราย หรือเทียบเป็น 36% ไม่แน่ใจว่าจะซื้อทองคำใน เดือนนี้หรือไม่ และจำนวน 56 ราย หรือเทียบเป็น 17% ไม่ซื้อทองคำ
สรุปกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 13 ราย ในจำนวนนี้มี 6 ราย หรือเทียบ เป็น 46% เชื่อว่าราคาทองคำในเดือนเมษายน 2566 จะเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 5 ราย หรือเทียบเป็น 39% คาดว่าใกล้เคียงกับราคาทองคำในเดือนมีนาคม และจำนวน 2 ราย หรือเทียบเป็น 15% คาดว่าจะลดลง
“สำหรับการคาดการณ์ราคาทองคำ ในเดือนเมษายน 2566 ของ ผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ประเมินว่า ราคาซื้อขายทองคำ ในตลาดโลก (โกลด์ สปอต) ให้กรอบเฉลี่ย 1,912-2,050 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ด้านราคาทองคำแท่งในประเทศความบริสุทธิ์ 96.5% ให้กรอบเฉลี่ย 31,050-32,950 บาทต่อน้ำหนัก 1 บาททองคำ และด้านค่าเงินบาทให้กรอบเฉลี่ย 33.63-35.09 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ”
อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าทองคำรายใหญ่ให้ความเห็นว่าราคาทองคำเดือนเมษายนเทียบกับเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปัญหาระบบธนาคารในสหรัฐขาดสภาพคล่อง จึงยังคงแนะนำนักลงทุนเน้นการทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัวของราคาทอง ไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับใดแนวรับหนึ่ง ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาทองหลุดแนวรับ และให้แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้น และยังคงต้องระวังแรงขายทำกำไร เมื่อราคาทองคำปรับตัวเข้าใกล้โซน 2,075 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเมื่อ ปี 2563