บูธหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มาร่วมงาน ‘Thaifex Anuga Asia’ 2023 เมื่อเร็วๆ นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี คือบูธของสำนักงานทูตเกษตร สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (USDA) ซึ่งได้เปิดตัวสมาพันธ์ ส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรชนพื้นเมืองอเมริกัน (Intertribal Agriculture Counci-IAC) หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม ‘อินเดียนแดง’ โดย คุณเกว็นโดลิน คาร์ดโน อัครราชทูตที่ปรึกษา เป็นประธานเปิด และได้เชิญบรรดาเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ล้วนเป็นชาวอเมริกันอินเดียนมานำเสนอผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ข้าวป่า (Wild Rice) ชาเหยาพอน (YauponTea) และ ปลาแซลมอน ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ รวมถึงผลผลิตจากฟาร์มโคนมที่แปรรูป อย่างเช่น ชีสแบบต่างๆ และไอศกรีม ใครได้ชิมต่างติดใจรสชาติที่แสนอร่อย นอกจากนี้ยังมีแอปเปิ้ลหลากสายพันธุ์

คุณเกว็นโดลินให้ข้อมูลว่า การเปิดตัวสมาพันธ์ส่งเสริมการ ส่งออกสินค้าเกษตรชนพื้นเมืองอเมริกันสู่ตลาดโลกเป็นครั้งแรกที่ไทย และใหญ่ที่สุดในเอเชีย เพื่อให้เป็นฮับหรือศูนย์กลางการเปิดตลาดสินค้าของชนพื้นเมืองอเมริกันในประเทศต่างๆ แถบภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะเป้าหมายหลักคือไทย เพราะมีศักยภาพและความพร้อมต่อการตอบรับสินค้าดังกล่าว

สมาพันธ์นี้เป็นองค์กรที่ดำเนินการด้านเครื่องหมายรับรองคุณภาพสินค้าชนพื้นเมืองอเมริกันและอาหารอเมริกันอินเดียน ผ่านเครื่องหมายการค้า Made/Produced by American Indians ที่รัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาและชุมชนหมู่บ้านอลาสกาดั้งเดิม ให้การยอมรับสนับสนุนการเกษตรของชนพื้นเมืองอเมริกันที่มีการเพาะปลูกพืชต่างๆ อาทิ การประมงในรัฐอลาสกา และการเพาะปลูกข้าวป่าในรัฐมินนิโซตา ตลอดจนผลิตภัณฑ์การเกษตรดั้งเดิม เช่น น้ำผึ้งป่า น้ำมันมะกอกป่า ชาเหยาพอนชาสายสุขภาพที่มาแรงติดเทรนด์อาหารโลก นอกจากนี้ยังมีสินค้าอื่นๆ ให้เลือกสรร

คุณเคลลี่ อ. สแตง ที่ปรึกษาฝ่ายการเกษตรภูมิภาคฯ สถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย ให้รายละเอียดว่า มูลค่าการส่งออกโดยรวมจากอเมริกามาไทยค่อนข้างเติบโตดี ไทยอยู่ในลำดับที่ 20 ของการส่งออกสินค้าทางเกษตรของอเมริกา ส่วนอเมริกาก็อยู่ในลำดับที่ 10 ในการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย

“สินค้าส่งออกมาไทยอันดับแรกๆ คือ ถั่วเหลือง, อาหารสดและเนื้อสัตว์ หนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญก็คือผลิตภัณฑ์จากนมวัว ซึ่งเติบโตค่อนข้างดีในช่วง 2 ปีนี้ อีกอย่างคือแอปเปิ้ล ตัวเลขการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อปีที่แล้ว”

คุณเคลลี่บอกว่า รัฐวอชิงตันเป็นรัฐอันดับหนึ่งในการส่งออกแอปเปิ้ลของโลก และเป็นผู้นำในการผลิตแอปเปิ้ลมากกว่า 60% ของแอปเปิ้ลที่ผลิตในอเมริกา ความลับของความอร่อยของแอปเปิ้ลวอชิงตันคือดินและน้ำที่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นดินภูเขาไฟเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกผลไม้ โดยเฉพาะ แอปเปิ้ล ส่วนน้ำก็อยู่ใกล้แม่น้ำโคลัมเบีย อุดมไปด้วยแร่ธาตุ

งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของชาวอเมริกันอินเดียน ข้าวป่าและชาเหยาพอนได้รับความสนใจมาก เพราะมีสตอรี่ที่ดึงดูด ในขณะที่บ้านเราได้ชื่อว่าเป็นดินแดนส่งข้าวออก ติดอันดับต้นๆ ของโลก และยังมีชาสมุนไพรหลากหลาย 2 ผลิตภัณฑ์นี้จึงมีความ โดดเด่นยิ่งนัก ทั้งในเชิงการตลาดและเชิงวัฒนธรรม

‘คุณนิโคล เวย์บาอันซี’ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโททอล ไทรบ์เบิลฯ ผู้ผลิตและจำหน่ายชาเหยาพอน แบรนด์ ยูพอน (Yopun Tea) เล่าถึงสรรพคุณชานี้ว่า ชื่อแบรนด์ ‘Yopun’ แปลว่าต้นไม้เเห่งความลับในภาษาอินเดียแดงโบราณ ตัวชามี 3 แบบด้วยกัน มีชาแบบคั่วเข้มข้น ปานกลางและแบบอ่อน ประโยชน์ของชานี้ มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยต่อต้านมะเร็ง ดื่มแล้วอารมณ์ดีเพราะมีกาเฟอีนเล็กน้อย ช่วยให้สุขภาพดี ภูมิคุ้มกันดี

“ชา Yaupon คือชาศักดิ์สิทธิ์ของเผ่า พวกเราเชื่อในธรรมชาติ เชื่อในเรื่อง จิตวิญญาณ เมื่อจะเก็บเกี่ยวชา มีวิธีเก็บเฉพาะซึ่งเป็นความลับ ต้นของชาขึ้นอยู่ทั่วทวีปอเมริกา แต่จะเจริญเติบโตดีที่สุดถ้าอยู่ใกล้น้ำทะเลและต้นสน ในความเชื่อของพวกเรา ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวข้องกัน และชานี้คือพี่น้องของเรา พวกเราได้ประโยชน์จากชา จึงต้องเก็บเกี่ยวชาอย่างระมัดระวังและด้วยความเคารพ ตามคุณย่าพระจันทร์ คุณปู่พระอาทิตย์และคุณแม่โลก ในขณะเก็บเกี่ยวต้องระวังอารมณ์ตลอดเวลา ต้องอารมณ์ดีเวลาเก็บเกี่ยว ร้องเพลงให้ต้นชาฟัง ประเพณีการเก็บเกี่ยวชานี้ ต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจดี เราใส่ความรักและพลังงานบวกสู่ใบชา ห้ามมีพลังลบ ถ้าหากทะเลาะกับใครหรือมีอารมณ์ไม่ดีห้ามยุ่งเกี่ยวกับชา ห้ามเก็บเกี่ยวหรือจับชา เพราะชามีชีวิต เชื่อว่าหากได้ดื่มชานี้จะได้รับพลังงานที่ดีเข้าสู่ร่างกาย”

ด้าน คุณธีรวี อังกุวรกุล ตัวแทนของสมาพันธ์ผู้ส่งออกสินค้าเกษตรชนพื้นเมืองอเมริกันประจำประเทศไทย อธิบายถึงข้าวป่าว่า ส่วนใหญ่ปลูกในนาข้าว ปลูกและเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องจักร ข้าวป่าของชนพื้นเมืองในรัฐมินนิโซตาบางกลุ่ม ยังคงรูปแบบการปลูกและเก็บเกี่ยวแบบเดียวกับที่ทำเมื่อหลายศตวรรษก่อนตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ โดยใช้เรือแคนูและไม้เคาะ ข้าวที่เก็บเกี่ยวจะแห้งเอง จะเริ่มปลูกในช่วงฤดูร้อนเดือนก.ค. ส.ค.ถึงก.ย. ใช้เวลาปลูก 90 วัน ซึ่งในการปลูกของเกษตรกรพื้นเมืองจะมีพิธีกรรมลงแขกเหมือนบ้านเราสมัยก่อน

ข้าวป่าถือว่าเป็นสินค้าพรีเมียม ราคาขายที่อเมริกาสูงกว่าราคาข้าวปกติ 3-4 เท่า เช่น ข้าวป่า ความนิยมมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นซูเปอร์ฟู้ดที่ให้สารอาหารสูงมาก มีเมล็ดลีบเล็กและยาว มีสารอาหารสูงกว่าข้าวทั่วไป มีไฟเบอร์สูง โปรตีนสูง มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันต่ำ เป็นการปลูกแบบออร์แกนิก ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง หรือใส่ปุ๋ยเคมี เพราะพื้นดินมีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ

หลังจากนี้คงต้องติดตามกันว่า ‘ข้าวป่า-ชาเหยาพอน’ ที่มีเรื่องราวน่าสนใจและดีต่อสุขภาพ ตลาดในไทยจะตอบรับมากน้อยแค่ไหน

ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน