นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเดือนเม.ย. 2566 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ต่อเนื่อง การบริโภคภาคเอกชน ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 55.0 จากระดับ 53.8 ในเดือนก่อน ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 และสูงสุดในรอบ 38 เดือน สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น และความกังวลจากอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทานปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยภาคการเกษตรสะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรกรรม ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 12.0% จากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตสำคัญ อาทิ ยางพารา ข้าวโพด และหมวดปศุสัตว์ เป็นต้น ภาคอุตสาหกรรมดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 95.0 จากระดับ 97.8 ในเดือนก่อนหน้า จากการชะลอตัวของการผลิตจากวันหยุดต่อเนื่องในช่วงวันสงกรานต์ และอุปสงค์จากต่างประเทศที่ยังคงอ่อนแอ

ขณะที่เสถียรภาพเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี แรงกดดันจากระดับราคาสินค้าลดลงต่อเนื่อง สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนเม.ย.อยู่ที่ 2.67% อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.66% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมี.ค.อยู่ที่ 61.2% ต่อจีดีพี GDP สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ เม.ย. 2566 อยู่ในระดับสูงที่ 223.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน