ข่าวแฮ็กเกอร์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ฉกข้อมูลประชาชนกว่า 55 ล้านคน จะเพื่ออะไรก็แล้วแต่ ทว่าในวันนี้ มีข้อมูลบางประการชี้ว่า น่าจะเป็นทีมงานใกล้ชิดคนสำคัญในรัฐบาล
จ่าสิบโทที่ก่อเหตุ ไม่พ้นเป็นทีม io ของกองทัพ และอาจจะอยู่ในสังกัดทีมงานสายตรงของคนใกล้ชิดบิ๊กรัฐบาล
ข้อเท็จจริงที่รองรับข้อมูลดังกล่าวคือ กว่าตำรวจจะได้ตัวมา ต้องผ่านขั้นตอนมากมาย!?
แล้วเห็นได้ว่ารัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลและตำรวจหน่วยไซเบอร์ ทำคดีนี้อย่างติดๆ ขัดๆ แถมพูดอะไรไม่ได้มาก
เรื่องนี้จึงน่าเชื่อว่าเชื่อมโยงการเมือง เอาแค่การใช้ชื่อ แฮ็กเกอร์ว่า 9 near แปลว่าอะไร ก็แปลว่า ก้าวใกล้
ก้าวใกล้ จงใจจะให้เกี่ยวอะไรกับก้าวไกลหรือไม่!?
ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า แฮ็กเกอร์ 9 near ต้องมีเป้าหมายทางการเมือง
แถมเป็นการเมืองในช่วงกำลังจะเลือกตั้ง ยิ่งน่าคิด
ดังนั้นคนรักประชาธิปไตย ยังต้องช่วยกันติดตามสอดส่องการเลือกตั้งครั้งนี้ อย่าได้วางใจ ยังมีเล่ห์กลอะไรแอบแฝงหรือไม่!?
เพราะจับกระแสการเลือกตั้ง สำรวจผลโพลต่างๆ หรือ จากลงสัมผัสตามพื้นที่ต่างๆ บ่งบอกแล้วว่าพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ทิ้งห่างพรรคกลุ่มอำนาจเดิมเป็นอย่างมาก
ถ้าสุดท้ายยอมแพ้ชนะ เป็นไปตามการตัดสินใจของประชาชนแท้ๆ ก็ดีไป แต่ถ้าไม่คิดอะไรตรงไปตรงมาเล่า!??
พฤติกรรมของจ่าแฮ็กเกอร์ จึงต้องขุดคุ้ยหาความจริงให้ลึกลงไปกว่านี้
การไปดึงข้อมูลประชาชนจากแอพหมอพร้อม ซึ่งถือว่ามีครบถ้วนสมบูรณ์แบบและสดล่าสุดอย่างมาก
อาจจะแฮ็กหรือไม่ได้แฮ็กก็ได้ แต่ถือว่าเป็นการเข้าถึงแหล่งข้อมูลของประชาชนที่ละเอียดที่สุด ทั้งเลขบัตร ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์
จนต้องนำมาวิเคราะห์กันว่า ถ้าเอาไปใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อแทรกแซงการเลือกตั้ง น่าจะเป็นไปได้หรือไม่!?!
ไปจนถึงเอามาสร้างความปั่นป่วนเพื่อทำลายพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ก็น่าคิดเช่นเดียวกัน
เมื่อใช้ชื่อว่า 9 near หรือ ก้าวใกล้ มีเจตนาอะไร
แล้วจ่ารายนี้ผิดพลาดจนถูกดำเนินคดี ก็แค่รายเดียว ขณะที่ทีม io ทหารใหญ่โตขนาดไหน
แถมเหตุการณ์นี้ ทำให้เชื่อได้ว่า ข้อมูลของประชาชนอย่างละเอียด ที่เรากรอกให้หน่วยงานของรัฐ สามารถหลุดรั่วไปถึงมือของเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ปฏิบัติการลับๆ ได้สบายๆ
ในสถานการณ์ที่กำลังจะเลือกตั้ง และฝ่ายผู้มีอำนาจดิ้นรนรักษาอำนาจ หวังไปต่อให้ได้
ประวัติศาสตร์การทุจริตเลือกตั้งของกลุ่มอำนาจมีมาทุกยุค จากยุคโกงในหีบบัตร มาจนถึงยุคดิจิตอล ก็มีแนวโน้มบ่งบอก!!
วงค์ ตาวัน