อุดรธานี – รายงานว่า นายจรูญ บุหิรัญ นายอำเภอบ้านผือ ได้ทำหนังสือไปยังพระครูพุทธบทบริรักษ์ เจ้าอาวาส วัดพระพุทธบาทบัวบกว่า ตามที่วัดพระพุทธบาทบัวบก ได้ยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดิน โดยช่างรังวัดได้รังวัดปักหลักเขต และลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดินแล้ว ผลการรังวัดได้เนื้อที่ 2,397-3-389.1 ไร่ ตำแหน่งที่ดินตั้งอยู่ ในเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี, ป่าสงวนแห่งชาติ และอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท, เขตอุทยาน แห่งชาติภูหินจอมธาตุ, ภูพระบาท (เตรียมการ)
ทางจ.อุดรธานีได้มีคำสั่งลงวันที่ 29 พ.ย. 2562 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดิน เพื่อออกโฉนดที่ดิน ในเขตป่าตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ.2537) ออกตามพ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.2497 ให้คณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดินเกี่ยวกับการรังวัด ออกโฉนดที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ หรือพื้นที่ที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติ คณะรัฐมนตรี แล้วเสนอความเห็นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ทางอ.บ้านผือได้แจ้งให้คณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดินตามคำสั่งศาลจ.อุดรธานี ตรวจพิสูจน์ที่ดินในวันที่ 23 พ.ค.นี้
พระครูพุทธบทบริรักษ์กล่าวว่า วัดนี้ตั้งอยู่ไหล่เขาภูพาน (ภูพระบาท) มีพื้นที่จำนวน 2 พันไร่ ติดกันกับอุทยาน ภูพระบาท เป็นพื้นที่ที่มีโบราณสถานตั้งอยู่โดยรอบบริเวณวัด ซึ่งตั้งอยู่ภูเขาขนาดเล็ก และพื้นที่บางส่วนจัดตั้ง เป็นสถานที่อนุรักษ์โบราณสถาน ดังนั้นการจะดำเนินการในการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก และให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจ.อุดรธานี ขณะที่อุทยานภูพระบาทไม่มีหลักเขตและไม่มีจุดเขตแดนที่ชัดเจน การกระทำ และปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน แก่ประชาชนโดยทั่วไปที่อยู่อาศัยหาอาหารเพื่อยังชีพ มาเป็นเวลานาน รวมถึงที่นี่ยังมีสถานศาสนาสำคัญคือ วัดพระพุทธบาทบัวบก จึงไม่สมควรประกาศยึดพื้นที่ทั้งหมดเข้าไปเป็นของอุทยาน
“วัดพระพุทธบาทบัวบกครอบครองที่ดินมานานตั้งแต่ พ.ศ.2445-2460 ได้ประกาศเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ใช้วิธีการกดดันประกาศว่าวัดไม่ถูกต้อง เป็นได้เพียงสำนักสงฆ์ และให้อาศัยอยู่ในพื้นที่อนุญาต ที่กำหนดให้ 15 ไร่ ซึ่งไม่ถูกต้อง จึงขอคัดค้านไม่เห็นด้วย”
วัดพระพุทธบาทบัวบก สร้างเมื่อปี 2460 เดิมชื่อวัดพระบาทภูกู่เวียง เป็นวัดร้างเก่าแก่สมัยทวารวดี