เมื่อวันที่ 24 เม.ย. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำหนดให้เซ็กซ์ทอย (Sex Toy) เป็นสินค้าต้องห้าม เป็นสิ่งที่ถูกมองว่าเข้าข่ายลามกอนาจาร เป็นอันตรายต่อสังคมและศีลธรรม รวมถึงถูกตีความเป็นวัตถุผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากยังมีผู้ที่ต้องการสินค้าดังกล่าวจึงเกิดการลักลอบซื้อขายสินค้าชนิดนี้ ซึ่งไม่เพียงทำให้ภาครัฐต้องสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีสินค้า แต่ยังนำไปสู่ปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่ฉวยโอกาสเรียกรับสินบน ทำให้ ไม่สามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าดังกล่าว

ที่จริงเซ็กซ์ทอยเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการผ่อนคลายอารมณ์ ลดความเครียด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้ที่มีปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมถึงเป็นสิ่งที่ช่วยลดการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้ และยังสามารถลดการค้าบริการ ปัญหาการหย่าร้างจากความต้องการทางเพศที่ไม่สมดุล ที่สำคัญจะมีส่วนช่วยลดอัตราการก่ออาชญากรรมทางเพศด้วย

สำหรับ ปชป.สนับสนุนให้มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมเซ็กซ์ทอย โดยมีหน่วยงานรัฐตรวจสอบ และให้การรับรองคุณภาพของสินค้า เพื่อความปลอดภัยต่อตัวผู้ใช้ รวมทั้งต้องแยกสินค้าเซ็กซ์ทอยออกจากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 แล้ว และกำหนดเป็นสินค้าควบคุมพิเศษภายใต้การกำกับของหน่วยงานของรัฐ และต้องกำหนดหลักเกณฑ์ผู้ซื้อเซ็กซ์ทอยต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

เลือกตั้ง 66 – กกต.จัด 400 ชุดเคลื่อนที่เร็วทั่วปท. ตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุ-เบาะแสทุจริต
เมื่อวันที่ 24 เม.ย. นายแสวง บุญมี เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วง 20 วันก่อนเลือกตั้งที่จะมีจะขึ้นใน วันที่ 14 พ.ค. เริ่มมีคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งเข้ามา ที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ทำให้การเลือกตั้งไม่เรียบร้อย เช่น วันเลือกตั้งอาจมีการทำลายบัตรเลือกตั้ง ต้องสืบสวนว่ามาจาก ฝ่ายไหน และ กกต.ได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในการดูแลกรณีการทำลายบัตรอย่างใกล้ชิด ส่วนการเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมมีบ้างที่เป็นข่าวไปแล้ว กกต.กำลังบริหารสถานการณ์อยู่

“กรณีที่เป็นข่าวที่ กกต.ได้ตรวจสอบ พบว่าบางทีเป็นการสร้างคอนเทนต์ สร้างความสับสน มี 2-3 แห่งที่ตรวจสอบ กกต.ต้อง ดำเนินการว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายอะไรหรือไม่ ส่วนกรณีที่ฝ่าฝืนกระทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม สำนักงาน กกต.มีมาตรการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กกต. และเครือข่าย ที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยจนถึงวันที่ 14 พ.ค.” นายแสวงกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต.ได้มอบนโยบายให้ส่วนงานต่างๆ ของสำนักงาน กกต.ดำเนินการและปฏิบัติภารกิจจัดการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยเฉพาะปัญหาการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียง

สำนักงาน กกต.จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ซึ่งมีอำนาจในการสืบสวนและไต่สวนการร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. รวม 128 คณะ แต่งตั้งชุดปฏิบัติการข่าว เพื่อแสวงหาข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์สำหรับการสืบสวนและไต่สวนชุดปฏิบัติการข่าว ส่วนกลางและจังหวัด รวม 88 ชุด แต่งตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 400 ชุดครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัด เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต เผชิญเหตุ จับกุม คุมขัง ผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งและพรรคการเมือง

จัดตั้งศูนย์ประสานงานการสืบสวนและไต่สวน เพื่อรับแจ้งเหตุหรือเบาะแสทุจริต และเป็นศูนย์ประสานงานระหว่างส่วนกลางและจังหวัด ชุดปฏิบัติการข่าว และชุดเคลื่อนที่เร็ว ประชาชนยังสามารถแจ้งเหตุผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 0-2141-8579, 0-2141-8858 และ 0-2141-8860 รวมทั้งรับแจ้งเหตุหรือเบาะแสทุจริตผ่านแอพพลิเคชั่นตาสับปะรด เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นช่องทางในการแจ้งเหตุการกระทำ ความผิดซื้อสิทธิขายเสียง โดยดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน