จัดทริปกันแบบร้อนๆ หลังจากที่ค่ายฮอนด้า เปิดตัว ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 6 ไปเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว วันจันทร์ต่อมา ให้ผู้สื่อข่าวได้ทดสอบกันบนเส้นทาง จ.เชียงใหม่ จัดเต็มทั้งรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ และฟูลไฮบริด e:HEV
แต่หลังจากรับรู้ระยะทางแล้ว แจ้งกับน้องร่วมคันว่าขับรุ่นใดรุ่นหนึ่งน่าจะดีกว่า

ว่าแล้ว ‘ข่าวสด ยานยนต์’ อาสาเป็นไม้แรก กับเจ้าฮอนด้า ซีอาร์-วี เครื่องยนต์เทอร์โบ รุ่น EL 4WD แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ซึ่งเป็นรุ่นท็อป ค่าตัวอยู่ที่ 1.649 ล้านบาท
ก่อนออกเดินทาง เดินดูรอบคันเสียเลย ดีไซน์ภายนอก ปรับใหม่ให้ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยวมากขึ้น
กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ Piano Black ไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ไฟท้ายแบบ LED เสาอากาศครีบฉลาม
หลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี ด้วยระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมตอยู่ห่างจากตัวรถ
เข้าไปนั่งตำแหน่งคนขับ กระจกด้านหน้าบานใหญ่ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ พวงมาลัย 3 ก้าน มัลติฟังก์ชัน

คอนโซลหน้า ดีไซน์แนวช่องแอร์สไตล์ เรโทร ควบคุมช่องแอร์แบบจอยสติ๊ก ตรงนี้เก๋ดี พร้อมตกแต่งด้วยลายไม้
พร้อมเดินทาง ช่วงแรกจากจุดสตาร์ต เป็นถนนรอง นอกจากแคบแล้ว ยังคลาคล่ำไปด้วยรถมอเตอร์ไซค์ อาศัยความสูง ช่วยให้มองเห็นข้างหน้าได้ไกล
รวมถึงกำลังเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ที่มีแรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700-5,000 รอบต่อนาที ใช้งานได้ทันอกทันใจ เพิ่มความคล่องตัวได้เป็นอย่างมาก
ออกนอกเมือง ทำความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เข็มไมล์ไต่ขึ้นไปจนถึง 160 ก.ม.ต่อช.ม. ได้สบายๆ
แต่เวลาที่ต้องการเรียกกำลังมาใช้งาน ทั้งยาม เร่งแซง หรือไต่ทางชัน ไม่ว่าจะด้วยการคิกดาวน์ หรือดึงคันเกียร์ ไปที่ตำแหน่ง S ผลที่ได้คือ เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นชัดเจน แต่กำลังรถแทบไม่แตกต่างจากเดิมสักเท่าไหร่ ทำให้ต้องเผื่อไว้หน่อยเมื่อต้องแซง โดยเฉพาะเลนสวน

ช่วงล่างรู้สึกได้ถึงความหวิว เมื่อยามใช้ความเร็วสูง รวมถึงแรงเหวี่ยง ระหว่างเข้าโค้ง หรือเปลี่ยนเลน ค่อนข้างชัดเจน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทางฮอนด้าต้องการเพิ่มความนุ่มนวลมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องแลกกับความหนึบแน่น
หันไปถามน้องร่วมคัน ที่นั่งอยู่เบาะแถวสอง ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้รับคำตอบว่าตัวรถเหวี่ยงแรงพอสมควร และที่ขัดใจอีกจุดคือ ช่องแอร์สำหรับเบาะนั่งแถวสอง และแถวสาม อยู่บนเพดานด้านข้างทั้งสองฝั่ง
แถวสามไม่เป็นไรเพราะไกลตัว แต่คนนั่งแถวสอง ไม่ว่าจะซ้ายหรือขวา เหมือนถูกเป่า กระหม่อมตลอดเวลา ดีว่ายังปัดหนีได้บ้าง แล้วมาใช้ช่องแอร์เล็กๆ หลังคอนโซลกลางแทน

ได้เวลาสลับคัน มานั่งเป็นผู้โดยสาร ที่เบาะหลังของเจ้าฮอนด้าซีอาร์-วี ใหม่ ระบบฟูลไฮบริด e:HEV เบาะนั่งนุ่มสบายรองรับต้นขา ลดความเมื่อยล้ายามเดินทางไกล ไม่มีช่องแอร์บนหัว เพราะมีเบาะนั่งแค่ 2 แถว
เส้นทางคล้ายกันมีทั้งลาดชัน และทางโค้ง แต่บอกเลยว่าช่างต่างจากรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ ราวกับว่าไม่ใช่รถรุ่นเดียวกัน
แรงเหวี่ยงที่น้อยกว่ามาก มากชนิดที่ว่านั่งเบาะหลัง ยังรู้สึกน้อยกว่าตอนนั่งขับรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบเสียอีก ไม่ใช่ว่าขับช้ากว่า เลยเหวี่ยงน้อยกว่า เพราะน้องที่ทดสอบ มีสไตล์ดุดันอยู่พอตัว

เหตุผลที่วิศวกรฮอนด้าให้ไว้ในช่วงถาม-ตอบ หลังจากทดสอบเสร็จแล้วคือ รุ่น e:HEV มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 75 ก.ก. จากแบตเตอรี่ที่ใส่ไว้บริเวณล้อหลัง ทำให้น้ำหนักที่เพลาหลังมากขึ้น อีกทั้งการเพิ่มจุดยึดแบตเตอรี่ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพให้กับตัวรถยิ่งขึ้น
สัญญาเลยว่าในเร็ววันนี้ จะหาโอกาสตัว ฟูล ไฮบริด e:HEV มาทดสอบ เพื่อนำเสนอข้อมูลเต็ม ให้กับแฟนานุแฟน “ข่าวสด ยานยนต์” ได้รับทราบโดยทั่วกัน
อ้าว! เกือบลืมไป อัตราสิ้นเปลืองของเจ้าซีอาร์-วี ใหม่ รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ กับระยะทาง 121 ก.ม. อยู่ที่ 8.5 ก.ม.ต่อลิตร ใช้น้ำมันไป 1 ใน 4 ของถัง เหลือระยะทางให้วิ่งได้อีก 269 ก.ม.

ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ แม้จะไม่ได้ถึงกับประหยัดมากมายก็ตาม ด้วยเส้นทางที่ ส่วนใหญ่ขึ้นทางชัน ประกอบกับลักษณะการขับขี่ในรูปแบบการทดสอบ
แวะไปทดลองขับกันดู ว่ารุ่นไหนจะโดนใจ ตรงกับไลฟ์สไตล์ และการใช้งานมากกว่ากัน ได้ที่โชว์รูมฮอนด้า ทั่วประเทศ
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