พาณิชย์จุกส่งออก เม.ย.หดตัว 7.6% ติดลบ ต่อเนื่อง 7 เดือน ขึงเป้าเข็นส่งออกให้ได้เดือนละ 2.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐหวังพลิกตัวเลขเป็นบวกตั้งแต่ ก.ค.เป็นต้นไป คาดทั้งปีโตได้ตามเป้า 1-2%
นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือน เม.ย.2566 ว่า มีมูลค่า 21,723.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 7.6% ด้านการนำเข้า มีมูลค่า 23,195 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 7.3% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 1,471.7 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าเกษตร ขยายตัว 23.8% เป็นบวกต่อเนื่อง 3 เดือน สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 12% กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรม หดตัว 11.2% ติดลบ ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7
ทั้งนี้ ตลาดส่งออกสำคัญยังคงหดตัว โดยตลาดหลัก หดตัว 6.2% อาทิ สหรัฐ หดตัว 9.6% ญี่ปุ่น หดตัว 8.1% อาเซียน หดตัว 17.7% และสหภาพยุโรป หดตัว 8.2% ขณะที่ตลาดรองก็ หดตัว 14.9% โดยเอเชียใต้ หดตัว 25.9% ตะวันออกกลาง หดตัว 16.7% แอฟริกา หดตัว 26.9% และ ลาตินอเมริกา หดตัว 9.4%
สำหรับภาพรวมการส่งออกในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2566 (ม.ค.-เม.ย.) ว่า มีมูลค่า 92,003.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 5.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินค้าเกษตรขยายตัว 7.3% สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 0.3% และสินค้าอุตสาหกรรม หดตัว 7.1% ขณะที่การ นำเข้า มีมูลค่า 96,519.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 2.2% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า รวม 4,516.0 ล้านเหรียญสหรัฐ
“สาเหตุที่ทำให้ตัวเลขส่งออกเดือนเม.ย.ติดลบสูงถึง 7.6% เนื่องจากฐานการส่งออกเม.ย.ปีก่อนสูงมาก มีมูลค่าส่งออกสูงถึง 23,514.8 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งปัญหาโอเวอร์สต๊อกสินค้ายังไม่คลี่คลายและเศรษฐกิจโลกที่หดตัว ทำให้มีการชะลอนำเข้าสินค้าต่อเนื่อง ยอมรับว่าตัวเลขส่งออกไทยติดลบต่อเนื่องมา 7 เดือนแล้ว แต่ลบเพียงตัวเลขหลักเดียว น้อยกว่าคาดการณ์ของเอกชนที่คิดว่าจะติดลบ 2 หลักตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 เป็นต้นไป”
ทั้งนี้ เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังส่งออกจะดีขึ้น หากสามารถผลักดันยอดการส่งออกให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 24,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มั่นใจว่าการส่งออกไทยจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ตั้งแต่เดือน ก.ค. ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี ทำ ให้มูลค่าการส่งออกปีนี้ขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 1-2% หรือคิดเป็นมูลค่า 290,300-293,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากประเทศต่างๆ ยังมีความต้องการนำเข้าอาหารเพื่อความมั่นคง