‘คริส’พลิกบทบาทผู้บริหาร
สูตรความสุขสไตล์สาวสตรอง
อาทิตย์ใส
จากที่เคยคุ้นเคยในมุมของ นางแบบ นักแสดง คอมเมนเตเตอร์ สาวสตรอง ‘คริส หอวัง’ เพิ่มบทบาทใหม่นั่งเก้าอี้บริหารค่ายเพลง 2 Flow Entertainment ส่งศิลปินเบอร์แรก “THI-O (ไทโอ) & TUTOR(ติวเตอร์)” เข้าสู่เส้นทางดนตรีกับซิงเกิล Move on
มารับบทบาทเป็นผู้บริหารค่าย 2Flow Entertainment?
คริส – “จริงๆ มีผู้ใหญ่ให้โอกาสมาค่ะ เราก็ไปนอนคิดอยู่ 3 วันว่าเราจะทำตามที่เขาอยากได้ได้มั้ย จริงๆ ไม่สามารถทำสำเร็จได้ด้วย คนคนเดียว คริสก็มีทีมฝั่งผลิต ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม เอ็มวี แต่ฝั่งการเงินก็คืออีกฝั่งไปเลย”
คิดหนักถึงขั้นไปปรึกษาคนที่เคยทำงานในวงการเพลง?
คริส – “ปรึกษาคนเยอะมาก จะบอกว่าคริสทำงานหลายอย่างแล้วในวงการ เดินแบบ เล่นละคร เล่นหนัง เป็นดีเจ แล้วตอนนี้มาบริหารค่าย มันคนละอย่างเลยค่ะ อันนี้ถือว่าคริสเป็นน้องใหม่ ก็ขอความ ช่วยเหลือ ขอความรู้จากคนที่เขาเก่งๆ วงการนี้คนที่เก่งก็เต็มไปหมด ตอนนี้ก็ต้องวิ่งไปขอบคุณหลายๆ คนในวันที่เราวิ่งขึ้นขั้นบันได ก้าวแรก”
พอได้ลองทำแล้ว ถนัดไหมในเวย์นี้?
คริส – “เราก็ทำในแบบของเรา คริสว่าทุกค่ายต้องมีกลิ่นของตัวเอง คาแร็กเตอร์ทุกคนไม่เหมือนกัน ซึ่งสิ่งที่ยากและคริสขอความช่วยเหลือจากคนที่เขาเก่งกว่า คือเราทำดีก็ไม่ได้แปลว่ามันจะดัง พอมันมีเรื่องธุรกิจมา มันเป็นเรื่องชาลเลนจ์สำหรับคริส ผลิตงานศิลปินออกมาเพื่อจะมีรีเทิร์นให้กับอีกฝั่ง คริสว่ามันยากสำหรับวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น เพลง หนัง ซีรีส์ ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วย แต่สำหรับคริสที่อยากทำเพราะมีความรู้สึกว่าเรามีความสุข และประสบความสำเร็จเท่าๆ กับคนที่คริสเห็นว่าเขามีความฝัน แพสชั่น แล้วคริสดันเขาให้ถึงความฝันถ้าเขาประสบความสำเร็จคริสก็มีความสุข”
ศิลปินเบอร์แรก สอง ผู้ชนะจากรายการ THE TWO ?
คริส – “ก็เขาเก่ง(ยิ้ม)”
ไทโอ – “ดีใจครับ แล้วก็อยากขอบคุณที่พี่คริส รวมถึงทีมงานทุกคน เหมือนเป็นก้าวแรกสู่ฝัน ดีใจที่ได้ลองทำสิ่งที่รัก ก็จะทำให้เต็มที่ที่สุดครับ”
ติวเตอร์ – “เป็นก้าวแรก ที่เราเข้ามาในความฝัน รู้สึกดีใจตั้งแต่ได้รางวัลในรายการ THE TWO อยากขอบคุณทีมงานทุกคน ตั้งใจกับผลงาน มากๆ ทุ่มเทมากๆ อยากให้ทุกคนเห็นความสามารถของเราเยอะๆ ให้ทุกคนได้เอ็นจอย กับเพลงเรา”
ซิงเกิลแรก ยากง่ายยังไง?
ติวเตอร์ – “Move on เป็น เพลงในรายการที่เราต้องทำมินิคอนเสิร์ตกัน เรามีเวลาเพียง 15 นาทีในการทำโชว์นั้นขึ้นมา เราก็อยากโชว์ความเป็นตัวเอง จึงแต่งเพลงนี้ขึ้นในเวลา 2 วัน เรื่องเวลาก็ค่อนข้างยาก กับการปรับเนื้อให้มันเข้าปาก ซ้อมหนักมาก ตอนเข้าห้องอัดหลายเทกมากๆ เพราะอยากให้ออกมาดีที่สุดครับ”
คริส – “ถามว่าซ้อมหนักแค่ไหน คือคนเก่งเยอะไปหมด ทุกคนเก่งในแบบของตัวเอง แต่ของเราต้องซ้อมหนักเพราะอยากให้ดีที่สุด ทุกคนทำงานหนักมากเพื่อที่จะสานฝันเขา คริสเข้าห้องอัดยังคิดเลยว่าเสียงน้องดีแล้ว แต่เขาขออีกเทกนึง เราก็งงทำไม เขาบอกความรู้สึกผม คือเขาทำเพื่อสานฝันเพื่อที่จะไปให้ถึง เหนื่อยไม่ว่า เขาจะอยู่ช่วยดูงาน คือเราต้องการศิลปินใหม่แบบนี้ที่มีแพสชั่น มันเป็นกำลังใจสำหรับคนทำงานว่าเรากำลังทำให้เขา แล้วเขาเห็นคุณค่า”

คอนเซ็ปต์เพลง Move on มาจากอะไร?
ไทโอ – “จริงๆ เพลงนี้ได้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นมูฟออนจาก คน สัตว์ สิ่งของ ความรู้สึก อะไรก็ตามครับ คืออยากเติบโต เป็นคนที่ดีขึ้น แล้วเราไม่ต้องการสิ่ง toxic”
ด้วยความที่เป็นเมนเทอร์มาก่อน ปั้นนางแบบ นักแสดง พอมาปั้นนักร้องต่างกันมาก?
คริส – “คนทุกคนไม่เหมือนกัน เราต้องให้พื้นที่ในความเป็นตัวเขา มันอาจมาจากการที่คริสเป็นครู คริสเห็นคนที่เขาทำตามแพสชั่น แล้วถ้าเกิดเราช่วยเป็นสะพานให้เขาได้บ้าง คริสก็ยินดี ส่วน 2 คนนี้ ทำไมเลือกเขา ไม่ใช่เพราะว่าเขาชนะ แต่เพราะแพสชั่นของเขาชัดที่สุด สำหรับคริส ไทโอกับติวเตอร์เวลาร้องเพลงธรรมชาติกว่าตอนพูด มันทำให้คริสรู้ว่าอยากฟังเขาร้องเพลงไปเรื่อยๆ แล้วผู้ใหญ่ก็อยากให้ คริสมาเป็นส่วนหนึ่งในทีม ก็เลยเป็นเขาที่ได้ทำซิงเกิลก่อนคนอื่น”
คอนเซ็ปต์เอ็มวี กับลุกส์น้องไปทางเกาหลี?
