‘กานต์’แฮปปี้เรียนรู้แสดงแง้มมุมมองความรักคือการให้
อาทิตย์ใส
แจ้งเกิดจากการประกวดไทยซูเปอร์โมเดล ปี 2020 จากนั้น ‘กานต์’ ณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์ ก็ได้รับโอกาสทางด้านการแสดง เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงสังกัดช่อง 7 HD ประเดิมละครเรื่องแรก “เขยบ้านไร่ สะใภ้ไฮโซ” ตามด้วย เสาร์ 5, หงส์ฟ้า และ มนตราตะเกียงแก้ว
ล่าสุดชิมลางเป็นนางเอกหลังข่าวเต็มตัวเรื่องแรกในละคร “ฤทัยบดี” ของค่าย 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ ประกบคู่พระเอกหนุ่ม ‘โดนัท’ ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์ ร่วมด้วย ‘บิว’ ณัฐพล ไรยวงค์ และ ‘เจนนี่’ ชยิสรา วัฒนะนาวิน
วันนี้โอกาสเหมาะ ได้จับเข่าคุยนางเอกสาวดาวรุ่งมาแรง ‘กานต์ ณัฐชา’ ถึงการทำงานในวงการ และ เรื่องราวชีวิตส่วนตัว
เห็นว่าในละคร “ฤทัยบดี” เราเป็นตัวเดินเรื่องเลย?
กานต์ – “ค่ะ เรื่องนี้รับบทเป็น ปานฤทัย, ช่อเอื้อง และ มายด์ หนึ่งคนแต่ 3 ชื่อ จริงๆ ปมมันเกิดจากครอบครัวเราที่โดนปองร้าย ตอนเราเกิดมามีพลังจิตทำให้เป็นที่หมายปองของเหล่าตัวร้าย เขาก็จะตามฆ่าครอบครัวเรา แล้วคุณพ่อใช้มนต์บวกกับที่เรามีพลังก็เลยทำให้เราไปโผล่ในอนาคต พออายุครบรอบบวกกับ เสือ (บิว ณัฐพล) พี่ชายเราเรียนอาคมมาแข็งแกร่งก็เรียกเรากลับมา กลับมาปุ๊บก็เหมือนจะเป็นตัวสร้างเรื่องให้ทุกคนค่ะ ความสนุกสนานจะเริ่มจากนั้น จากที่เขาอยู่กันสงบๆ คราวนี้วุ่นวายกันทั้งเมือง”
“เรื่องนี้ค่อนข้างครบรส จริงๆ เขาบอกว่าเรื่องนี้เป็นพีเรียด แอ๊กชั่น โรแมนติก แต่กานต์ยืนยัน อีกหนึ่งอย่างว่ามีคอมเมดี้แน่นอน กานต์ไม่เคยเล่นคอมเมดี้เลย นี่เป็นเรื่องแรก ตอนแรกๆ ที่ถ่ายทำก็งงๆ เรื่องจังหวะต่างๆ แต่โชคดีที่ พี่โด (โดนัท ภัทรพลฒ์) กับ พี่บิวถนัดคอมเมดี้ เคยผ่านประสบการณ์มาแล้วก็เลยแนะนำเราแทบจะทุกซีนว่าลองเล่นแบบนี้แบบนี้นะ จังหวะเป็นแบบนี้ ก็เลยกลายเป็นคอมเมดี้ในตัวปานฤทัยไปเลย โชคดีที่พี่ๆ ทุกคนที่เข้ากับเราจะคอยบอกคอยแนะนำตลอด ไม่ว่าจะเป็นพาร์ตคอมเมดี้ พาร์ตดราม่า พาร์ตแอ๊กชั่น เพราะบางทีเราเล่นไปก็ไม่รู้ตัวหรอกว่าภาพมันออกมาเป็นยังไง”
เล่นละครมาแล้วกี่เรื่อง?
กานต์ – “เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 5 แต่เป็นละคร หลังข่าวเต็มตัวเรื่องแรก เพราะก่อนหน้านี้จะเล่นละครเย็นค่ะ จริงๆ ก็กดดันมาก ก็พยายามจะหากำลังใจ แต่ต้องบอกก่อนนะคะว่าเรื่องนี้มันไม่ได้ดำเนินได้ด้วยเราคนเดียว เรามีนักแสดงที่ขนทัพกันมาเสิร์ฟความสนุกให้ท่านผู้ชมแล้วก็มีทีมงานที่เต็มที่ ก็เลยรู้สึกว่าเราทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ ทีมงานทำหน้าที่ของทีมงานอย่างเต็มที่ บวกกับนักแสดงที่เต็มที่ เลยมองว่าตรงนี้แหละค่ะที่จะทำให้ผลงานละครเรื่องนี้ออกมาดีแล้วก็ทำให้ผู้ชมชื่นชอบ”
หลงรักอะไรในตัว ปานฤทัย ถึงทำให้เห็นบทแล้วรับเล่นเลย?
กานต์ – “คือหนูต้องรับค่ะ (หัวเราะ) ตอนทราบว่าจะได้ เล่นเรื่องนี้ หนูไปรู้มาว่าเรื่องนี้มีแฟนนิยายเยอะ เขาเป็นหนังสือมาก่อน ก็เลยตัดสินใจไปซื้อหนังสือมาอ่านจะได้รู้คาแร็กเตอร์ ตัวละคร จินตนาการจากนิยาย เราก็ทำการบ้านกับตัวนิยายมาก่อนหน้านั้น คือจุดเด่นของนิยายจะมีเขียนบรรยายว่านางเอกคิดอะไรยังไง มันเลยทำให้เราเข้าใจตัวละครมากยิ่งขึ้น พอได้บทละครมาเราก็มาหาตรงกลางระหว่างบทละครกับบทนิยาย ก็เลยกลายมาเป็นปานฤทัยในเวอร์ชั่นละครแบบนี้ แบบมีจริตนิดนึง”
คล้ายตัวเราไหม?
กานต์ – “จริงๆ หนูไม่เคยยอมรับนะคะว่าเป็นตัวหนู แต่ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่า ปานฤทัย ก็คือ กานต์ ณัฐชา ค่ะ แต่อาจจะมีความต่างเล็กๆ น้อยๆ พอได้เล่นแล้วชอบในความเป็น คนกล้าของตัวปานฤทัยที่จะทำอะไรก็ตามมองว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ถูกต้อง กล้าที่จะพูดที่จะทำ”
เรื่องนี้มีบู๊ ได้บู๊ด้วยไหม?
กานต์ – “จริงๆ ตอนอ่านนิยายคิดไว้แล้วว่าปานฤทัยไม่บู๊หรอก ส่วนใหญ่ใช้พลังจิต แต่ไปๆ มาๆ มาเล่นกับไนน์ บีเวอร์ ฟิล์มส์ จะไม่บู๊ได้ยังไง ใช่ไหมคะ ก็มีบ้างบางซีนค่ะ อยากให้ติดตามเพราะกานต์ตั้งใจมาก การบู๊โดย ใช้หอก คือไม่เคยใช้อาวุธนี้มาก่อนเลย การใช้หอกมันยากมากค่ะ เรื่องนี้ตัวนิยายมันสนุกอยู่แล้ว แล้วตัวบทละครก็สนุก อยากให้ทุกคนคลายเครียดแล้วสนุกไปกับพวกเราค่ะ”
กับพระเอก ‘โดนัท ภัทรพลฒ์’ เคยร่วมงานกันมาแล้วแต่ไม่ได้เข้าคู่กัน เรื่องนี้เป็นครั้งแรก มีความเขินอายกันไหม?
กานต์ – “ค่ะ จริงๆ กุ๊กกิ๊กในเรื่องอาจจะได้เห็นบ้าง แต่ไม่ได้กุ๊กกิ๊กหวานซึ้ง ฉากล้มจูบในตอนแรกๆ นางก็ขอโทษขอโพยนานมากกว่าจะได้ถ่ายเสร็จ เขินกันอยู่ค่ะ ตอนแรกๆ ก็มีความเกรงใจกัน หลังจากนั้นพอเราคุยกันมากขึ้นและพี่โดให้ คำแนะนำตลอด ไม่ว่าจะเรื่องการแสดงหรือเรื่องอะไรก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าเราคุยกับคนนี้ได้ อีกอย่างพี่โดรับรีแอ๊กเก่งมากแล้ว เขาก็ไหลลื่นไปกับเราตลอด บวกกับทีมเรา 4 คน พี่บิว พี่โด แล้วก็เจนนี่ ไปเที่ยวด้วยกันบ่อย เลยเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ ละลายพฤติกรรมกันได้ดี”
เข้าวงการมานานขนาดไหนแล้ว?
กานต์ – “สองเกือบสามปีค่ะ รู้สึกว่าตัวเองยังเป็นรุ่นน้องอยู่เลย เพราะมีอะไรหลายๆ อย่างที่ต้องเรียนรู้ ต้องพัฒนาอีกเยอะ”
มองยังไงกับการแสดง?
กานต์ – “กานต์บอกกับตัวเองตลอดว่าการแสดงคือศิลปะอย่างหนึ่งที่เราต้องพัฒนาตลอด เราอาจจะไม่ใช่นักแสดงที่เก่งมาก อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 5 เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคของนักแสดงแต่ละคน รวมไปถึงคอมเมดี้ เพราะไม่เคยเล่นคอมเมดี้จนกระทั่งมาเรื่องนี้ ก็มาเรียนรู้เพิ่มค่ะ การทำงานของเราในแต่ละวันมันก็เลยแฮปปี้สนุกเหมือนเราไปเล่นสนุกไม่ได้ไปทำงานแบบเคร่งเครียด ก็เลยมองว่าการแสดงของเราพัฒนาขึ้นในระดับหนึ่งค่ะ”

เข้าวงการจากเวทีประกวดเดินแบบยังทำเกี่ยวกับสายนางแบบอยู่ไหม?
กานต์ – “ก็ยังรับถ่ายแบบอยู่เรื่อยๆ ค่ะ ช่วงที่เราได้รับตำแหน่งไทยซูเปอร์โมเดลปี 2020 หลังจากนั้นก็มีโควิดสองปีเต็มๆ งานถ่ายแบบช่วงนั้นอาจจะน้อย แต่ช่วงนี้เริ่มกลับมารับแล้วค่ะ ถ่ายแบบเคยถ่ายมาตั้งแต่ก่อนเข้าวงการแล้ว ก็ชอบค่ะ ความฝันของเราอีกอย่างคือการเป็นนางแบบ เพราะเรารู้สึกว่าเราเป็นคนที่แต่งตัวตัวเองไม่เก่ง แต่ชอบให้คนอื่นมาแต่งตัวให้ เราก็เลยสนุกกับการ ถ่ายรูปถ่ายแบบ ตอนนี้ภาพการแสดงของเราชัดกว่าเพราะเราทำงานกับช่อง 7 โดยตรงเขาจะเน้นไปเรื่องการแสดง”
มีบทบาทไหนที่อยากลองเล่นไหม?
กานต์ – “อยากลองเล่นร้ายลึกดู รู้สึกว่ามันได้ใช้กระบวนการคิดค่อนข้างเยอะ ที่ผ่านมาเราเล่นเป็นตัวละครที่คิดอะไรก็เล่นแบบนั้นพูดแบบนั้น รู้สึกยังไงก็แสดงออกแบบนั้น ถ้าเราได้ลองเล่นร้ายลึกดูก็น่าจะสนุกกับการเล่นกับตัวละคร”
นอกจากพาร์ตงานในวงการบันเทิง มีความฝันอะไรที่อยากจะทำอีกไหม?
กานต์ – “อยากเปิดร้านกาแฟ เพราะเราเคยเป็นเด็กพาร์ตไทม์มาก่อน ชอบการได้ชงกาแฟ ตอนนี้ก็กำลังเก็บตังค์อยู่ค่ะ หาเงินทุนอยู่ หนูชอบดื่มกาแฟเป็นคนติดกาแฟ”
วันว่างๆ เราทำอะไร?
กานต์ – “เวลาที่เราว่างแล้วไม่เหนื่อยเกินไปชอบไปเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม นัดเพื่อนในวงการจากละครเรื่องเก่าไปเล่นเวกบอร์ดกัน แต่จริงๆ เป็นคนเล่นไม่เป็นนะคะ ไปเอาสนุกไปออกกำลังกาย เล็กๆน้อยๆ การได้ออกไปเจอเพื่อนๆ ก็ถือเป็นการรีแล็กซ์”
เรื่องความรักตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
กานต์ – “ยังไม่มีแฟนค่ะ แต่ว่าคนที่คุยก็มีเข้ามาบ้าง ทำงาน 7 วันบางทีเรารับบทเป็นนางเอกแทบจะเข้าแทบทุกคิว แล้วก็แทบทั้งวัน ก็เลยไม่ค่อยมีเวลาได้คุยเท่าไหร่ แต่ว่าก็ค่ะ…(ยิ้มเขิน)”
เขินทำไม?
กานต์ – “(หัวเราะ) คือต้องบอกอย่างนี้ค่ะ เราเป็นคนที่ชอบดูแลเทกแคร์คนอื่น ถ้าเราทำไม่ได้เต็มที่เราก็จะรู้สึกเฟลกับตัวเอง ก็เลยคิดว่าเอาเรื่องงานก่อนแล้วกัน ถ้าวันนึงมันจะใช่มันก็ใช่ค่ะ”
มุมมองความรัก?
กานต์ – “อย่างที่บอก เราเป็นคนชอบเทกแคร์ เป็นคนใส่ใจคนที่อยู่ข้างๆ เราเลยมองว่าความรักคือการให้ ถ้าให้ได้เราก็อยากจะให้อย่างเต็มที่ ถ้าเรายังไม่พร้อมก็ไม่อยากจะมีเท่าไหร่ แต่ถ้ามีก็ได้ไม่ติด ถ้าเกิดเข้าใจในสิ่งที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ค่ะ”