นักวิชาการวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์โพลมติชน-เดลินิวส์ ครั้งที่ 2
จากการสำรวจระหว่างวันที่ 22-28 เม.ย. รวม 7 วัน มีผู้ตอบคำถามทางออนไลน์ทั้งสิ้น 78,583 ราย
ระบุผลจากการสำรวจแสดงให้เห็นชัดเจนว่าทุกกลุ่มรายได้โหวตให้ส.ส. เขตและปาร์ตี้ลิสต์จากพรรคก้าวไกลและเพื่อไทย มีสัดส่วนรวมกันแล้วมากกว่า 80% ของทุกกลุ่มตัวอย่าง
สนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ มากที่สุด 3 ลำดับแรก แสดงถึงความนิยมต่อนโยบายการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจของ 2 พรรคนี้
นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นทิศทางการเมืองที่มีต่อส.ส.เขตจาก “พรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม” คือ พรรคเพื่อไทยและก้าวไกล มีสัดส่วนรวมกันที่ 83.75%
เทียบกับส.ส.เขตจาก “พรรคร่วมรัฐบาลเดิม” คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย มีสัดส่วนรวมกันอยู่ที่ 10.64% หรือห่างกันถึงเกือบ 8 เท่าตัว
อีกทั้งยังพบว่าผู้ที่ร่วมตอบแบบสอบถาม เป็นกลุ่มคนที่ตั้งใจเข้ามาโหวตเพื่อ แสดงความต้องการของตน ซึ่งเป็นไป ในทิศทางเดียวกับปาร์ตี้ลิสต์ของ “พรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม” ที่มีสัดส่วนรวมกันที่ 84.95% จากพรรคก้าวไกล เพื่อไทย และเสรีรวมไทย
ขณะที่ “พรรคร่วมรัฐบาลเดิม” มีสัดส่วน ที่ 10.26% จากพรรครวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย
หากแปลงตัวเลขเหล่านี้เป็นสัดส่วน จำนวนส.ส.เขต จะพบว่า “พรรคร่วม ฝ่ายค้านเดิม” จะได้ส.ส.เขต 335 คน และ “พรรคร่วมรัฐบาลเดิม” จะได้ส.ส.เขต 42 คน จากทั้งหมด 400 คน
ส่วนที่เหลืออีก 23 คน เป็นสัดส่วนของพรรคอื่นๆ และผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองใด
ทั้งนี้ หากคำนวณสัดส่วนของปาร์ตี้ลิสต์จะพบว่า “พรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม” จะได้มากถึง 84 ที่นั่ง จาก 100 ที่นั่ง
รวมความแล้วหากผลการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 เป็นไปตามผลโพล “มติชน x เดลินิวส์” ก็จะทำให้ “พรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม” และพรรคอื่นๆ มีแนวโน้มที่จะได้ส.ส.ในสภา ผู้แทนราษฎรรวมกันแบบแลนด์สไลด์
เป็นไปตามคำถามข้อที่ 4 ของผลโพล 82.54% ที่ต้องการให้ 250 ส.ว.โหวตเลือกแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคที่ได้ส.ส.มากที่สุด
แต่โพลของจริงคือผลการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค.นี้!!