คริส – “คริสว่าเพลงเขาดูอินเตอร์เนชั่นแนลนะ เป็นเพลงเต้น ไม่จำกัดเลยว่าจะเป็นเกาหลี อเมริกา มันเป็นเราเนี่ยแหละ เป็นเราที่จะซึมซับวัฒนธรรมจากสิ่งที่เราเห็น ซึ่งมันก็เป็นความชอบส่วนบุคคล มันเป็นงานครีเอทีฟ”
ติวเตอร์ – “เตอร์ชอบมู้ดนี้อยู่แล้ว เหมือนกับว่าเอ็มวีนี้เล่าเรื่องจากเพลงของเรา ก็เสริมทำให้มันกลมกล่อม ฟีดแบ็กก็มีคอมเมนต์ด้านบวกเยอะมาก ทุกคนตั้งตาคอย มันกระแทกใจ”
คริส – “งานหน้ากล้องตั้งแต่คริสเล่นละครมาจนถึงปัจจุบันเวลาเรามีผลงาน ดังมากดังน้อยไม่เป็นไร มีคนที่ชอบคนที่ชมก็ชื่นใจแล้ว แต่ในส่วนคนเบื้องหลังเราต้องยิ่งไปอีก ที่จะทำธุรกิจกับเพลงให้เข้าได้ด้วยกัน”
ตอนนี้มีศิลปินเบอร์ต่อไปหรือยัง?
คริส – “ยังๆ ค่ะ จริงๆ คริสว่า น้อง 2 คนนี้พร้อมที่สุด แต่ท้ายที่สุดแล้วธีมของค่ายคือ remake dream come true ค่อยๆ ออกค่ะ ไม่รีบ”
ได้เป็นนักร้องเต็มตัวทางบ้านว่าอย่างไร?
ไทโอ – “หม่าม้าซัพพอร์ตผมตั้งแต่เด็กเลยครับ เขาเป็นคนนำแพสชั่นมาให้ผม พาผมไปคอนเสิร์ตจัสติน บีเบอร์ โชว์แรกที่ผมได้ไปแข่งก็ที่อเมริกา หลังจากนั้นผมก็ชอบเพอร์ฟอร์มบนสเตจ ได้ร้องเพลง จนกลับมาไทยก็ได้มารายการ THE TWO ถ้าเรารักสิ่งไหน มันก็จะพาเราไป มันก็จะมีแต่โอกาส”
ติวเตอร์ – “จริงๆ เตอร์มาจากเรียนการแสดง ทั้งร้อง เต้น เราทำงานการแสดงมาตั้งแต่เด็ก แล้วก็มีโอกาสได้ไปแข่งเต้นที่อเมริกา ก็ไม่คิดเหมือนกันจะได้กลับมาร้องเพลง เพราะเหมือนเราเต้นอย่างเดียวมาตลอดในช่วงระยะหนึ่ง พอได้มาเข้า THE TWO เราก็มีแพสชั่นเรื่อยๆ ในแต่ละวีกของรายการก็ทำมาเรื่อยๆ ครับ”
อัพเดตชีวิตกันบ้าง ใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข ฉบับสาวสตรอง
คริส – “ข้อแรกมีตังค์ค่ะ สองมีความสุขกับของง่ายๆ อย่าคิดเยอะ อย่างวันนี้ชีตเดย์ฉันได้กินหมู 3 ชั้น เริ่ดค่ะ อย่าเครียดมากกับชีวิต เพราะทั้งความร้อน ทั้ง pm 2.5 ก็คือหนักแล้ว ฉะนั้นมีแฟนหรือไม่มีแฟนทุกคนก็มีความสุขได้ด้วยตัวเองนะคะ”
มุมมองความรักเป็นยังไง?
คริส – “ไม่ได้คิดว่าคนที่จะมาใช้ชีวิตร่วมกันต้องเป็นยังไง เราไม่สามารถไปบังคับใคร หรือบังคับตัวเองได้ด้วยซ้ำว่าเราจะอยู่กับเขานานหรือเปล่า เขาจะอยู่กับเรานานหรือเปล่า เอาความสุขแบบที่มันเป็นบวกให้กันและกัน วันไหนที่มันเป็นลบ เริ่ม toxic จริงๆ มันอาจจะไม่ดีต่อชีวิตเรา ฉะนั้นชีวิตเราคือของเราเอง เราดีไซน์เอง เป็นอิสระค่ะ”
โตขึ้น สเป๊กเปลี่ยนไปมากไหม?
คริส – “คริสชอบคนเก่งตลอดมาตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยเปลี่ยน ชอบคนที่เป็นสุภาพบุรุษ มีคนบอกว่าถ้าเราเป็นเวิร์กกิ้งวูเม่น ผู้ชายจะไม่กล้าจีบ ไม่ค่ะ ผู้ชายเขาต้องเก่งกว่าเรา ต่อให้เราเป็นเวิร์กกิ้งวูเม่นกลับบ้านเราก็ตัวเล็กอยู่ดี ยืนยันค่ะ เพื่อนๆ ที่ทำงานเก่งพอสามีเดินมาก็ตัวเล็กไปหมด”
คนกล้าเข้ามาจีบไหม พอบอกว่าชอบคนเก่ง?
คริส – “เก่งในที่นี้หมายถึง สมมติคนเป็นครู เขาก็คงไม่ได้อยากได้แฟนเป็นผู้อำนวยการหรือเจ้าของโรงเรียน เขาอาจอยากได้แฟนเป็นตำรวจ คนเป็นหมอฟันอาจอยากได้แฟนเป็นสถาปนิก ความเก่งมันต้องเอ็นดูกันและกัน อย่างคริสทำงานเบื้องหน้า เขาก็จะคิดว่าโลกของ คนคนนี้ ไม่รู้จักเลย แต่เธอเก่งจังเลยเนอะ ส่วนเราก็ไม่รู้จักโลกของเขา เขาอาจจะเป็นสถาปนิก วาดบ้าน วาดเสา เราอาจจะคิดว่าเขาเก่งจังเลย อย่างเดียวสำหรับคริสคือเราต้องชื่นชมเขาได้ แล้วเขาก็ต้องชื่นชมเราได้ อันนี้ก็จะอยู่นาน”
เวลาที่เราเต็มที่กับความรัก จนคิดว่าทุกความสัมพันธ์จะเป็นรักครั้งสุดท้าย?
คริส – “เต็มที่กับความรักทุกครั้ง แต่เรื่องคนสุดท้ายมันไม่มีใครบอกได้ เพราะถ้าบอกได้ มันคงจะไม่มีการเลิกรา หย่าร้าง วันที่เขาแต่งงาน จับมือกันเขาก็ต้องคิดว่าเป็นคนสุดท้าย แต่เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยนไป ฉะนั้นเดี๋ยวเราจะไปเสียใจกับสิ่งที่เรายึดติดไง เอาแค่เรามีความสุข บวกและบวกต่อกันจะดีที่สุด”
ยังอยากมีความรัก?
คริส – “อยากมีความรักตลอดเวลา ความรักทำให้คริสมีพลังทุกๆ วัน แต่มันจะเป็นรักแบบไหนก็ต้องเลือก บางคนอาจอยากมีแฟน บางคนอาจอยากอยู่กับแม่ หรือ อยากมีสามี เป้าหมายมีลูก 7 คน ความสุขของทุกคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจบอกว่าฉันอยากทำงานให้มีเงินกินโอมากาเสะได้อาทิตย์ละ 3 วัน ก็ทำไป ความสุขของใครเขาก็ดีไซน์เองได้ แต่เราก็แค่หาคนมาดีไซน์ร่วมกันแค่นั้นเอง”
เติมความสุขด้วยตัวเอง?
คริส – “คริสมีความสุข เพราะว่าคริสมีอิสระเยอะในการตัดสินใจเรื่องตัวเอง เราไม่ได้มีอะไรผูกมัด แปลว่ามันเปิดโอกาสให้คนที่จะเข้ามามีความสุข มากๆ เหมือนกัน คริสก็จะส่งสิ่งบวกให้เขา เขาก็จะส่งสิ่งบวกให้คริส”
สุชาวดี อภิสัมภินวงค์