“ผู้บริหาร ส.อ.ท.ส่วนใหญ่ คาดหวังให้รัฐบาลใหม่เร่งปรับปรุงโครงสร้างการผลิตไฟฟ้า การคำนวณราคา และกำลังการผลิตที่เหมาะสม เพื่อลดค่าครองชีพประชาชนและสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ตามที่ระบุในเอ็มโอยูโดยเร็ว”

หลังจาก 8 พรรค ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วม (MOU) จัดตั้งรัฐบาล เมื่อ 22 พ.ค.2566 ถือเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในทางการเมืองไทยมาก่อน ทั้ง 23 ข้อ หลายเรื่องมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย

ผู้บริหาร ส.อ.ท.ส่วนใหญ่ คาดหวังให้รัฐบาลใหม่เร่งปรับปรุงโครงสร้างการผลิตไฟฟ้า การคำนวณราคา และกำลังการผลิตที่เหมาะสม เพื่อลดค่าครองชีพประชาชนและสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ตามที่ระบุในเอ็มโอยูโดยเร็ว ซึ่งภาคอุตสาหกรรมได้เรียกร้องมาตลอด

สืบเนื่องมาจาก ส.อ.ท.สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหาร 252 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรมและ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด พบว่า ร้อยละ 75.8 อยากให้เร่งปรับปรุงโครงสร้างการผลิตไฟฟ้า การคำนวณราคาและกำลังการผลิตที่เหมาะสม เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน ขณะที่ร้อยละ 71.4 อยากให้แก้ไขปัญหาทุจริต

ร้อยละ 67.9 อยากให้ส่งเสริมและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสใหม่และความพร้อมของประเทศ และร้อยละ 58.7 ยกระดับให้ผลิตภาพแรงงานเป็นวาระแห่งชาติ มุ่งเน้นการสร้าง การพัฒนาบุคลากรตามความต้องการของอุตสาหกรรม รวมถึงร้อยละ 58.7 บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ยังอยากให้ปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ และการขออนุญาตภาครัฐให้มีความสะดวก โปร่งใส ลดความเหลื่อมล้ำและลดระดับหนี้ครัวเรือน แก้ไขปัญหาแรงงาน และเร่งเพิ่มผลิตภาพแรงงาน

มองว่า นอกจากข้อตกลงร่วมทั้ง 23 ข้อ ยังมีเรื่องสำคัญที่รัฐบาลใหม่ควรให้ความสำคัญและดำเนินการเพิ่มเติม เช่น การส่งเสริมและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสใหม่แก่ประเทศ การยกระดับให้ผลิตภาพแรงงานเป็นวาระแห่งชาติ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยกำหนดให้การปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบและการขออนุญาตภาครัฐ ให้มีความสะดวก โปร่งใส เทียบเคียงกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เป็น เป้าหมายลำดับแรกๆ ในการดำเนินงานของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในทุกมิติ

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน