นับตั้งแต่มีกลุ่มทุนฐานะมั่งคั่งเข้ามา เทกโอเวอร์ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ได้ต้อนรับนักเตะฝีเท้าชั้นยอดเข้าสู่สังกัดหลายคน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ ทุกคนที่จะถูกยกย่องให้เข้าขั้นระดับตำนานตลอดกาลของสโมสร
ถ้าให้พูดถึงฮีโร่ตลอดกาลของแมนฯ ซิตี้ แฟนบอลยุคปัจจุบันคงนึกถึงชื่อ เซร์คิโอ อเกโร, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, ดาบิด ซิลบา, แฟร์นานดินโญ หรือถ้าเป็นผู้เล่นที่อยู่ในทีมขณะนี้ เควิน เดอ บรอยน์, เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ ย่อมโดดเด่นเหนือใคร
ถึงอย่างนั้น ในทีมชุดปัจจุบันนั้นยังมีผู้เล่นอีกคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะอยู่ในเงามืด แต่ก็มีบทบาทกับแมนฯ ซิตี้อย่างสูง และเมื่อถึงเวลาต้องออกโรงก็กลายเป็นว่าเฉิดฉายยิ่งกว่าใครเสียอีก
อิลคาย กุนโดกัน นับว่าเป็นนักเตะคู่บุญคนหนึ่งของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันแมนฯ ซิตี้ โดยกุนโดกันย้ายมาร่วมทัพ “เรือใบสีฟ้า” เมื่อเดือนมิถุนายน 2016 และถือเป็นผู้เล่นคนแรกที่กวาร์ดิโอลาเซ็นสัญญาเข้าสู่สโมสรแห่งนี้ด้วย
เส้นทางอาชีพของกุนโดกันกับแมนฯ ซิตี้นั้นมีทั้งช่วงเวลาที่เป็นตัวหลักอย่างมั่นคง กับช่วงเวลาที่เป็นเพียงตัวสำรอง แต่แข้งรายนี้ก็ยังปักหลักกับ “เรือใบสีฟ้า” มาได้อย่างยาวนาน จนได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำของทีม และปัจจุบันก็เป็นกัปตันทีมเต็มตัวไปแล้ว

ถ้ามองในแง่ฝีเท้า กุนโดกันอาจไม่ได้โดดเด่นเมื่อเทียบกับผู้เล่นอีกหลายคนของแมนฯ ซิตี้ ไม่ว่าจะแง่เทคนิค, การจ่ายบอล, การอ่านเกม, พละกำลัง, ความฟิต ล้วนแต่มีคนที่ดูเหนือกว่ากุนโดกันทั้งนั้น
แต่จุดเด่นของกุนโดกันอยู่ที่การมีคุณสมบัติ แต่ละข้อในระดับที่สูงพอสมควร นั่นทำให้แข้งรายนี้กลายเป็นผู้เล่นอเนกประสงค์ในแดนกลาง จะเล่นบทบาทตัวรับหรือตัวรุกก็ได้ถ้าทีมต้องการ หรือถ้าทีมมีผู้เล่นตัวรับและตัวรุกอยู่แล้ว กุนโดกันก็สามารถรับบทบาทคนคอยประสานที่ทำให้การเล่นในภาพรวมเนียนตาได้อีก
ไม่เพียงเท่านั้น กุนโดกันยังขึ้นชื่อเรื่องการยิงประตูสำคัญให้ทีม หลายประตูของแข้งรายนี้พูดได้เลยว่าพลิกชะตาของแมนฯ ซิตี้โดยสิ้นเชิง
ดังที่เพิ่งเห็นกันไปในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ใครจะไปคิดว่าเป็นกุนโดกันที่สวมบทฮีโร่เหมาคนเดียว 2 ประตู ให้ทีมชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 แถมลูกแรกยังใช้เวลาเพียง 13 วินาที เป็นสถิติใหม่ของนัดชิงชนะเลิศถ้วยนี้ด้วย

หรือในพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว นัดปิดซีซั่นที่แมนฯ ซิตี้ตามหลังแอสตัน วิลลา 0-2 ก็เป็นกุนโดกันที่ลงมาเป็นตัวสำรอง แล้วยิงคนเดียว 2 ประตู ช่วยทีมพลิกชนะ 3-2 และคว้าแชมป์ด้วยแต้มเหนือกว่าลิเวอร์พูล 1 คะแนนเท่านั้น
ยังมีอีกเกมของฤดูกาลที่แล้วที่น่าพูดถึง ซึ่งแมนฯ ซิตี้บุกชนะลิเวอร์พูล 4-1 แต่แมนฯ ซิตี้อาจไม่ชนะถ้ากุนโดกันไม่ยิงให้ทีมนำ 1-0 และนำอีกครั้ง 2-1 ซึ่งถ้าเกิด “เรือใบสีฟ้า” พลาดชัยเกมนี้ขึ้นมา ก็อาจส่งผลให้ทีมชวดแชมป์ในท้ายที่สุดไปด้วย
ช่วงเวลา 7 ปีกับแมนฯ ซิตี้ กุนโดกันประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย และลีก คัพ 4 สมัย แถมตอนนี้กำลังมุ่งล่าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ซึ่งจะทำให้ “เรือใบสีฟ้า” คว้าเทรเบิลแชมป์ในฤดูกาลเดียวด้วย

กุนโดกันวัย 32 ปี จะหมดสัญญากับแมนฯ ซิตี้เมื่อจบฤดูกาลนี้ ซึ่งกวาร์ดิโอลาแสดงท่าทีว่าไม่อยากให้แข้งรายนี้ย้ายออก แต่ก็ต้องรอดูว่าทางสโมสรจะยื่นสัญญาใหม่ให้หรือไม่ หรือตัวนักเตะจะเลือกไปหาความท้าทายใหม่ๆ ช่วงบั้นปลายอาชีพหรือเปล่า
ไม่ว่าสุดท้ายแล้วกุนโดกันจะได้อยู่ต่อหรือแยกทางไป แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าดาวเตะทีมชาติเยอรมนีรายนี้เป็นอีกผู้เล่นที่คู่ควรกับคำว่าตำนานสโมสร ที่เหล่ากองเชียร์แมนฯ ซิตี้จะจดจำและพูดถึงความดีงามของแข้งรายนี้ตราบนานเท่านาน