ยังคงต้องลุ้นกันต่อไปว่าการจัดตั้งรัฐบาลพรรคก้าวไกลจะสำเร็จ หรือไม่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ ได้หรือไม่ ทั้งเรื่องการชี้ขาดคุณสมบัติที่กกต.กำลังพิจารณา และเรื่องของส.ว.ที่จะช่วยโหวตให้ผ่านพ้นไปได้หรือไม่
แต่แม้สถานการณ์จะยังไม่นิ่ง เราก็เห็นพรรคก้าวไกลและตัวนายพิธาเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง พบปะผู้คนองค์กรต่างๆ สื่อมวลชน เพื่อแสดงออกถึงวิสัยทัศน์ บทบาทและจุดยืนให้สังคมรับทราบมากขึ้นเรื่อยๆ
เราจึงเห็นอีกมุมนอกจากเรื่องจุดยืนทางการเมืองที่หนักแน่นในเชิงอุดมการณ์ มาเป็นเรื่องของเศรษฐกิจปากท้องที่เกี่ยวพันกับคนส่วนใหญ่ในสังคม
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ที่ไม่ใช่จะตะบี้ตะบันขึ้นโดยผลักภาระให้นายจ้างเพียงอย่างเดียว แต่จะมีกลไกและมาตรการทางภาษี หรือประกันสังคมเข้ามาช่วยเหลือ หรือเรื่องของสุราก้าวหน้า ที่ให้โอกาสคนตัวเล็กตัวน้อยได้ลืมตาอ้าปาก ให้แปรรูปสินค้าทางการเกษตรที่ราคาตกต่ำมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า ส่งเสริมทั้งวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนในสังคม
การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง กวาดล้างระบบส่วย ที่กลายเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย ให้ไม่ใช่เรื่องปกติอีกต่อไป
และก็แน่นอนว่าแนวคิดพวกนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยพูดกันมาแล้วทั้งนั้น และก่อนหน้านี้ก็มีการเริ่มต้นลงมือทำไปแล้วบางส่วน แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลังการรัฐประหารที่ทำให้ประเทศติดหล่มมาร่วมทศวรรษทุกอย่างก็เลือนหายไป รวมทั้งความหวังของประชาชนด้วย
ดังจะเห็นจากความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มหนึ่งที่ทนไม่ได้ อยากจะย้ายประเทศไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ตอนนี้เมื่อเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ประชาชนก็เริ่มมีความคาดหวังครั้งใหม่ หวังจะมีโอกาสลืมตาอ้าปากในสังคมที่เป็นธรรมมากกว่านี้ ได้ยกระดับคุณภาพชีวิต
เปลี่ยนฉากทัศน์ของนักการเมือง จากการเป็นผู้ปกครอง กลายมาเป็นคนที่ทำงานเพื่อรับใช้ปวงชน
เป็นความหวังที่จุดประกายความต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ ก็คงจะไม่เกินเลยไป
ปัญหาสำคัญก็คือจะมีใครหน้าไหนที่จะมากระชากความหวังของประชาชนครั้งนี้ไปบดขยี้อีกหรือไม่
และหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็ต้องประเมินท่าทีของประชาชนให้ดี
ความเสียใจ จะกลายเป็นความ คับแค้น และความโกรธเกรี้ยว
หากยังดึงดันจะทำลายความหวัง ของประชาชน ก็คงจะเกิดเรื่องเหล่านี้ ในไม่ช้า!!!