‘ว.วชิรเมธี’สานโครงการข้ามลัทธินิกายระดับโลก
ในทำเนียบพระนักเทศน์ชื่อดังของไทย พระเมธีวชิโรดม (วุฒิชัย วชิรเมธี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ก็เป็นหนึ่งในนั้น และยังเป็น พระที่ใช้โซเชี่ยลมีเดียในการเผยแผ่ธรรมะ จนได้รับรางวัลจากหลายองค์กร อย่างในปี 2564 ก็ได้รับการยกย่องเป็นบุคคลดีเด่น ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการศึกษา ปี ของ มูลนิธิสมาน-คุณหญิงเบญจา แสงมลิ เนื่องจากเป็นพระสงฆ์ที่มากความรู้ความสามารถ
วันก่อน มีโอกาสสนทนาหลายหัวข้อกับผู้ก่อตั้งมูลนิธิไร่เชิญตะวัน อ.เมือง จ.เชียงราย หรือที่รู้จักกันในนามท่านว.วชิรเมธี
ท่านว.เล่าว่า ในส่วนงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาทำอยู่หลายเรื่อง ที่ทุ่มเทมากคือ งานสร้างศาสนทายาท ซึ่งมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดครึ่งใต้ ต.ครึ่ง อ.เชียงของ จ.เชียงราย เป็นโรงเรียนในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์เคยเสด็จฯ เปิดอาคารเมื่อปี 2551 พร้อมมีพระราชดำรัสด้านการศึกษานับชั่วโมง ถือเป็นโรงเรียนที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการอันดับหนึ่งของประเทศไทย ในฐานะโรงเรียนปริยัติธรรม 5 ปีซ้อนแล้ว ถือว่าก้าวหน้ามาก

โครงการนี้ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมาเรียนที่โรงเรียนนี้ เพื่อให้ลูกพระลูกเณรเก่งทั้งทางโลก และทางธรรม เป็นศาสนทายาทระดับปัญญาชน หากลาสิกขาออกไปก็เป็นคนไทยคุณภาพ เป็นโครงการสร้างพระพูดได้ Buddhis missionary
เรื่องนี้กราบทูลมีพระราชทานคำแนะนำว่าอยากให้อาตมาผลิตพระธรรมทูตปีหนึ่งอย่างน้อยๆ สัก 100 รูป เพียงมีข้อแม้ว่าขอให้ทุกรูปเทศน์เป็นภาษาคนรู้เรื่องก็แล้วกัน เพราะบางทีพระเณรเทศน์ไม่ค่อยร่วมสมัย ใช้คำวัดมากไปหน่อย คนรุ่นใหม่ฟังแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง มีรับสั่งว่านี่คือปัญหา โครงการนี้คือโครงการสร้างพระธรรมทูตจากไทยสู่เวทีโลก
โครงการที่ 2 เป็นการต่อยอดพระเปรียญธรรม 9 ประโยคให้กลายไปเป็นพระธรรมทูตเวทีโลก เรียกว่าโครงการสร้างพระทีมชาติ ทำมาได้ 5 ปีแล้ว เป้าหมายคือต่อยอดพระที่เรียนจบเปรียญธรรม 9 ประโยคแล้วให้ไปเรียน ต่อปริญญาโท-เอกทั้งที่เมืองไทย และต่างประเทศ เพื่อให้พระเหล่านี้สามารถเดินสายไปสอนพระพุทธศาสนาในเวทีโลกได้ ตอนนี้ส่งไปเผยแผ่ยังประเทศต่างๆ ของโลก จนมีสาขาของไร่เชิญตะวันอยู่ที่อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ และกำลังจะขยายไปที่สวีเดน และสหรัฐอเมริกา นี่ก็คือการนำธรรมะ พระธรรมไปเผยแผ่แก่ประชาคมโลก
ส่วนโครงการที่ 3 เป็นโครงการศาสนไมตรี เป็นการทำงานข้ามลัทธินิกายในพระพุทธศาสนา กับศาสนาอื่นๆ ด้วย เพื่อให้เป็นตัวอย่างว่าผู้นำทางจิตวิญญาณสามารถเป็นตัวอย่างในการสมานฉันท์ร่วมกัน เช่น ทำงานกับคริสตศาสนาได้ด้วยการร่วมงานกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส อาตมาเคยไปเฝ้าท่านมาแล้ว และเคยทำงานกับองค์ ดาไลลามะ สายวชิรยานของทิเบต มีการทำงานร่วมกับผู้นำทางศาสนาฮินดู ซิกข์ และมุสลิม เป้าหมาย คือ ต้องการให้โลกนี้ร่มเย็น เป็นสุข
อีกโครงการหนึ่งคือ โครงการไปช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทั่วโลก ทำมาเป็นปีที่ 7 กับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSCR จนทาง UNSCR น้อมถวายรางวัลด้านสันติภาพ และเมตตาธรรมเป้าหมายคือ ช่วยสร้างสรรค์พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ลี้ภัยทั่วโลก ซึ่งตอนนี้ผู้ลี้ภัยทั่วโลกมีมากกว่า 80 ล้านคน และในจำนวนนี้เป็นเด็กและเยาวชนเยอะแยะ เป็นเหตุให้อาตมาได้ไปร่วมงาน กับมูลนิธิอัลเบิร์ต ไอนสไตน์ เพื่อผู้ลี้ภัย ที่เยอรมัน โครงการนี้ต้องการส่งเสริมการศึกษาของลูกหลานผู้ลี้ภัยทั่วโลก จึงได้หารือกับมูลนิธิ สุดท้ายตกลงว่ามีการก่อตั้งกองทุนใหม่ชื่อว่า กองทุนพระเมธีวชิโรดม ร่วมกับมูลนิธิอัลเบิร์ต ไอนสไตน์ เพื่อผู้ลี้ภัย
ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง