มีโอกาสได้เจอะเจอกับผู้บริหารหนุ่ม เป่า จ้วงเฟย ผู้จัดการทั่วไป เนต้า ออโต้ ไทยแลนด์ ผู้ผลิต และจำหน่ายรถยนต์ ‘เนต้า’ แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า 100% จากแดนมังกร ในวันที่ไปร่วมทดสอบ เนต้า เอส (NETA S) สปอร์ตหรูสุดแรง ที่มีแผนนำเข้ามาขายในบ้านเราเร็วๆ นี้

ไม่พลาดโอกาสพูดคุย อัพเดตความเคลื่อนไหวต่างๆ ทั้งของตัวเนต้าเอง และภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ว่าเป็นไปในทิศทางใดบ้าง

◆ ปีนี้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตมาก
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในประเทศไทยถือได้ว่าได้รับความนิยมอย่างมาก และเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ค่อนข้างมาก ใช้เวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น ลูกค้าเปิดใจในการตอบรับเป็นอย่างดี ขณะที่ในประเทศจีนต้องใช้เวลา 4-5 ปี กว่าที่จะมีตัวเลขยอดขายที่ชัดเจน แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีความรู้ความเข้าใจรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และต้องการใช้งานอย่างแท้จริง

ปัจจุบันลูกค้าเข้ามาที่โชว์รูมเนต้าไม่มีคำถามเชิงเทคนิคเหมือน ในอดีต คำถามเหมือนกับซื้อรถยนต์ทั่วไป เช่น ได้รับรถเมื่อไหร่ จัดไฟแนนซ์อย่างไร

รวมถึงลูกค้าต่างจังหวัดมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นมาก คิดเป็น 50% ของยอดขาย เนื่องจากสามารถใช้งานได้สะดวกสบาย ไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่องการชาร์จไฟฟ้า แม้จะยังมีสถานีชาร์จจำนวนไม่มาก แต่ด้วยการจราจรที่คล่องตัวทำให้กำหนดระยะทางและเวลาในการเดินทางได้เมื่อเทียบกับการใช้งานในกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ มองว่าตลาดรวมรถยนต์ของประเทศไทยในปีนี้น่าจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว หรือลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 800,000-850,000 คัน แบ่งสัดส่วนเป็นรถเก๋งและเอสยูวีประมาณ 55-60% และรถยนต์ไฟฟ้าคาดว่าจะมีสัดส่วนคิดเป็น 10% ของตลาดรถเก๋งและเอสยูวี หรือมียอดขาย 50,000-60,000 คัน ซึ่งถือว่าเติบโตเร็วมาก

◆ ยอดขายของเนต้า
ยอดขายมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องและได้ทยอยส่งมอบตั้งแต่เดือนธ.ค. 2565 ต่อเนื่องถึงวันนี้ไปแล้วกว่า 5,000 คัน โดยเดือนพ.ค.มีการ ส่งมอบมากที่สุดประมาณ 2,000 คัน

โดยในปีนี้ตั้งเป้าส่งมอบให้ลูกค้าได้ 10,000 คัน มั่นใจว่าทำได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน เพราะได้เตรียมกลยุทธ์การตลาด รวมถึงเร่งขยายโชว์รูมและศูนย์บริการให้เพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีอยู่ 27 แห่ง ให้เป็นไม่น้อยกว่า 40 แห่งภายในสิ้นปีนี้ แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอย่างละ 50% เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

◆ แผนการผลิตในไทย
เป็นไปตามแผน อาคารที่ตั้งโรงงาน เครื่องจักร ทั้งในส่วนของตัวถัง การเชื่อม รวมถึงพ่นสี วันนี้มีความพร้อมแล้ว 60-70% ส่วนที่เหลือคือการจัดหาผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ เพราะตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะใช้ชิ้นส่วนในประเทศไม่น้อยกว่า 50% โดยเฉพาะในส่วนของแบตเตอรี่ ที่อยู่ระหว่างเจรจากับโรงงานผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย 2-3 ราย เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขการลงทุนและบริหารจัดการต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากโรงงานแห่งนี้ผลิตทั้งพวงมาลัยขวาสำหรับตลาดในประเทศไทย และพวงมาลัยซ้ายส่งออกไปประเทศในแถบอาเซียนด้วย

มั่นใจว่าสามารถเริ่มผลิตคันแรกได้ภายในไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งจะเร่งผลิตให้ทันกับการชดเชยยอดขายของปีนี้ ตามเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนดไว้จากการได้รับเงินสนับสนุน

พร้อมทั้งเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเนต้าอีก 1 รุ่น เพิ่มจากเนต้า V ที่จำหน่ายรุ่นเดียวในปัจจุบัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน