นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์พิเศษข่าวสด ถึงกระแสความนิยมของก.ก.ในการหาเสียงเลือกตั้ง การขับเคี่ยวกับพรรคเพื่อไทย (พท.) โอกาสการเป็นรัฐบาล

❒ กระแสก.ก.แรง ยิ่งโดนโจมตี หวังลดความนิยม

อยากให้ประชาชนลองเปิดใจพิจารณาพวกเรา เราโดนกล่าวหาโจมตี ทำลายความน่าเชื่อถือทางการเมืองเยอะแยะไปหมด เรื่องหนึ่งที่ถูกกระทำซ้ำๆ มาหลายเดือน คือ เรื่องบำนาญข้าราชการ มีการพยายามทำอย่างเป็นระบบ ทำเรื่องเท็จ ผลิตซ้ำทุกวัน จนประชาชนจำนวนมากเชื่อเรื่องเท็จนี้ว่าเป็นเรื่องจริงไปแล้วว่าก.ก.และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าก.ก. จะตัดบำนาญข้าราชการ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ไม่เคยมี นโยบายเช่นนั้น เหมือนกับผมที่เริ่มมีความนิยมและความศรัทธาจากประชาชน ก็จะถูกทำลายชื่อเสียงแบบนี้

ดังนั้น อยากให้พ่อแม่พี่น้องติดตามการทำงานของก.ก. ใน 4 ปี ที่ผ่านมา และตัดสินพวกเราจากตรงนั้น

❒ ประเมินพท.กับก.ก. จะขับเคี่ยวกันมากแค่ไหน

ขับเคี่ยวกันทุกพรรค แย่งความไว้วางใจจากประชาชนเหมือนกัน ผมมองเห็นความสวยงามอย่างหนึ่งจากการเลือกตั้งครั้งนี้ คือมีเฉดสีเยอะ เพราะมีบางพรรคบอกว่าประเทศไทยไม่ต้องไป ข้างหน้า อยู่อย่างนี้ก็พอ อย่าไปแก้ไขหลักสูตรตำราเรียน อย่าไปแก้ไขเกณฑ์ทหาร อย่าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ บางพรรคเปิดให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่อย่าแตะต้องบางมาตรา มีพรรคตรงกลางบอกว่าไม่สนใจปัญหารัฐธรรมนูญ ไม่สนใจปัญหาการเมือง ไม่สนใจปัญหาอะไรเลย ขอดูแลประชาชน

ขณะที่บางพรรคบอกว่าปัญหาการเมืองก็สำคัญ แต่เวลานี้ต้องแก้ปัญหาปากท้องก่อน และในส่วนก.ก.นำเสนอชัดเจนว่า ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเลือก ระหว่างปัญหาปากท้องกับปัญหาการแก้ไขโครงสร้างการเมืองที่บิดเบี้ยว ทำทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กันได้ ในเมื่อรัฐมนตรีมีตั้งหลายคน สามารถทำหลายเรื่องไปพร้อมกันได้ ไม่จำเป็นต้องเลือกทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งก่อน

ยิ่งมีบางพรรคออกมาบอกว่า จะเป็นพรรคที่ไล่คนชังชาติออกนอกประเทศ พูดชัดแบบนี้ยิ่งดี จะได้รู้ว่าแต่ละพรรค แต่ละกลุ่มก้อนความคิด มีคนคิดแบบนั้นเท่าไร

คะแนนเสียงของก.ก. จะตัดสินอนาคตประเทศในแบบหนึ่ง คือดูว่าคนที่อยากเห็นการปฏิรูปยากๆ แต่จำเป็น มีเยอะแค่ไหน และถ้ามี ส.ส.เยอะก็มีโอกาสทำได้ด้วย เหตุผลที่พวกเราเสนอแบบนี้ เพราะเราทำตรงไปตรงมา อยากได้อะไรเราพูดแบบนั้น ถ้าเราอ้อมๆ แอ้มๆ ไม่กล้าพูด โหวตไปก็วัดไม่ได้ว่าสังคมไทยต้องการความก้าวหน้าเยอะเท่าไร แต่พอพูดตรงๆ มันวัดได้แล้ว

ยืนยันว่าจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้ มาจากวันที่ 19 ก.ย.2549 ผมเกิดในยุคพฤษภา 2535 ผมถามคนที่ผ่านเหตุการณ์พฤษภา 2535 มาด้วยกัน มีใครคิดว่าประเทศไทยจะมีรัฐประหารอีกหรือไม่ หลังพฤษภา 2535 ไม่มีใครคิดว่าประเทศไทยจะเจอรัฐประหารอีกแน่นอน แต่เราก็เจออีกจนได้ คือ ก.ย.2549 จนถึงวันนี้ปี 2566 เราเสียเวลากับการถกเถียงเรื่องประชาธิปไตยมาแล้ว 17 ปี

เวลาฝ่ายอนุรักษนิยมต้องการบดขยี้พลังของการเปลี่ยนแปลง พลังประชาธิปไตย เขาไม่เคยเกรงใจประชาชน ไม่เคยเห็น หัวประชาชน เขากล้าทำรัฐประหาร 2 ครั้ง ฉีกรัฐธรรมนูญปี 2540 และปี 2550 เขากล้าสลายการชุมนุมของประชาชน ซึ่งมี ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมายในปี 2553 คนที่เห็นต่างจำนวนมากต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ คนรุ่นใหม่จำนวนมากที่พูดความจริงที่พวกเขาไม่อยากรับฟังถูกยัดข้อหา ถูกจับเข้าคุก

เขายุบพรรคฝ่ายประชาธิปไตยถึง 4 ครั้ง ตั้งแต่ไทยรักไทย พลังประชาชน ไทยรักษาชาติ และอนาคตใหม่ เขาบิดเบือนกระบวนการนิติรัฐนิติธรรม แต่งตั้งคนของตัวเองไปคุมองค์กรอิสระต่างๆ เพื่อใช้ทำลายคู่แข่งทางการเมือง และปกป้องตัวเอง พวกเขาพร้อมทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ โดยไม่เห็นหัวประชาชน

วันนี้ฝ่ายอนุรักษนิยมอ่อนแรงที่สุดในรอบ 17 ปี ทั้งความชอบธรรมทางการเมือง และทางวัฒนธรรม วันนี้ขอเชิญคนไทยมาทะเยอทะยานด้วยกัน นี่เป็นเวลาของการทะเยอทะยาน

วันนี้เรามีโอกาสในตอนที่เขาอ่อนแอ ในการทำเรื่องยากๆ ให้เป็นจริงได้ในประเทศไทย อย่าเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่ต้องกินทีละคำ แก้ปัญหาหลายเรื่องไปพร้อมๆ กันได้ อย่าทิ้งโอกาสนี้ไป เพราะไม่รู้โอกาสจะมาอีกเมื่อไหร่ การเลือกตั้งครั้งนี้ มีหลากความคิดบนกระดานการเลือกตั้ง ดูกันว่าประชาชน จะเห็นด้วยกับพวกเรามากน้อยแค่น้อย

“อยากทำให้คนกลับมาเชื่อมั่นในบัตรเลือกตั้ง เชื่อมั่นในระบบรัฐสภาอีกครั้ง ว่าการเลือกตั้งและระบบรัฐสภา พาประเทศไทยไปไกลกว่านี้ได้”

❒ มีชุดความคิดหนึ่งที่ว่า ฝ่ายอนุรักษ์ยังพอมีกำลังอยู่บ้าง ถ้าก.ก.ร่วมรัฐบาล อาจเกิดรัฐประหาร

สำหรับผมนี่คือคำขู่ เพราะต้นทุนทางการเมือง สังคม และวัฒนธรรมของเขาไม่เหลือแล้วในการนำมาทำรัฐประหาร ก่อนเกิดรัฐประหาร เกิดพันธมิตร และปูทางไปสู่การทำรัฐประหาร พาประเทศไทยไปสู่ทางตัน ทำลายความศรัทธาต่อประชาธิปไตยด้วยวาทกรรมนักการเมืองเลว ขณะเดียวกันรัฐประหาร ปี 2557 ก็มีการปูทาง ครั้งแรกคือพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ครั้งที่สองคือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ดังนั้น รัฐประหารไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ

ผมจึงบอกว่าภารกิจไม่ได้แค่ฟื้นฟู แต่ต้องปกป้องประชาธิปไตยด้วย ผมคิดว่าครั้งนี้ รัฐประหารไม่ง่าย เหมือนเดิม ประเทศไทยเปลี่ยนไปมากแล้ว

❒ โอกาสรัฐประหารยังมีหรือไม่

มีแน่นอน ปิดประตูไม่ได้ แต่ครั้งนี้จบไม่เหมือนเดิม ไม่ต้องไปกลัว ความคิดของผมเขาไม่กล้าทำเรา สิ่งสำคัญคือถ้ารัฐบาลใหม่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยอย่าพลาดแล้วกัน เช่น อย่าทุจริตคอร์รัปชั่น อย่าปล่อยให้เขาสร้างกระแสทำลายความชอบธรรมของประชาธิปไตย ต่อให้ก.ก.เป็นฝ่ายค้าน แต่ถ้ารัฐบาล หน้ามาจากการเลือกตั้ง และมีกลุ่มคนที่จะมาทำรัฐประหาร เราก็พร้อมที่จะปกป้องรัฐบาลหน้า

❒ ก.ก.ควรได้ส.ส.เท่าไร พรรคการเมืองอื่นถึงจะชวนร่วมรัฐบาล เพราะทุกวันนี้เหมือนไม่เอาก.ก.

ต้องถามเขาหรือเปล่า ไม่ใช่ถามผม ถ้าเราได้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง ผมเชื่อว่าทุกพรรคคงให้เกียรติเราจัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้าพรรคอื่นได้อันดับหนึ่ง ผมเชื่อว่าก.ก.จะให้เกียรติพรรคอันดับหนึ่งตั้งรัฐบาล ถ้าเขามาชวนเรา ก็พูดคุยกัน แต่ถ้าเขา ไม่ชวนเรา ก็พร้อมเป็นฝ่ายค้าน

❒ มีวาทกรรมที่บอกว่าไม่กล้าจับมือก.ก.ร่วมรัฐบาล หรือบางพรรคปฏิเสธไปเลย

กลัวอะไร หนึ่งในความสำเร็จที่ผมภูมิใจมากที่เป็นส่วนเล็กๆ ที่ทำให้เกิดขึ้น คือ การประชันวิสัยทัศน์เวทีใหญ่ๆ แทบจะทุกเวทีพูดเรื่องมาตรา 112 มีการประชันวิสัยทัศน์ มีการเลือกตั้งครั้งไหนหรือไม่ ที่มาตรา 112 เป็นประเด็นเท่ากับ วันนี้ ชนะไปแล้วทางความคิด ผลักดันสังคมไทยมาไกลแล้ว ไปแคร์อะไร ไม่มาร่วมกับเรา So What เรารู้ว่าเราทำงานอยู่กับประชาชน ประชาชนจำนวนมากสนับสนุนเรา

แน่นอนที่สุดตั้งพรรคการเมืองก็อยากเป็นฝ่ายบริหาร ผลักดันวาระของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถ้าการเป็นฝ่ายบริหารต้องประนีประนอม ไม่ต้องทำเรื่องนู้น ห้ามปฏิรูปเยอะแยะไปหมด เป็นฝ่ายค้านดีกว่า

ฝ่ายค้านก็ทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ 4 ปีที่ผ่านมาก็เป็นฝ่ายค้าน และผลักดันวาระสังคมได้จำนวนมาก วาระที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้กลับอยู่แค่เอื้อม ไม่ว่าจะเป็น สุราก้าวหน้า ยกเลิกเกณฑ์ทหาร สมรสเท่าเทียม ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ สภา 66 ผ่านแน่นอน ใครจะเคลมอะไรก็ช่าง แต่คนที่ติดตามการเมืองรู้ว่าเป็นผลของการรณรงค์อย่างหนักแน่นของ อนาคตใหม่และก.ก.

❒ กา ก.ก.ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม ช่วยฉายภาพว่าไม่เหมือนเดิมอย่างไร

ผมเดินทางไปทั่วประเทศช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา คำพูดที่ได้ยินอย่างสม่ำเสมอ คือ เลือกใครไปก็เหมือนเดิม กาให้พรรคไหนก็เหมือนเดิม เลือกมากี่ครั้งก็เหมือนเดิม คำถามคือทำไม เพราะอะไร คำตอบที่เรามีให้ประชาชน คือวิธีการวิเคราะห์ปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาต่างกัน

วิธีการแก้ปัญหาพวกเราพูดชัด การแก้ปัญหาที่ต้นตอของปัญหา การแก้ปัญหาที่โครงสร้าง คือทางออก ไม่ใช่การ แก้ปัญหาแบบขอไปที หรือปะผุ เพราะแก้ปัญหาแบบนี้ประเทศไทยจึงเหมือนเดิม เช่น วิธีจัดการค่าไฟ ไม่ใช่ลดราคาให้ประชาชน 3 เดือน 6 เดือน แต่ต้องยกเลิกการผูกขาด ในอุตสาหกรรมพลังงาน

จะสร้างเรื่องความเท่าเทียมได้อย่างไร ในเมื่อลูกหลานคนจนยังต้องไปเกณฑ์ทหาร 2 ปี คืน 2 ปีให้กับเขาสิ นี่คือวิธีคิดวิธีแก้ปัญหาที่ต่างกัน และผมเชื่อว่านี่จะทำให้เราสร้างประเทศไทยที่ไม่เหมือนเดิมได้

นี่คือที่มาของคำขวัญ กาก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม เพราะเราอยากให้คนกลับมามีความหวังกับประเทศอีกครั้ง มีศรัทธากับประชาธิปไตยอีกครั้ง อยากทำให้คนกลับมาเชื่อมั่นในบัตรเลือกตั้ง เชื่อมั่นในระบบรัฐสภาอีกครั้ง ว่าการเลือกตั้งและระบบรัฐสภาพาประเทศไทยไปไกลกว่านี้ได้

❒ หัวคะแนนธรรมชาติ มีแค่เขตเมืองหรือไม่ จะหารอบนอกได้อย่างไร

เวลาเราเดินทางไปแนะนำผู้สมัคร ไม่ได้ไปแต่อำเภอเมือง ไม่ได้ไปแต่เขตเทศบาล ตำบลอำเภอที่ห่างไกลเราก็ไป และหลายที่ก็เหลือเชื่อ มีคนเอาน้ำมาให้ เขียนจดหมายมาให้ มีคนมาฝากความหวัง โอบกอด และให้กำลังใจ ที่บอกว่ามีคะแนนแต่ในเมืองไม่จริงแน่นอน ผลเลือกตั้งจะเป็นตัวบอก

❒ กระแสก.ก.หรืออนาคตใหม่แรงกว่ากัน

ก.ก.ดีกว่าเยอะ สมัยอนาคตใหม่ก็มีกระแสแบบนี้ แต่เป็น กระแสแบบดอกไม้ไฟ คนไม่เข้าใจเราอย่างลึกซึ้งเท่าวันนี้ ว่าทำไมต้องสู้เรื่องทุนผูกขาด ทำไมต้องปฏิรูปกองทัพ ทำไมต้องฟื้นฟูประชาธิปไตย ทำไมต้องทำเรื่องยากๆ แต่ 4 ปีคนเข้าใจมากขึ้นเยอะ ดังนั้น มีทั้งปริมาณและคุณภาพ มีทั้งความสุกงอมทางความคิด และมีทั้งกระแส

❒ พท.ประกาศขอคุม 6 กระทรวง

ก.ก.อย่างไรไม่รู้ แต่สำหรับผมไม่สำคัญ วาระสำคัญกว่า ต้องคุยกันก่อนว่ากระจายอำนาจแบบนี้เอาหรือไม่ ผมคิดว่าผลักดันวาระที่สำคัญแบบนี้ จำเป็นกว่าการกำหนดกระทรวง

ถ้าไม่คุยเรื่องวาระ เข้าไปก็ขัดแข้งขัดขากัน ต้องคุยเรื่องวาระให้จบว่า 4 ปี เรื่องใหญ่ๆ ที่แต่ละพรรคอยากจะทำมีเรื่องอะไรบ้าง เรื่องที่เห็นด้วยกัน ทำด้วยกัน เรื่องที่ไม่เห็นด้วย ถอยได้ถอย เมื่อคุยเรื่องวาระเสร็จค่อยมาดูว่า วาระนี้เกี่ยวข้องกับ กี่กระทรวง ใครต้องบริหารกระทรวงใดบ้าง

❒ นโยบายที่ก.ก.ไม่ตรงพรรคอื่น จะพูดคุยอย่างไร

เราถอยได้ ยกเว้นไม่แก้รัฐธรรมนูญ เราไม่ร่วม ดังนั้น วาระหลักๆ ตรึงไว้ ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนเสียงว่าเราจะผลักดันวาระได้กี่ข้อ แน่นอนว่าไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่งต้องถอยอยู่แล้ว พรรคอันดับหนึ่งยังทำไม่ได้เลย

ในการทำงานต้องผ่อนปรน วาระพรรคอื่น ถ้าเห็นว่าดี เราก็พร้อมผลักดัน แต่ถ้ามาบอกให้ร่วมรัฐบาล แล้วไม่เอาวาระของเราเลย ไม่รู้จะร่วมทำไม

สำหรับวาระที่ตึง คือเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องยกเลิกเกณฑ์ทหาร ผมคงตอบแทนก.ก.ทั้งหมดไม่ได้ และผมคิดว่าก.ก. ยังไม่มีเส้นที่ชัดเจนขนาดนั้นว่า อยากจะผลักดันวาระอะไร อะไรหย่อนได้ อะไรต้องตึง จนกว่าจะรู้ผลการเลือกตั้ง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน