พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กล่าวถึงกรณีหนังสือเรียนภาษาพาที ยกตัวอย่างการทำบุญบริจาคเงินจนหมดตัวว่า การสอนให้คนทำบุญทำดีก็ต้องมีขั้นตอน ดั่งเช่นที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่า จงอย่าทำบุญให้กระทบกับฐานะและโภคะแห่งตน การทำบุญจนหมดตัวเป็นศรัทธาแบบไร้ปัญญา เรื่องนี้หลวงพ่อพุทธทาสเคยกล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญ คนทำบุญเก่ง ทำบุญเยอะ แต่ทรงสรรเสริญคนที่ใคร่ครวญดีแล้วจึงนำออกให้ การที่จะนำเนื้อหามาสอนเด็กนั้นต้องระวังให้ดี การไปสอนให้ทำบุญให้บริจาคจนหมดตัวแบบนี้ไม่ถูก เป็นเรื่องผิดพลาดที่ต้องแก้ไข ต้องสอนให้ทำในทางสายกลางให้พอดี ทำดีไม่ถูกดี ทำดีไม่ถึงดี ต้องทำดีให้พอดี ศรัทธามีได้ แต่ต้องมีปัญญา หากศรัทธาโดยไร้ปัญญาจะกลายเป็นศรัทธาเลื่อนลอย ดังนั้น ศรัทธาจึงต้องมีปัญญากำกับ

การทำบุญมีอยู่ 3 แบบคือ ทำบุญแบบอาบน้ำโคลน ทำบุญแบบอาบน้ำหอม และการทำบุญแบบอาบน้ำบริสุทธิ์ การทำบุญแบบอาบน้ำโคลนเหมือนกับประเด็นนี้คือทำบุญแบบขาดปัญญาใคร่ครวญ กับการทำบุญแบบอาบน้ำหอมก็คือ ทำบุญเพื่อให้คนอื่นชื่นชมชื่นชอบ ส่วนการทำบุญแบบอาบน้ำบริสุทธิ์ก็คือ การทำบุญด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ด้วยเงินที่ได้มาจากรายได้อันบริสุทธิ์เช่นกัน เรื่องการทำบุญแล้วได้บุญสูงสุดที่คนไม่ค่อยรู้คือ การทำบุญให้กับสัตว์เดรัจฉาน 16 ครั้งไม่เท่ากับทำบุญให้คน 1 ครั้ง การทำบุญให้คน 16 ครั้ง ไม่เท่ากับการทำบุญให้กับพระสงฆ์ที่มีศีลมีวินัย 1 ครั้ง การทำบุญให้พระสงฆ์ 16 ครั้งไม่เท่ากับการเจริญศีลเมตตาเพียง 1 ครั้ง และการเจริญศีลเมตตา 16 ครั้ง ไม่เท่ากับการเจริญอนิจจังสัญญาเพียง 1 ครั้ง ซึ่งมีความหมายว่าทรัพย์สมบัติอยู่กับเราไม่นาน มันไม่จากเรา เราก็ต้องจากมัน ฉะนั้น การทำบุญสายกลางจะเป็นการทำบุญด้วยความบริสุทธิ์ แต่ถ้าไปทำบุญจนหมดเนื้อหมดตัวแล้วเกิดทุกข์ตามมาแบบนั้นก็ไม่ไหว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน