มีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างสูงจากกรณี “เลเซอร์” อันเกิดขึ้น ณ สะพานพระราม 8

เป็นความละเอียดอ่อนอันสัมพันธ์กับพรรครวมไทยสร้างชาติ อันสัมพันธ์กับทั้ง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

จากท่าทีของ “พรรค” จากท่าทีของ “สังคม”

แปลกใจหรือไม่ที่สังคมแทบมิได้ตั้งคำถามต่อ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แม้ว่าจะดำรงตำแหน่ง เป็นหัวหน้าพรรค และคร่ำหวอดทางการเมืองมายาวนาน

ตรงข้ามกลับถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เพียง 1 ปรากฏการณ์แห่งสะพานพระราม 8 ก็สะท้อนลักษณะพรรคออกมาแจ่มชัด

ยืนยันว่าหัวโขนแห่งความเป็นหัวหน้าพรรคของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แทบไม่มีความหมาย และไม่ฉาย บทบาทอะไรเลย

แม้จะเคยเป็น “ผู้พิพากษา” แม้จะเป็น “นักการเมือง” เก่า

และเมื่อสังคมให้ค่ากับ “ประธานคณะทำงาน” ด้านยุทธศาสตร์และการกำหนดแนวทางการเมืองมากยิ่งกว่า

การอธิบายจึงเริ่มจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ต้องยอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เติบใหญ่ทาง “การทหาร” ก่อน “การเมือง”

ท่าทีของพรรครวมไทยสร้างชาติต่อกรณี “เลเซอร์” ที่โยนให้เป็นความรับผิดชอบของ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อย่างชนิดหมดเนื้อหมดตัวเพียงผู้เดียว

จึงกลายเป็นคำถามต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เป็นคำถามต่อท่วงทำนองการบริหารของพรรค รวมไทยสร้างชาติ เป็นคำถามต่อกระบวนการในการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

บทบาทใน “การลอยตัว” นั่นแหละที่มากด้วยความละเอียดอ่อน

ยิ่งสังคมย้อนหวนทวนคืนไปยังบทบาท น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ยิ่งเห็นอกเห็นใจ

เห็นใจในการทำงานปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นใจในการอุทิศตนเพื่อพรรครวมไทยสร้างชาติด้วยจิตหนึ่ง ใจเดียวอย่างกล้าหาญ อดทน

เป็นความยอดเยี่ยมของนักการเมือง “หญิง” ในดงแห่ง “ชายชาตรี”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน