นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 3 – 7 เม.ย. 2566 ที่ผ่านมา ได้ร่วมเดินทางไปโรดโชว์กับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และร่วมบรรยายหัวข้อ “Investment Opportunities in Thai Industrial Estates” ในการสัมมนาชักจูงการลงทุนในประเทศไทย ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อตอกย้ำความพร้อมในการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนจีน ซึ่งได้รับความความสนใจจากผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของจีนที่ต้องการขยายฐานการผลิตมายังไทย โดยขอรับทราบแนวทางการส่งเสริมการลงทุน และพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่มีความพร้อม รวมถึงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในประเทศไทย และที่จะติดตามเข้ามาลงทุน
นอกจากนี้ กนอ. ยังได้เข้าพบนาย ซาง เชี่ยงเฉียน รองผู้ว่าการมณฑลอานฮุย และนายเกอ บิน นายกเทศมนตรีเมืองหม่าอันซาน เพื่อจัดตั้งคณะทำงานร่วม 2 ประเทศ สานต่องานตาม MOU ระหว่าง กระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กับกระทรวงอุตสาหกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย ในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม และสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนที่มีการลงนามในคราวการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมาด้วย
“การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีหม่าอันซาน ตรงกับเป้าหมาย กนอ.ที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) เมืองอัจฉริยะ (Smart City) และนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate)
หากมีนักลงทุนจีนต้องการขยายการลงทุนมายังนิคมอุตสาหกรรม ภายใต้ความร่วมมือตาม MOU ดังกล่าว กนอ.มีพื้นที่ที่มีศักยภาพพร้อมรองรับ ใน 3 ทางเลือกคือ 1. หาพื้นที่ลงทุนเอง โดยมีขั้นตอนเตรียมการอย่างน้อย 2-3 ปี เพื่อหาพื้นที่และการจัดทำ EIA การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม , 2. ลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่จัดตั้งแล้วและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เช่น นิคมอุตสาหกรรม Smart Park จังหวัดระยอง ที่ก่อสร้างไปแล้วกว่า 55% และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน ปี 2567 หรือ ลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่มีพื้นที่ว่างขายและให้เช่าอยู่แล้ว และ 3 .การลงทุนสร้าง สมาร์ท ซิตี้ ร่วมกับเอกชนไทย