ปัตตานี – ว่าที่ ร.ต.อดินันท์ หวังพิทยา ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลยะหริ่ง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เผยถึงจะยกเลิกกฎอัยการศึก เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะจะทำให้เศรษฐกิจจะฟื้น เนื่องจากผู้คนภายนอกจะมีความมั่นใจ อย่างเช่น ต่างชาติและพี่น้องจากจังหวัดอื่นๆ ที่จะมาเที่ยวก็จะสูงขึ้น เมื่อมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวก็จะมีการใช้จ่ายในพื้นที่ ทำให้คนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งประชาชนในพื้นที่จะรู้สึกเหมือนได้รับอิสรภาพ เพราะไม่มีกฎอัยการศึกมาครอบหรือกดทับอย่างในอดีต

อย่างไรก็ตาม การยกเลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่พร้อมกันๆ ทีเดียว อาจจะเกิดปัญหาตามมา เนื่องจากว่าบางพื้นที่ยังมีความเสี่ยงอยู่ ต้องทำการวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นหลังการยกเลิกกฎอัยการศึก พร้อมกับการเข้าไปพัฒนาพื้นที่นั้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความพร้อมในการยกเลิกกฎอัยการศึกต่อไป ที่ผ่านมาในอำเภอที่ยกเลิก กฎอัยการศึกแล้ว เช่น อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี แต่ยังมีด่านจากฝ่ายความมั่นคงหลงเหลืออยู่อีก เช่น เส้นทางหลังที่ว่าการอำเภอยะหริ่ง เป็นเส้นทางดังกล่าวหากเอาออกไปสามารถระบายการจราจรที่เกิดจากการสัญจรของ นักท่องเที่ยวที่จะไปหาดตะโละกาโปร์และตะโละสมิแล ซึ่งปัจจุบันเป็นปัญหาอย่างมาก

การยกเลิก กอ.รมน.ก็เห็นด้วยเช่นกัน เพราะที่ผ่านมามี กอ.รมน.ก็ไม่ได้เป็นหน่วยงานหลักที่ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้น ใช้งบประมาณสูง ราวเจ็ดพันกว่าล้านบาท ไม่สามารถตรวจสอบได้ สอดคล้องกับเอกสารของสำนักงบประมาณของรัฐสภาที่ได้วิเคราะห์ออกมาในปี 2565 ตัวอย่างเช่น บางโครงการที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้คือ การสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ริมแม่น้ำโก-ลก และรั้วตาข่ายเหล็กชายแดนไทย-มาเลเซีย วงเงิน 640 ล้าน

การสร้างเขื่อนนี้ควรเป็นหน้าที่ของกรมโยธาธิการหรือกรมเจ้าท่า ต้องมีการทำโรดแม็ปในการยุบ ตั้งคณะทำงานศึกษา โดยเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาคพลเรือน ทหาร นักวิชาการ และประชาสังคม ประชุมทำความเข้าใจ เพื่อหาทางออก เสนอเป็นแผนในการยุบหรือหากยุบไม่ได้จริง ควรให้มีการแก้ไขบทบาทหน้าที่ กรอบการทำงานให้ชัด หรือจำกัดอำนาจหน้าที่ไม่ให้มีบทบาทแทรกแซงเหนือหน่วยงานอื่นๆ มากเกินไป และควรมีประเมินติดตามโครงการที่ผ่านๆ มา และเปิดให้มีการตรวจสอบการใช้งบประมาณ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน