ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลหน้า 2023-24 ได้น้องใหม่ 3 สโมสรเลื่อนชั้นจากลีกแชมเปียนชิพขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อย

โดยก่อนหน้านี้ทีมแชมป์ลีกอย่าง “เดอะ คลาเร็ตส์” เบิร์นลีย์ และรองแชมป์ “ดาบคู่” เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ต่างคว้าสิทธิ์เลื่อนชั้นอัตโนมัติ ซึ่งทั้ง 2 ทีมนี้ถือว่าเป็นที่คุ้นเคยสำหรับผู้ติดตามฟุตบอลอังกฤษอยู่แล้ว

แต่ทีมที่ขึ้นมาลำดับที่ 3 ซึ่งเป็นรายสุดท้าย “ช่างทำหมวก” ลูตัน ทาวน์ แฟนบอลอาจไม่ได้รู้จักรายละเอียดลึกมากนัก แม้ว่านี่จะเป็นสโมสรเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานก็ตาม

ลูตันนั้นก่อตั้งเมื่อวันที่ 11 เมษายน 1885 หรือเมื่อ 138 ปีมาแล้ว แต่ทีมก็ระหกระเหินกับลีกล่างอยู่นาน กว่าจะไต่ขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของอังกฤษเมื่อครั้งอดีตได้สำเร็จในฤดูกาล 1955-56

จากนั้นลูตันก็มีช่วงเวลาที่ผกผันไปมา บางทีก็ปักหลักอยู่ในดิวิชั่น 1 ได้หลายฤดูกาล บางทีก็หล่นลงไปลีกล่างอีก กระทั่งนับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดอีกครั้งเมื่อฤดูกาล 1982-83 หนนี้ดูจะอยู่ได้นานหน่อย

อย่างไรก็ตาม ลูตันกลับต้องตกชั้นอีกครั้งหลังจบฤดูกาล 1991-92 ซึ่งเป็นฤดูกาลสุดท้ายที่ลีกสูงสุดฟุตบอลอังกฤษยังถูกเรียกว่าดิวิชั่น 1 โดยฤดูกาลถัดมา 1992-93 พรีเมียร์ลีกได้ถือกำเนิดขึ้น สโมสรแห่งนี้จึงต้องพลาดเป็นหนึ่งในทีมที่ได้เตะพรีเมียร์ลีกฤดูกาลแรกอย่างน่าเสียดายสุดๆ

หลังจากนั้นลูตันไม่เคยได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกเลย มีช่วงเวลาที่ตกต่ำสุดถึงขั้นหล่นไปคอนเฟอเรนซ์ พรีเมียร์ลีก ซึ่งอยู่นอก 4 ลีกสูงสุดเลยด้วยซ้ำ

ถึงอย่างนั้นลูตันก็ยังไต่จากจุดตกต่ำกลับขึ้นมาสู่ลีกแชมเปียนชิพได้เมื่อฤดูกาล 2019-20 จากนั้นก็ปักหลักอยู่ที่เดิมได้อย่างมั่นคงและทำผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งฤดูกาล 2021-22 ทีมก็ได้โควตาเตะเพลย์ออฟเลื่อนชั้น แต่พลาดท่าตกรอบ

ฤดูกาลล่าสุด 2022-23 ที่เพิ่งจบลงไป ลูตันต้องเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อผู้จัดการทีมที่พาสโมสรไปเตะเพลย์ออฟอย่าง นาธาน โจนส์ แยกทางกับทีมแล้วไปคุมเซาธ์แฮมป์ตันเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022 สโมสรจึงต้องหากุนซือใหม่มาทำหน้าที่แทน

คนที่ลูตันได้มากุมบังเหียนนั้นคือ ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ อดีตกองหลังทีมชาติเวลส์วัย 40 ปี ซึ่งประสบการณ์อาจจะยังไม่สูงมากนัก แต่ประวัติถือว่าดูดีในระดับหนึ่ง เพราะเคยได้คุมทีมชาติอังกฤษชุดยู-16 รวมถึงเคยคุมฟอเรสต์ กรีน โรเวอร์ส เลื่อนชั้นสู่ลีก วัน มาแล้ว

แม้ต้องมารับงานกลางฤดูกาล แต่เอ็ดเวิร์ดส์ก็พาลูตันบินสูงได้อย่างมั่นคง โดยในฤดูกาลปกติ 46 นัด ลูตันชนะ 21 เสมอ 17 แพ้ 8 เก็บได้ 80 คะแนน จบอันดับ 3

จากนั้นในการเพลย์ออฟเลื่อนชั้น ลูตันเอาชนะซันเดอร์แลนด์ด้วยผลรวม 2 นัด 3-2 ในรอบรองชนะเลิศ และเสมอโคเวนทรี ซิตี้ 1-1 (ต่อเวลาเสมอ 1-1 ชนะจุดโทษ 6-5) ในรอบชิงชนะเลิศ สโมสรจึงได้สัมผัสพรีเมียร์ลีกเป็นหนแรกเสียที หลังพลาดโอกาสไปเมื่อ 31 ปีที่แล้ว

สำหรับจุดเด่นของลูตันในยุคนี้อยู่ที่เกมรับเหนียวแน่นทำให้คู่แข่งเอาชนะได้ยาก โดยตลอดฤดูกาลแพ้ไป 8 นัด มีแค่แชมป์อย่าง เบิร์นลีย์ที่น้อยกว่า (3 นัด) และลูตันยังโดนคู่แข่งยิงแค่ 39 ประตู เทียบเท่ารองแชมป์เชฟฯ ยูไนเต็ด และน้อยกว่าเพียงแค่เบิร์นลีย์ (35 ประตู)

ดาวดังของลูตันที่แฟนบอลควรจับตาไว้ คาร์ลตัน มอร์ริส หัวหอกตัวเก่งชาวอังกฤษ ซึ่งลูตันที่เน้นเกมรับเป็นหลักจะมาถึงจุดนี้ไม่ได้เลย ถ้าไม่มีมอร์ริสช่วยบันดาลสกอร์ให้ทีมชนะคู่แข่ง โดยแข้งรายนี้ยิงตลอดฤดูกาลได้ถึง 20 ประตูเลยทีเดียว

ส่วนแนวรับมีแกนหลักอย่าง ทอม ล็อกเยอร์ ปราการหลังทีมชาติเวลส์ ดีกรีผ่านการเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้ว นอกจากจะคอยปกป้องหลังบ้านให้ลูตันอย่างมั่นคง เจ้าตัวยังมีประโยชน์ใน เกมรุกด้วยการยิงในฤดูกาลนี้ได้ 4 ประตู ฟอร์มเด่นถึงขั้นได้รับเลือกให้ติดทีมยอดเยี่ยมแชมเปียนชิพฤดูกาลนี้ด้วย

นอกจากนี้ยังมี เปเล เอ็มปันซู, จอร์แดน คลาร์ก, อัลฟี โดห์ตี, อมารี เบลล์ ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นผู้เล่นสำคัญของลูตัน และอาจจะกลายเป็นนักเตะที่เฉิดฉายในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้าก็เป็นได้

นี่เป็นเรื่องราวน่าสนใจส่วนหนึ่งของลูตัน ทาวน์ สโมสรเก่าแก่ที่ได้สัมผัสพรีเมียร์ลีกเป็นหนแรกเสียที หลังจากนี้ทีมจะมาเพียงช่วงสั้นๆ แล้วหล่นลงไปอีกครั้ง หรือจะปักหลักอยู่ในลีกสูงสุดอย่างมั่นคง คอลูกหนังต้องมารอดูกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน