ชพก.เปิดนโยบายเศรษฐีเงินล้าน
วันที่ 3 พ.ค. นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า อัดคลิปลงติ๊กต็อกถึงแนวคิดการเพิ่มเศรษฐีเงินล้าน 231 คนต่องวด ระบุ ช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมารายได้ของกองสลากเพิ่มขึ้นมหาศาล จากที่ 8 ปีก่อนหน้านี้ กองสลากขายลอตเตอรี่เพียงปีละ 37 ล้านใบ แต่วันนี้ขาย 100 ล้านใบ ทำให้รายได้ของกองสลากเพิ่มขึ้นจากกว่า 1 หมื่นล้านบาท เป็นเกือบ 5 หมื่นล้านบาทต่อปี ขณะที่การแบ่งสัดส่วนรางวัลยังอยู่เท่าเดิม ถึงเวลาที่กองสลากจะแบ่งปันรายได้กลับคืนให้กับประชาชนในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น
รางวัลที่เพิ่มขึ้นมาจากการขายลอตเตอรี่ผ่านแอพเป๋าตังมากขึ้น ทำให้รัฐประหยัดการจ่ายค่าการตลาดให้พ่อค้าคนกลาง วิธีการของพรรคชาติพัฒนากล้าคือ ทุกงวดจะจัดรางวัลให้ทุกจังหวัด จังหวัดละ 3 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาทให้ผู้ซื้อลอตเตอรี่ ผู้ซื้อที่จะได้รางวัลคือผู้ที่เบอร์ 6 ตัว ใกล้รางวัลที่ 1 มากที่สุดในจังหวัดนั้นๆ จะรู้ว่าล็อตเตอรี่ของเราอยู่จังหวัดไหนก็ต้องซื้อผ่านแอพเป๋าตัง เพราะในแอพจะมีข้อมูลอัตโนมัติจากข้อมูลบัตรประชาชนที่ลงทะเบียนไว้
“เมื่อจับสลากสามารถตรวจเช็กอัตโนมัติได้เลยว่าเบอร์ของคุณเป็นเบอร์ที่ใกล้รางวัลที่ 1 มากที่สุดของจังหวัดหรือไม่ เพียงเท่านั้นก็จะทำให้เป็นเศรษฐีเงินล้านได้ทันที เราจะทำอย่างนี้ทุกงวด ละ 231 คน เดือนละ 462 คน ทั้งปี 5,544 คน เพียงเพราะมีการจัดแบ่งรายได้ของกองสลากคืนเป็นรางวัลเพิ่มเติมให้พี่น้องประชาชน ในสัดส่วนที่เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น” นายกรณ์ กล่าวและว่า ไม่ใช่การมอมเมาอย่างแน่นอน เพราะไม่ได้เพิ่มจำนวนลอตเตอรี่ ที่ขายอยู่ 100 ล้านใบยังเหมือนเดิม เพียงแต่แบ่งปันรางวัลให้ผู้ซื้อมากขึ้น และไม่ได้เป็นความคิดเชิงประชานิยมเพราะสามารถจัดสรรรางวัลให้ประชาชนได้ ด้วยการดึงล็อตเตอรี่เข้าสู่ระบบแอพเป๋าตัง และลดค่าใช้จ่ายเรื่องของค่าการตลาดที่กองสลากต้องจ่ายให้พ่อค้าคนกลาง
พรรคยังจะรื้อระบบกองสลาก สร้างความเป็นธรรมให้มากขึ้น 1.เมื่อมีการซื้อลอตเตอรี่ผ่านเป๋าตังมากขึ้น ค่าการตลาด 9 บาทต่อใบที่วันนี้ยังต้องจ่ายให้ยี่ปั๊วควรเอามาจัดสรรเป็นเงินรางวัลให้ผู้ซื้อ 2.แก้ไขกฎหมายให้รายได้ของกองสลากจัดสรรยิงตรงช่วยเหลือ คนยากคนจน แทนที่จะส่งเงินเข้าคลัง 3.สำหรับผู้ค้าสลากที่ได้รับ ผลกระทบจากการที่ประชาชนซื้อลอตเตอรี่ในแอพเป๋าตังมาก ยิ่งขึ้นต้องจัดสรรงบเยียวยา ฝึกอาชีพ มีเงินเดือนให้ในช่วงผู้ค้า ต้องปรับตัว