เอลนีโญทำแล้งฝนทิ้งช่วงกรมชลฯ ลุ้นพายุ 2 ลูกปลายปี 2566-วอนใช้น้ำฝนทำนาพร้อมเลื่อนทำนาปีเร็วขึ้น 1 เดือนในพื้นที่ลุ่มต่ำ 11 ทุ่ง พร้อมเตรียมเครื่องมือ-เครื่องจักรป้องน้ำท่วมซ้ำ

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ปี 2566 ไทยจะเกิดเอลนีโญ ทำให้เกิดคลื่นความร้อนและภัยแล้ง ฝนตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณ 5% ซึ่ง ปี 2565 สูงกว่าค่าปกติ 14% โดยปีนี้พายุหมุนเขตร้อนจะเคลื่อน เข้าสู่ประเทศไทยจำนวน 1-2 ลูก มีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนผ่านบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย.นี้ คล้ายปี 2565 แต่มั่นใจว่าเมื่อสิ้นสุดฤดูฝนปี 2566 ซึ่งปีนี้กรมอุตุฯ คาดการณ์ว่าฝนจะหมดเร็วกว่าปกติ หรือประมาณกลาง ต.ค.2566 ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่มีจำกัด กรมชลประทานและหน่วยงานบริหารน้ำจำเป็นต้องจับตาสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมๆ กับบริหารจัดการน้ำที่มีจำกัดให้เพียงพอกับความต้องการ ตามกิจกรรมต่างๆ ที่จำเป็น

สำหรับปริมาณต้นทุนทั่วประเทศ ณ 30 เม.ย.2566 มีปริมาณน้ำต้นทุน 20,754 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แต่มีความต้องการน้ำประมาณ 30,246 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็นน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค 1,752 ล้าน ลบ.ม. รักษาระบบนิเวศและอื่นๆ 6,175 ล้าน ลบ.ม. เกษตรกรรม 21,865 ล้าน ลบ.ม. และภาคอุตสาหกรรม 454 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งในช่วงที่ฝนยังไม่ตกตามฤดูกาลกรมได้เตรียมน้ำสำรองไว้แล้วกว่า 1.6 หมื่นล้าน ลบ.ม.

เมื่อสิ้นสุดฤดูฝนเข้าสู่ฤดูแล้งปี 2566/2567 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่งทั่วประเทศจะต้องเพียงพอต่อความต้องการ โดยคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำตามแผน One map อยู่ที่ 53,875 ล้าน ลบ.ม. หรือ 76% ของความจุ แบ่งเป็นน้ำใช้การได้ 30,333 ล้าน ลบ.ม. หรือ 64% ของความจุ น้อยกว่าปีก่อน 5,524 ล้านลบ.ม. ที่มีน้ำ 59,399 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 84% ของความจุ เป็นน้ำใช้การได้ 35,862 ล้าน ลบ.ม. หรือ 76% ของความจุ

“จะเกิดฝนทิ้งช่วงมิ.ย.-ก.ค.ประมาณ 1 เดือน ฝนจะกลับมาตกอีกครั้งส.ค.-ก.ย.ประมาณ 60-80% และกลางต.ค.ฝนก็จะหมด กรมชลประทานและหน่วยงานบริหารน้ำทั่วประเทศจะจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทุกวัน และให้ทำนาปีเร็วขึ้น 1 เดือน เช่น ทุ่งบางระกำ จะเริ่มปลูกเม.ย. ขณะนี้ปลูกจะเต็มพื้นที่แล้ว ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำ 10 ทุ่ง ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง เริ่มทำต้นพ.ค.ส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรทำนาปีโดยใช้น้ำฝน ส่วนน้ำเขื่อนจะเสริมในช่วงฝนทิ้งช่วง เพื่อประหยัดน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง”

นายทวีศักดิ์กล่าวว่า กรมชลฯ เตรียมพร้อมเครื่องมือ เครื่องจักร รับมือน้ำท่วม และน้ำท่วมซ้ำซาก รวม 5,382 หน่วย แบ่งเป็นเครื่องสูบน้ำ 2,198 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 617 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ 351 คัน และเครื่องจักรสนับสนุนอื่นๆ 2,219 หน่วย พร้อมเตรียมแผนกักเก็บน้ำในเขื่อนให้มากที่สุด ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์เก็บกักน้ำต่ำสุดตามช่วงเวลา เพื่อความมั่นคงด้านการอุปโภค บริโภค และรักษาระบบนิเวศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน