ทําไมแพ้ก้าวไกล? เพื่อไทยขายนโยบายปากท้องตามถนัด แต่ความเป็นจริงคือ 9 ปีที่ผ่านมา คนคับแค้นรัฐบาล มาก จนรู้สึกว่าต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่แบบ “พลิกฝ่ามือ” ก้าวไกลนำเสนอสิ่งนี้ได้ ด้วยภาษาที่ชัดเจนตรงไปตรงมา

ส่วนหนึ่งจากคำพูดเศรษฐา ทวีสิน สนทนากับหนุ่ม เมืองจันท์ ฟังแล้วรู้สึกมีความหวัง ที่เศรษฐาจะเข้าไปทำพรรคจริงจังเพื่อ Disrupt และรีแบรนด์

แต่จะ Disrupt ได้ เพื่อไทยต้องตกผลึก “ทำไมแพ้ก้าวไกล” ไม่ใช่ยังทำใจไม่ได้ คุคั่งคับแค้น แพ้เพราะถูกก้าวไกลโจมตีให้ร้าย แพ้เพราะ IO ฯลฯ โทษคนอื่นจนไม่มองจุดแข็งจุดอ่อนตัวเอง

แล้วยังเอาความคับแค้นขมขื่นมาระเบิดระบายในการแย่งชิงประธานสภา แม้ตอนจัดตั้งรัฐบาล พยายามอดทนอดกลั้น ยืนยันครั้งที่ 501 ว่าไม่ดัดหลังก้าวไกล

ทั้ง ส.ส. ทั้ง FC ยังฝังใจอยู่ตลอดว่า ก้าวไกลไม่แฟร์ ถีบหน้า แทงข้างหลัง เจ็บแต่ต้องช่วยมัน (งั้นปล่อยให้เป็นรัฐบาลไปคนเดียวไหม)

พังสิครับ ไม่ใช่แค่รัฐบาลประชาธิปไตยพัง พรรคเพื่อไทยนั่นแหละ เลือกตั้งครั้งหน้าอาจต้องติดแฮชแท็ก #SAVEเพื่อไทย

ทำไมแพ้ก้าวไกล มีหลายปัจจัย แต่ประเด็นหลักอย่างที่เศรษฐา พูด คือประเมินผิด ไม่คิดว่าสังคมประชาธิปไตยอัดอั้น คับแค้น ต้องการเปลี่ยนแปลงใหญ่

ไม่ใช่แค่เพื่อไทยประเมินผิด นักวิเคราะห์ทั้งหลายก็ผิด ผมก็ผิด ผมอธิบายอยู่ตลอดว่า ยุทธศาสตร์เพื่อไทยที่วางตัวเป็นพรรค Mass หาคะแนนวงกว้างจากปัญหาปากท้อง แล้วเข้าไปต่อรองแก้ปัญหาประชาธิปไตยทีละเปลาะ นั้นถูกต้องแล้ว เพียงแต่ผมเลือกก้าวไกล เพราะต้องการกระทุ้งเพดานการเปลี่ยนแปลงให้สูงกว่า จึงคิดว่าจะต้องเลือกก้าวไกลเข้าไปเป็นพรรคอันดับสอง ที่ไหนได้ ไม่คาดว่าจะมีคนคิดเหมือนกัน 14.2 ล้านคน

โดยในจำนวนนี้เป็นคนเสื้อแดงเยอะด้วย แบบป้าธิดาบอก หมอเหวงก็กาก้าวไกล

วิถีการเมืองแบบเพื่อไทย “มองโลกตามความเป็นจริง” ว่าไม่สามารถปะทะตรงๆ กับอำนาจอนุรักษนิยมได้ ชนะเลือกตั้งไม่มีปืนไม่มีกฎหมาย ก็ต้องประนีประนอม เจรจาต่อรอง มองโลกแบบผู้ใหญ่ “อาบน้ำร้อนมาก่อน” (แต่คนรุ่นใหม่บอกว่าอาบน้ำร้อนจนตัวเปื่อย) อย่าหวังไปให้ถึงดวงดาวแต่ไปได้แค่ยอดมะพร้าว

วิถีการเมืองแบบนี้ ว่าที่จริงไม่ได้ผิด เพื่อไทยไม่ใช่ไม่สู้ แต่สู้ในข้อจำกัดของตัวเอง ถูกรัฐประหาร ถูกยุบพรรค ก็ยังกลับมาชนะเลือกตั้ง สู้แบบผู้ถูกกระทำ จนสร้างมวลชนเสื้อแดงกว้างใหญ่

แต่ข้อจำกัดสำคัญคือทักษิณถูกมัดพันธนาด้วยคดีความ ทักษิณเป็นเหยื่อเผด็จการ ถูกกระทำด้วยความอยุติธรรม มองแทบไม่เห็นทางลบล้าง

การต่อสู้ของเพื่อไทยจึงไปไม่สุด ทั้งสู้อำนาจไม่ไหว ทั้งหยุดประนีประนอม เลือกตั้ง 50 หวังใช้สมัครเป็นตัวกลาง ก็ถูกยุบพรรคตัดสิทธิ เลือกตั้ง 54 ชนะแต่ทำอะไรแทบไม่ได้ สุดท้ายก็ขอขึ้นจากเรือ นิรโทษสุดซอย เลือกตั้ง 62 เสนอชื่อแคนดิเดตไทยรักษาชาติ

เลือกตั้ง 66 พอมีสื่อวิเคราะห์หรือซีฟข่าว จะจับมือพลังประชารัฐ เพื่ออาศัย ส.ว.โควตาป้อม คนก็เชื่อว่าใช่เลย นี่แหละวิถีการเมืองแบบเพื่อไทย

ซ้ำรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ก็มีภรรยาเพื่อนรักป้อม ทั้งที่ไม่เคยร่วมกิจกรรมกับพรรค

มันจึงไม่ใช่ให้ร้าย IO แต่มันมีมูลให้สื่อซักถาม ซึ่งก็ไม่ยอมปฏิเสธกระทั่งสองอาทิตย์สุดท้าย สายไปแล้ว

ทวีตทักษิณ “กลับบ้านเลี้ยงหลาน” ยิ่งตอกย้ำให้คนเชื่อว่าจะประนีประนอมกับชนชั้นนำ ตรงกันข้ามกับก้าวไกล “Extreme” ซึ่งมันจะทำได้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ อาจเจ็บตัวก็ได้ แต่ขอลองสักครั้งเถอะ (วะ)

ทักษิณและพรรคเพื่อไทยยังเข้าใจผิดว่า ถ้าทักษิณได้กลับบ้าน จะทำให้มวลชนดีใจ ได้สมองอัจฉริยะมาช่วยกู้เศรษฐกิจ แต่มันกลับผลักคนที่รักประชาธิปไตยรักความยุติธรรม ซึ่งเขาต้องการสู้อำนาจ (แม้เห็นใจทักษิณ)

แน่ละพรรคเพื่อไทยเจ็บปวดกับคำว่า “สู้ไปกราบไป” ไม่ยุติธรรม แต่ก็ต้องยอมรับว่า “สู้ไม่สุด” แม้สู้แล้วเท่าที่มีข้อจำกัด พรรคก้าวไกลชัดเจนกว่า ชัดเจนไปถึงชุดความคิด ว่าจะเปลี่ยนประเทศอย่างไร จึงชนะใจทุกเวทีดีเบต

แน่ละ พรรคเพื่อไทยและ FC เจ็บใจติ่งส้ม “เพิ่งงอก” ระรานถากถาง เย้ยหยันพวกสู้มาก่อน (ซึ่งมีจริง FC ก้าวไกลพึงระวังท่าที) แต่ประเด็นสำคัญที่ก้าวไกลยก คือปลุกผู้คนให้พ้นไปจากวังวน “รัฐประหาร Vs การเมืองเดิมๆ แบบเพื่อไทย” ซึ่ง Voters ซื้อ โดยที่เพื่อไทยแก้ไม่ตก

“เพื่อไทยทำไรก็ผิด” ร้องห่มร้องไห้ ถูกกระทำมาตลอด สุดท้ายยังพ่ายแพ้ มองมุมหนึ่งก็อาจใช่ ไทยรักไทย เพื่อไทย ถูกรัฐประหารตุลาการภิวัตน์ยุบพรรคตัดสิทธิ ยัดคดีความ พยายามสู้พยายามสร้างฐานมวลชนจนเกิดเสื้อแดงก็ถูกปราบปราม ในบริบทที่สังคมยังมืดบอด ปลุกเกลียดชัง

แต่หลังรัฐประหารสืบทอดอำนาจ 9 ปี สลิ่มกลับใจ คนรุ่นใหม่ลุกฮือ ก็ดันเกิดพรรคก้าวไกล มาชูธงทะลุทะลวง พร้อมกับชู “การเมืองใหม่” การเมืองดี โจมตีบ้านใหญ่ ฯลฯ

มองในมุมนี้ก็น่าน้อยใจ แต่ทำไงได้ สังคมเคลื่อนไปแล้ว ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นเช่นนี้เอง ผูกประชาธิปไตยไว้กับเพื่อไทยพรรคเดียวไม่ได้

มัวตีอกชกหัวก็ยิ่งถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เอาความอกหักผิดหวังมาฟาดงวงฟาดงายิ่งเสียหาย จะกลายเป็น “ผู้ร้าย” โดยไม่รู้ตัว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน