กทม. – นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี บริษัทมหาชนจำกัดระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ บีทีเอสซี ยื่นฟ้อง กรุงเทพมหานคร เป็นครั้งที่ 2 กรณีไม่ชำระค่าจ้างให้บริการเดินรถ และซ่อมบำรุงส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2564 ถึงวันที่ 20 พ.ย.2565
นายวิษณุกล่าวว่า สำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะทนายความกทม. ได้ยื่นเอกสารคำให้การคดีที่ 2 ต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยสาระสำคัญของเอกสารคำให้การ จะมีการอ้างอิงทั้งจากเอกสาร ข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบเชิงลึกรอบด้านเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการยกร่างขึ้นใหม่ และเชื่อว่ากทม.มีโอกาสที่จะชนะคดีที่ 2 นี้ด้วย ซึ่งจะแตกต่างจากเอกสารคำให้การคดีที่ 1 ซึ่งทำไว้ก่อนที่คณะผู้บริหารชุดนี้จะเข้ามาจึงไม่สามารถดำเนินการปรับแก้อะไรได้และศาลได้มีคำพิพากษาตัดสินให้กทม.แพ้คดี
นายวิศณุกล่าวว่า สำหรับแนวทางการต่อสู้คดีที่ 1 ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการอุทธรณ์คดี และเมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลแจ้งข้อกล่าวหา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. และพวก รวม 13 คน กรณีว่าจ้าง บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย 3 เส้นทาง เป็นเวลา 30 ปี ตั้งแต่ปี 2555-2585 โดยมีการทำสัญญากันเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2555 ภายใต้วงเงินกว่า 190,000 ล้านบาท
ข้อกล่าวหาระบุว่า เป็นการหลีกเลี่ยงและไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 และเอื้อประโยชน์ให้แก่ บีทีเอสซี เพียงรายเดียว ตามที่องค์คณะไต่สวนเสนอ ซึ่งกทม.พิจารณาแล้วเห็นว่า คำตัดสินของ ป.ป.ช. ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับคดีดังกล่าว และได้มีการหารืออัยการสูงสุด เตรียมขอยื่นเอกสารผลการตัดสินของป.ป.ช. ต่อศาลปกครองกลางประกอบการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ ขณะนี้กทม.อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารเพื่อส่งให้อัยการสูงสุด เสนอต่อศาลปกครองพิจารณาต่อไป