วันที่ 16 เม.ย. นายชวน หลีกภัย ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ตนตั้งใจจะใช้เวลาหาเสียงที่เหลือเพียง 1 เดือน ไปลงพื้นที่ให้ได้ทุกจังหวัด เพื่อขอคะแนนเสียงให้กับผู้สมัคร และพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้พรรคได้มีส.ส.เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากการลงพื้นที่ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนหลากหลายกลุ่ม ซึ่งตนได้ไปอธิบายนโยบายต่างๆ ของพรรคให้ประชาชนได้เข้าใจ เพราะหลายนโยบายของพรรคที่ประสบความสำเร็จมีอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุที่ริเริ่มโดยพรรคประชาธิปัตย์ และปัจจุบันทุกพรรคก็เห็นด้วยกับนโยบายสนับสนุนเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุให้มากขึ้น

นายชวนกล่าวถึงนโยบายประชานิยมหาเสียงแจกเงินของพรรคต่างๆ ว่า ต้องดูในแต่ละประเด็น ซึ่งประเด็นของพรรคอื่นๆ คิดว่าผู้ใหญ่ในพรรคได้พูดกันไปแล้ว แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ตนภูมิใจที่แต่ละนโยบายแม้จะต้องใช้เงิน แต่ไม่ได้ผูกพันงบประมาณแผ่นดินจนถึงขนาดเสียหาย เช่น นโยบายนมโรงเรียน สมัยตนเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนแรกเริ่มฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่ตอนนี้เป็นนโยบายที่ส่งผลประโยชน์อย่างมหาศาล คนไทยมีสุขภาพแข็งมากขึ้น หรือนโยบายกองทุน กยศ. ที่ให้โอกาสคนได้เข้าถึงการศึกษา

ขอคะแนน – นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยน.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ออกหาเสียงช่วยน.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรค ในซอยสุขสวัสดิ์ 26 เขตราษฎร์บูรณะ กทม. เมื่อวันที่ 16 เม.ย.

ดังนั้น โครงการต่างๆ ที่ต้องใช้งบประมาณ ต้องดูให้รอบคอบว่า มันจะไม่มีผลผูกพันหรือทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนแปลงไปในทางเสียหาย เช่น ถ้ามีคนไม่อยากทำงานเพราะรอแจกเงิน จะทำให้เสียหายมาก เพราะประเทศต้องสร้างคนให้มีคุณภาพ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

นายชวนกล่าวด้วยว่า นโยบายแจกเงินต่างๆ สุดท้ายอาจจะกลายเป็นภาระของประชาชนที่เสียภาษีหรือไม่ ต้องไปกู้มาจนเป็นพันธะผูกพันไปถึงรุ่นต่อๆ ไป ส่วนตัวเห็นว่านโยบายต้องมีทั้งรายจ่ายและรายรับเดินไปด้วยกัน เพราะกฎหมายบังคับไว้แล้วการจะจ่ายอะไรต้องแสดงที่มาให้ชัดเจน เพราะในการปฏิบัติจริงไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน