การเรียนภาษาต่างประเทศตั้งแต่เด็กแต่ยังพูดสื่อสารไม่ได้ หลายคนรู้สึกยอมแพ้กับการเรียนภาษาใหม่ แต่มีบางคนที่ก้าวข้ามอุปสรรคนี้จนสามารถใช้ภาษาใหม่ได้อย่างคล่องแคล่ว
2 อาสาสมัครจากมูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ (International Youth Fellowship-IYF) องค์กรด้านเยาวชนที่มีสาขากระจายไปใน 100 ประเทศทั่วโลก มีโครงการอาสาสมัครแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศเป็นกิจกรรมหลัก ร่วมบอกเล่าถึงประสบการณ์ทางภาษาที่ได้รับภายหลังเริ่มเรียนภาษาใหม่จาก “ศูนย์” จนถึงตอนนี้สื่อสารภาษาใหม่ได้อย่างคล่องแคล่วมั่นใจ

เริ่มที่เยาวชนไทย น.ส.พิชามญชุ์ อยู่รอด อายุ 22 ปี หรือ น้องเนียร์ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เดินทางไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศโคลัมเบียในทวีปอเมริกาใต้ บอกเล่าเส้นทางที่ได้มาเรียนภาษาสเปนว่า ตอนแรกที่มาเก็บตัวเตรียมไปเป็นอาสาสมัครต่างประเทศเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะตั้งใจว่าจะไปเป็นอาสาสมัครที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ในช่วงที่กำลังขอวีซ่าปรากฏว่าญี่ปุ่นประกาศ ปิดประเทศเนื่องจากโควิด-19 จึงเปลี่ยนไปโคลัมเบียแทนทั้งที่พื้นฐานภาษาสเปนเป็นศูนย์ ช่วงแรกของการเรียนภาษาจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก

“แต่ IYF สอนเราอยู่เสมอว่าการจะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดก็ตาม อันดับแรกเราต้องยอมรับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันให้ได้เสียก่อน เหมือนการเรียนภาษา สิ่งแรกคือเราต้องยอมรับให้ได้ก่อนว่า ‘เราไม่รู้’ พูดแล้วเหมือนง่าย แต่สำหรับเราช่วงแรกยากพอสมควร เพราะแรกๆ กลัวจะพูดผิดมาก แต่กลายเป็นว่าช่วงเวลานั้นไม่เกิดการเรียนรู้อะไรเลย ในทางกลับกันเมื่อกล้าที่จะผิด กล้ายอมรับว่าเราไม่รู้ เพื่อที่คนอื่นจะได้มีโอกาสสอน ช่วงเวลานั้นกลับเป็นช่วงที่เราเรียนรู้ได้ไวและมีความสุขกับการเรียนภาษามากๆ ค่ะ” น้องเนียร์กล่าว

น้องเนียร์ฝากถึงคนที่อยากเริ่มเรียนภาษาว่าเราต้องกล้ายอมรับว่า “เราไม่รู้” เรียนภาษาให้เหมือนตอนเราเริ่มหัดฟังหัดพูดภาษาไทยสมัยเด็กๆ ฟังให้เยอะ แล้วกล้านำสิ่งที่ฟังออกมาใช้ ยิ่งถ้าใช้ผิดแล้วมีคนคอยแก้ให้ยิ่งน่าขอบคุณ เพราะเขาเหมือนเป็นคุณครูของเรา ยิ่งคุณครูสอนเรามากเท่าไหร่ ความรู้ของเราก็จะยิ่งมากตามไปด้วย ภาษาเป็นเรื่องของประสบการณ์ อย่ากดดันตัวเองว่าจะต้องพูดได้หรือจะต้องเก่งภายในไม่กี่วัน ให้โอกาสตัวเองผิดพลาดเพื่อเรียนรู้

ด้านเยาวชนจากประเทศเอกวาดอร์ที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครแลกเปลี่ยนในประเทศไทย น.ส.เลติเซีย นิเอโต อายุ 24 ปี เผยว่าตอนแรกอยากเป็นอาสาสมัครที่สหรัฐอเมริกาเพราะอยากเรียนภาษาอังกฤษ แต่วันหนึ่งเปลี่ยนใจมาที่ประเทศไทยทั้งที่ไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับประเทศไทยเลย ไม่ว่าจะเป็นภาษาหรืออาหาร ในช่วง 3 เดือนแรกรู้สึก ปิดใจกับประเทศไทย เพราะภาษาไทยยากและไม่ชอบรสชาติอาหารไทย

ด้วยสีหน้าและท่าทางที่เธอแสดงออก สต๊าฟของ IYF จึงเข้ามาแนะนำเธอว่าการเรียนภาษาคือพูดอะไรก็ได้ พูดผิดก็ได้ไม่เป็นไร ตรงข้ามกับสิ่งที่อยู่ในใจของเธอที่คิดว่า “ฉันไม่สามารถพูดภาษาไทยได้” และคิดว่า “ฉันจะต้องจำคำศัพท์เยอะๆ ต้องเรียนตลอดทั้งวัน”
จนวันหนึ่งเธอลองทำตามคำแนะนำนั้น เริ่มต้นจาก “ฉันแค่ต้องพูดออกมา” ต้องถามว่า “อันนี้คืออะไร” “ภาษาไทยเรียกว่าอะไร” ตอนนี้เลติเซียเปลี่ยนมุมมองและสามารถสื่อสารภาษาไทยได้อย่างมั่นใจและพัฒนาขึ้น ทุกครั้งที่กล้าพูด