‘เป้’โชคดีได้ทำสิ่งที่รัก
งานแสดงก็ใช่-ดนตรีก็ชอบ

อาทิตย์ใส

นอกจากงานแสดงทั้งละครและภาพยนตร์ที่มีมาให้ชมอย่างต่อเนื่อง หนุ่ม ‘เป้’ อารักษ์ อมรศุภศิริ ยังไม่ทิ้งงานเพลงอีกหนึ่งสิ่งที่ตัวเองรัก ซึ่งอัลบั้มใหม่คาดว่าจะเสร็จออกมาให้ฟังช่วงปลายปี แถมด้วยงานเบื้องหลังที่ยังขออุบรายละเอียด

ส่วนใครที่อยากดูงานแสดงของหนุ่มเป้ ตอนนี้ละคร “กามเทพก้นครัว” กำลังออกอากาศให้ชมอยู่ทางช่องเวิร์คพอยท์ งานแน่นขนาดนี้ ยังมีเวลาแบ่งให้เรื่องรักบ้างหรือไม่เจ้าตัวมีคำตอบ

ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง?

เป้ – “ตอนนี้เป็นช่วงว่าง คือผมถ่ายละครเรื่อง กามเทพก้นครัว จบไปตั้งแต่ปลายปี ที่แล้ว แล้วผมก็ไปถ่ายภาพยนตร์เรื่อง ดอยบอย จะได้ชมปลายปีนี้ แล้วก็มีภาพยนตร์อีกเรื่องที่ถ่ายไว้แล้วชื่อเรื่อง POSTMAN ไปรษณีย์ 4 โลก แต่ว่าช่วงต้นปีมีงานหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นทำให้ผมว่าง 4 เดือน ในช่วงที่ว่างผมก็ไปทำงานที่เป็นความฝันของตัวเองมา 2 งาน คืองานเพลงที่ยังไม่เสร็จกำลังทำอยู่ ตั้งใจว่าอัลบั้มชุดนี้ก็จะกลับไปอยู่ในจุดที่ทุกอย่างสดหมด เลยอยาก ฝึกสกิลให้ตัวเองเก่งขึ้นก่อน อัลบั้มชุดนี้เลยค่อนข้างใช้เวลานาน ส่วนงานอีกอย่างก็คือเป็นงานเบื้องหลังบางอย่างซึ่งยังบอกไม่ได้ (ยิ้ม)”

ยังไม่ได้ทิ้งงานเพลง?

เป้ – “ความจริงแล้วตั้งแต่มาเลเซีย ผมออกมา 6 อัลบั้มแล้วครับ อัลบั้มล่าสุดมีชื่อว่า The Back Seat หรือว่า เบาะหลัง มีคอนเสิร์ตบ้างประปรายแต่ว่าเพลงไม่ได้ฮิตอะไรแต่ผมก็ชอบนะ อย่างล่าสุดมีโอกาสได้ไปเล่นคอนเสิร์ตก็ได้เห็นแฟนเพลงที่เราไม่เคยเจอหน้าเลย ไม่เคยรู้ว่าเขาฟังเพลงเราด้วย ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยก็เลยมีกำลังใจให้เราทำต่อ แต่ถึงจะไม่มีกำลังใจมาเลยผมก็ทำเพลงอยู่ดี เพราะผมยังเขียนเพลงได้อยู่ อย่างอัลบั้มชุดใหม่นี้ก็ตั้งชื่อคร่าวๆ ไว้แล้ว และคาดว่าน่าจะออกตอนเดือนตุลาคมครับ”

ไอเดียในการทำเพลงแต่ละเพลงของตัวเองเกิดจากอะไร?

เป้ – “แต่ละเพลงไม่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ถ้าผมแต่งเพลงมันจะต้องได้เนื้อเพลงมาก่อนว่าจะพูดเรื่องนี้นะ แล้วค่อยไปดูว่าคอร์ดกับเมโลดี้อันไหนจะมาลงได้ ต้องยอมรับว่าผมเป็นคนโชคดีที่สามารถทำอะไรตามใจได้ ไม่ได้ขี้โม้นะครับ แต่รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ยังมีงานที่เลี้ยงปากท้องซึ่งดันเป็นงานที่ผมชอบ รัก และสนุกกับมันด้วย การแสดงก็เป็นอาชีพที่สนุกสำหรับผม อย่างในเรื่อง กามเทพก้นครัว ผมก็เล่นเป็นคนบ้าเฮฮาไปเลย อย่างบางเรื่องผมเล่นเป็นตำรวจก็ต้องไปฝึกสกิลบางอย่าง เล่นเป็นเชฟก็ต้องไปฝึก เล่นเป็นเด็กช่าง เล่นเป็นเสือ มันเหมือนกับได้เดินทางตลอด คือเป็นอะไรที่โชคดีมากแล้วก็ไม่อยากให้อาชีพนี้มันจบเลยอ่ะครับ อยากจะเป็นไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันสิ่งที่มันเก็บความเป็นตัวมนุษย์ของเราไว้ก็คือดนตรี เพราะถึงแม้จะบอกว่าเราได้เป็นหลายอย่างในการแสดงแต่มันก็เป็นคนอื่นไง แต่ดนตรีมันได้เป็นตัวเอง”

มีเวลาพอที่จะทำอะไรได้หลากหลายใช่ไหม?

เป้ – “คือคนอื่นเขาจะมีธุรกิจอย่างอื่นไงครับ ของผมไม่ได้มีมากมาย มีทำแบรนด์เสื้อ ลงนวมบอยส์ ซึ่งก็ทำสนุกๆ กับเพื่อน กับดนตรีก็เป็นธุรกิจของผมซึ่งเป็นธุรกิจที่ยังไม่ได้กำไร แต่ก็ยังทำอยู่ คือผมไม่ได้เป็นนักธุรกิจหรือนักขายที่เก่งกาจ แต่ก็เรียกว่าน่าจะเป็นในทางศิลปะมากกว่า เน้นครีเอทีฟมากกว่า แต่ว่าไม่สามารถจะทำให้มันขายได้เยอะนัก ในขณะเดียวกันอาชีพแสดงมันมีคนช่วยที่มีวิธีการขายของเขาอยู่แล้วไงครับ แต่สำหรับผมดนตรีมันขายได้หรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไรแล้ว มันผ่านจุดที่ผมทุกข์ทรมานจากการโดนว่าโดนแซวมาแล้ว ตอนนี้มันแค่ทำแล้วเหมือนกับมีคนที่ได้ฟังบ้างแค่นั้นก็พอแล้ว หรือถ้าเขาจะไม่ได้ฟังเลยทำเพลงไว้มันก็เป็นอมตะอยู่ในอินเตอร์เน็ตไปแล้ว เป็นการสร้างงานแบบนั้นมากกว่าก็ค่อนข้างสบายใจ แต่ถ้ามันจะมีโอกาสทำให้ผมได้กลับไปเล่นคอนเสิร์ตเยอะๆ เหมือนสมัยก่อนตอนที่อยู่กับวงสเลอ (slur) ก็น่าจะเป็นความสุขที่ดีครับ”

งานเพลงที่เราทำอยู่เรียกว่าเป็นเฉพาะกลุ่มได้ไหม?

เป้ – “ตอนทำผมรู้สึกว่าผมทำแมสตลอดเลย แต่ว่าสิ่งที่ผมปล่อยออกมาไม่น่าจะแมส แค่ชื่อเพลงบางเพลงก็ไม่แมสแล้ว แต่อย่างที่บอกแหละว่าผมค่อนข้างทำตามใจตัวเอง ไม่ใช่ว่าไม่สน คือถ้าได้แมสมันก็ดีเพราะผมก็มีวงที่ผมอยากจะให้เขามีกินมีใช้กัน แล้วก็มีค่าย วอท เดอะ ดั๊ก ที่ลงทุนให้ผม ก็อยากให้เขาได้กำไรจากผมบ้าง แต่ถ้าจะมาแบบว่าทำอย่างนี้สิ ลองให้คนนี้แต่งให้สิ สำหรับผมไม่จำเป็น คือผมชอบเพลงตัวเองถ้าไม่ชอบก็คงไม่ปล่อย แล้วในขณะเดียวกันมันก็มีคนที่ชอบ ทุกครั้งที่ไปเปิดให้ค่ายฟังค่ายก็จะไม่แก้อะไรเลย แล้วก็จะบอกว่าปล่อยเลย แต่ตอนนี้มันเหมือนมีสติ๊กเกอร์บางอย่างที่แปะเอาไว้ว่า อย่าไปฟังเพลงเป้นะ ผมก็อยากจะค่อยๆ ลอกมันออกนิดนึง”

“สติ๊กเกอร์นี้มันแปะอยู่นานแล้วตั้งแต่ตอนที่ยังร้องเพลงไม่ได้เรื่อง ตอนนี้ดีขึ้นเยอะแล้วแต่คนก็ไม่ได้ฟัง (หัวเราะ) สมัยก่อนตอนที่ออกเพลง มาเลเซีย ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นอย่างนั้น มันไม่ได้เรื่อง มันห่วย แล้วก็ทำเพลงอะไรแบบเพลงไก่อย่างเงี้ย คือมันไม่ใช่ว่า ไม่ดีนะ แต่คอนเทนต์มันประสาทอ่ะ แต่ว่าส่วนตัวผมก็ชอบ ทุกเพลงแหละครับ แต่พอมันเหมือนกับว่าสติ๊กเกอร์อันนั้นมันลอกออกยาก เราก็ค่อยๆ ลอกไป เด็กรุ่นใหม่ที่บางทีเขาเกิดมาเขาไม่ได้ฟังเพลง มาเลเซีย แล้ว เขาก็ได้ฟังเพลงใหม่เรา ช่วงหลังก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ”

ถือเป็นอีกคนหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความสนใจในเรื่องของชีวิตส่วนตัว?

เป้ – “เหรอครับ (ยิ้ม) อย่างที่บอกไปว่าตอนนี้โสดสนิท ถามว่ามุมมองความรักตอนนี้เป็นยังไง ตอนที่ผมเลิกกับคุณมิเรียมซึ่งเป็นสุภาพสตรีที่ดีงามมากๆ เพราะผมรู้สึกว่าผมไม่อยากจะรับผิดชอบอะไรเพิ่ม คือมนุษย์มันก็มีเส้นทางของมันแบบ ฉันจะต้องโตมาแต่งงานมีลูก แต่ผมกลับคิดว่ามันอาจจะไม่ใช่สำหรับทุกคน ผมเรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มันจะมีเพื่อนกลุ่มหนึ่งซึ่งแต่งงานมีลูก มีหน้าที่การงานมั่นคงเรียบร้อย ซึ่งเราก็จะรู้ความเป็นไปของกลุ่มนั้น ในขณะเดียวกันก็จะมีอีกกลุ่มหนึ่งกลุ่มประสานมิตร ซึ่งยังซ่ายังเฮฮา ยังแบบไม่โตสักที เราก็จะรู้ความเป็นไปของกลุ่มนี้ แล้วเราก็จะมองเห็นว่าอะไรที่มันเหมาะกับเรา ยอมรับว่าผมค่อนข้างเห็นแก่ตัวครับ แล้วปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือผมดันอยู่คนเดียวได้ ไม่เหงา กลายเป็นว่าเพื่อนผมเยอะ แล้วเพื่อนผมก็ดีด้วย มันเลยลดทอนความเหงา ความอยากมีคู่ครองไป”

เกี่ยวกับความที่เป็นคนรักอิสระได้ไหม?

เป้ – “ประมาณนั้นครับ แล้วมันก็มีเรื่องการครีเอทีฟบางอย่างที่มันจำเป็นที่จะต้องเกิดขึ้นตอนไหนก็ได้ ฉะนั้นการอยู่คนเดียวถึงจะสะดวกสุด แล้วการมีครอบครัวมันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบางคน ซึ่งบางคนก็จำเป็นที่มันจะต้องมี แต่สำหรับผมผมรู้สึกว่าถ้ามีแล้วผมจะลำบากแล้ว เอาจริงๆ ผมก็อยากมีลูกนะ หมายถึงว่าอยากเห็นเด็กคนหนึ่งเจริญเติบโตไปเป็นแบบไหนก็ตาม แต่ว่าช่วงเวลาระหว่างนั้นเราได้อยู่กับเพื่อนที่มันมีลูกมีครอบครัวแล้ว ซึ่งมันไม่ง่ายเลย”

แล้วเพื่อนกลุ่มมหิดลแนะนำว่ายังไงบ้าง?

เป้ – “อย่าแต่งเลยเป้ (หัวเราะ) ถ้ากู เป็นมึงนะกูไม่แต่งหรอก ส่วนเพื่อนกลุ่ม ประสานมิตรเนี่ยความจริงแล้วแต่งอยู่คนเดียวและหย่า แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มมีแต่งเพิ่มอีกสองคนเมื่อปีที่แล้ว แต่ส่วนตัวผมนี่มองไม่เห็นเลย ตอนนี้มันยังไหวไง อยากออกไปทำอะไร ไปออกกำลังกาย ไปต่อยมวยก็ทำได้เลย แต่อีกหน่อยน่าจะมีช่วงที่ผมไม่ไหว ช่วงนั้นอาจจะเป็นช่วงที่อาจจะเหงา แล้วก็อาจจะลำบากละ แต่ก็ไม่รู้ว่าตอนโน้นเกิดนึกจะอยากสร้างครอบครัวหรือเปล่าหรือว่าจะอยู่ได้ แต่ตอนนี้ถ้าจะให้อยู่กับความรับผิดชอบที่มันใหญ่โตนัก ผมเลือกที่จะไม่ทำ ซึ่งก็เห็นแก่ตัวแล้วก็ค่อนข้างโดนแม่ด่า แต่ก็ไม่เป็นไรมันเกิดมารอบเดียว”

คุณแม่ด่าเพราะชอบแฟนคนล่าสุดของเรา?

เป้ – “ใช่ครับคุณพ่อคุณแม่ชอบคุณมิเรียมมาก (เหตุผลทั้งหมดที่เล่ามาได้บอกมิเรียมแล้วเขาเข้าใจใช่ไหม?) เขาเป็นคนประเสริฐมากครับ เขาเข้าใจ ตอนนี้ทุกอย่างโอเคแล้วก็กลายเป็นเพื่อนกัน เขาก็ขโมยเพื่อนผมไปใช้ อันนี้เป็นมุขนะครับ (หัวเราะ) คือเขาก็แชร์เพื่อนผมไป ซึ่งเราก็ยังเจอกันบ่อยๆ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็ต้องบอกว่า She’s very cool. คือเขาเจ๋งมาก ผมก็แฮปปี้อยู่แล้ว ผมไม่ได้เกลียดเขา เขาก็ไม่ได้เกลียดผม ไม่ได้ทำอะไรที่ทำร้ายกัน”

แล้วจะมีโอกาสเริ่มต้นสานสัมพันธ์กับใครอีกไหม?

เป้ – “ผมก็คงไม่ได้สานไปไกลกว่าที่เคยสาน คงแบบคุยกันถูกใจแฮปปี้ก็คงดีอ่ะครับ มันเป็นเรื่องของธรรมชาติมนุษย์แล้วแหละ”

คือเป็นแฟนกันไปได้ แต่ถ้าจะให้เป็นคู่ครองไม่เอาใช่ไหม?

เป้ – “อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้คำว่าแฟนแล้วด้วย คือแบบอิสระเบอร์นั้นอ่ะ ไม่หึงด้วย”

ย้อนถามหน่อยว่าเหตุผลที่ทำให้เราเลิกกับมิเรียมเป็นเพราะว่าอีกฝ่ายคิดที่อยากจะมีครอบครัวหรือเปล่า?

เป้ – “ทุกคนมีความต้องการอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว อะไรเป็นจุดที่มันสูงสุดของการเป็นแฟน ด้วยวัยด้วยความพร้อมทั้งหลายแหล่ เอาจริงๆ ผมก็พร้อมเลยนะ คือถ้าจู่ๆ ผมมีลูกผมโอเคผมเลี้ยงได้เลย แต่ว่าเราแค่เลือกว่าเราจะไม่ไปสู่จุดนั้น”

อชริญา บุญชู

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน