ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รื้อถอนแท่นปืนใหญ่โบราณและสิงโตหินแกะสลักโบราณออกจากบริเวณหน้าวิหาร พระสังกัจจายน์ ก่อนนำแผ่นผ้าพลาสติกมาปิดทับ โดยเจ้าหน้าที่วัดและพระสงฆ์ผู้ดูแลในวัดเข้าทักท้วง ขอดูหนังสืออนุญาตอย่างเป็นทางการ แต่กลุ่มผู้รื้อถอนไม่มีให้ จึงยุติการรื้อถอน

นายเฉลิม จิตรามาศ ประชาสัมพันธ์วัด ระบุว่า โดยข้อเท็จจริงและหลักการสำคัญของการดัดแปลงแก้ไขต่อเติมปลูกสร้างนั้น จะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากรหรือไม่ ในส่วนของเจ้าหน้าที่วัดไม่ทราบเรื่องนี้ แต่ล่าสุด ทราบว่ามีการเคลียร์กันแล้ว ก็ไม่ทราบว่าจะอย่างไรกันต่อ ทั้งนี้ ปืนใหญ่ที่อยู่บริเวณหน้าวิหารมีการนำมาจัดไว้เมื่อคราวรัชกาลที่ 6 ส่งเสนาบดีบูรณะวัดพระมหาธาตุ มีการจัดระบบกันครั้งใหญ่ รวมทั้งสมบัติมีค่าทองคำเพชรนิลจินดาต่างๆ ล้วนแต่เป็นของโบราณทั้งสิ้น และเข้าใจว่ากองทุนมรดกโลกที่มีการระดมทุนกันใหม่ 10-15 ล้านบาท จากภาคส่วนต่างๆ ถ้าไม่ทำอะไรหายไป คงถูกตั้งคำถามจึงต้องเร่งดำเนินการอีกครั้ง

สำหรับการเสนอองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชสู่การเป็นมรดกโลก ถูกตั้งคำถามถึงการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการจัดทำเอกสารสำคัญในการเสนอเป็นมรดกโลกที่ได้ขึ้นบัญชีรอการเป็นมรดกโลกมาแล้ว 10 ปี แต่การจัดทำเอกสารเสนอต่อยูเนสโกยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด และขอขยายเวลา โดยอ้างอุปสรรคการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถจัดทำเอกสารได้ทัน นอกจากนี้ หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงการบริหารเงินหลาย 10 ล้านบาท ที่ใช้ในกระบวนการจัดทำเอกสารเป็นไปอย่างโปร่งใสหรือไม่ รวมทั้งกระบวนการจัดทำเอกสารที่มีความล่าช้าผิดปกติ ซึ่งเงินส่วนนี้เป็นเงินบริจาค และล่าสุดได้ระดมเงินเข้ากองทุนอีกครั้ง มีการจัดทำวัตถุมงคลในชื่อรุ่นเลื่อนมรดกโลกทรัพย์รุ่งเรือง ทำให้มีคนที่ติดตามเตรียมยื่นหนังสือสอบถามความโปร่งใสในเรื่องนี้แล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน