สศก.ลงพื้นที่สำรวจความต้องการระบบประกันภัยของเกษตรกรมันสำปะหลัง ทุเรียน และทำประมง ผนึก คปภ.พัฒนาระบบประกันภัยเกษตร หวังช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติ
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ได้สร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรและชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร ซึ่งรัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการชดเชยให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ ดังนั้น ได้จัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการและการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการประกันภัยการเกษตรร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พัฒนาระบบประกันภัยการเกษตรอย่างยั่งยืน เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยง
ปัจจุบันรัฐบาลดำเนินงานโครงการประกันภัยการเกษตรสำหรับเกษตรกร จำนวน 2 สินค้า ได้แก่ โครงการประกันภัยข้าวนาปี และประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แต่ภัยพิบัติทางธรรมชาติส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ สศก.จึงได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติในการผลิตสินค้าเกษตร และความต้องการของเกษตรกรต่อการทำประกันภัยการเกษตร เพื่อเป็นข้อมูลในการขับเคลื่อนการประกันภัยการเกษตรของประเทศไทย
“จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจสังคมครัวเรือนและประกันภัยการเกษตรของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี พบว่าในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา พบปัญหาหลักจากการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง ทำให้ผลผลิตลดลงประมาณ 20-50% ของผลผลิตมันสำปะหลังปกติ ดังนั้น เกษตรกรมีความสนใจในการประกันภัยมันสำปะหลัง ในเบื้องต้นมีความสนใจทำประกันภัยโดยเต็มใจจ่ายเบี้ยประกันในอัตรา 20% ของค่าเบี้ยประกัน และควรมีการจ่ายค่าชดเชยเมื่อมันสำปะหลังมีความเสียหายจากโรคมากกว่า 50% ของแปลงปลูก”
ด้านประมงได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เรือประมงพื้นบ้าน จากกลุ่มประมงเรือเล็กลูกน้ำเค็มก้นปึก และวิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กตากวน-อ่าวประดู่ จ.ระยอง พบว่า ปัจจุบันยังไม่มีการทำประกันภัยเรือประมงพื้นบ้าน ชาวประมงมีความกังวลเรื่องหลักฐานที่จะใช้เคลมประกัน เนื่องจากช่วงที่มีภัยพิบัติพายุพัดเรือจมเสียหาย และรูปแบบการประกันต้องครอบคลุมความเสียหายที่ชาวประมงได้รับ เช่น เรือ วิทยุสื่อสาร และอุปกรณ์ต่างๆ และสามารถเคลมประกันได้ จึงจะสนใจ เข้าร่วมโครงการประกันภัย
นอกจากนี้ ยังได้ติดตามสถานการณ์การผลิตทุเรียน ณ สวนสุวรรณจินดา จ.ระยอง โดยเป็นสวนที่มีการทำฟาร์มอัจฉริยะติดตั้งเครื่องวัดความเร็วลม ซึ่งวาตภัยและภัยแล้งเป็นภัยธรรมชาติที่สำคัญที่สร้างความเสียหายแก่สวนทุเรียนมากที่สุด การติดตั้งเครื่องวัดความเร็วลมเพื่อลดความสูญเสียของทุเรียนจากวาตภัย ค่าความเร็วลมที่วัดได้เป็นรูปแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถบริหารจัดการได้ทันเวลา ดังนั้นเครื่องวัดความเร็วลมจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ในการตรวจสอบความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในการประกันภัยได้ต่อไป