นครราชสีมา – นายพรชัย ศิลารมย์ ผู้อำนวยการศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) กล่าวตอนหนึ่งของโครงการก่อสร้างทางลอดจุดตัดทางแยกนครราชสีมา ทางหลวงหมายเลข 2 ถ.มิตรภาพ กับทางหลวงหมายเลข 224 ถ.ราชสีมา-โชคชัย ว่า สภาพการจราจรคับคั่งบน ถ.มิตรภาพ ช่วงผ่านตัวเมืองโคราช บริเวณทางแยกนครราชสีมา มีปริมาณรถต่อวันประมาณ 1.2 แสนคัน ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพทั้งการเดินทางไม่สะดวกและมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เป็นเวลากว่า 10 ปี กรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเสนอโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด แต่มีเสียงคัดค้านจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นกลุ่มผู้ประกอบการค้าและชาวโคราชส่วนหนึ่งทำให้ต้องชะลอโครงการ ที่ผ่านมาได้จัดการจราจรด้วยไฟสัญญาณจราจร รวมทั้งเพิ่มช่องทางจราจร แต่ไม่สามารถรองรับปริมาณการเดินทางอย่างเพียงพอ รวมทั้งปัญหาหลากหลาย โดยนำผลการศึกษามาทบทวน ปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน เพื่อเสนอโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดทางแยกนครราชสีมา รูปแบบ 2 ช่องจราจร รองรับการจราจรบน ถ.มิตรภาพ จาก จ.ขอนแก่น เลี้ยวขวาไป จ.สระบุรี รวมระยะทาง 1,181 เมตร เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกขณะก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องปิดเส้นทางจราจรบริเวณพื้นที่โครงการทำให้การสัญจรไม่สะดวกคล่องตัว และใช้เส้นทางอ้อมส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบเสนอปัญหา เพื่อนำมาพิจารณา ทบทวนปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับการเดินทางของคนเมือง ล่าสุด บริษัทผู้รับจ้างใช้งบ 480 ล้านบาท เวลาก่อสร้าง 960 วัน เริ่มดำเนินการประมาณปลายปี 2566
ด้านนายประยุทธ แซ่เตียว เจ้าของกิจการ “ชุนหลี” แบตเตอรี่ กล่าวในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียว่า การก่อสร้างทางลอดจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้เดือดร้อนคือผู้ประกอบการกว่า 300 ราย ช่วงก่อสร้าง 3 ปี สภาพจราจรติดขัด ผู้คนจะไม่มาใช้เส้นทางในเมือง การค้าขายซบเซา ความเสียหายเฉลี่ยปีละกว่า 1 พันล้านบาท รวมทั้งการสัญจรของประชาชนที่มีที่พักอาศัยในพื้นที่โครงการยังมีปัญหาน้ำท่วม อุบัติเหตุการจราจร ซึ่งความเสียหายยังไม่มีผู้ใดออกมารับผิดชอบ
“ที่ผ่านมายานพาหนะที่ใช้เส้นทางดังกล่าวเริ่มมีปริมาณลดลงเฉลี่ยกว่า 30% และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีการใช้ถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมาแทน”