ร้านสปาไทยระส่ำ ‘ซาอุ-ดูไบ’ กว้านซื้อตัว ‘หมอนวด’ เพิ่มค่าจ้างให้ 1.6-2 แสนบาท/เดือน จากที่ทำเมืองไทยได้ค่าจ้าง 3 หมื่นบาท/เดือน วอนรัฐบาลปลดล็อกอาชีพสงวนเพราะคนไทยไม่ทำงานบริการ
นายกฤป โรจนเสถียร ประธานและประธานบริหาร ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ต เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) กำลังประสบปัญหา ขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวในต่างประเทศ โดยเฉพาะแถบตะวันออกกลาง อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย เป็นต้น แห่กว้านซื้อตัวหมอนวด หรือสปา เธอราปิสต์ (Spa Therapist) ชาวไทย โดยให้ค่าจ้างเพิ่มถึง 4-5 เท่า จากที่เมืองไทยได้ค่าจ้าง 3 หมื่นบาท/เดือน
“หมอนวดชาวไทยเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการสปาในต่างประเทศมากที่สุด ค่าตัวแพงที่สุด และหายากมากที่สุด จึงให้ค่าจ้างเพิ่มจากระดับฐานค่าจ้าง 3 หมื่นบาท/เดือนในไทย เป็น 1.2-1.6 แสนบาท/เดือน ในแถบตะวันออกกลาง และสูงสุดเคยเห็นค่าจ้างแตะถึง 2 แสนบาท/เดือน เพราะแถบตะวันออกกลางมีการเปิดโรงแรมใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะในซาอุดีอาระเบีย ที่กำลังเร่งกระตุ้นภาคท่องเที่ยว”
นายกฤปกล่าวว่า รัฐบาลใหม่ของไทยควรสร้างความร่วมมือกับรัฐบาลในตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย อย่างเร่งด่วน ในการพัฒนาหลักสูตรอบรมหมอนวดชาวตะวันออกกลาง เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคท่องเที่ยวของไทยในระยะยาว และต้องร่วมกับภาคเอกชนของไทย จัดตั้ง “ศูนย์อบรมแรงงานด้านท่องเที่ยว” ทั้งพนักงานโรงแรมทั่วไป เพื่อรองรับเทรนด์สังคมสูงวัย และ การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในอีก 5-10 ปีข้างหน้า
“เราจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนแรงงานกันภายในกลุ่มอาเซียน (ASEAN) 10 ประเทศ ซึ่งมีจำนวนประชากรรวมกว่า 500-600 ล้านคน มาบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงาน ต้องมองร่วมกันว่าจะทำอย่างไรให้ภูมิภาคนี้มีเศรษฐกิจดีในช่วงขาขึ้นของเศรษฐกิจเอเชีย ซึ่งสวนทางกับประเทศตะวันตก โดยเฉพาะจีนที่ขนาดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) กำลังจะแซงหน้าสหรัฐในอีก 5 ปีข้างหน้า”
นายกรด โรจนเสถียร ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ต กล่าวว่า หมอนวดเป็นอาชีพสงวนของคนไทย แต่คนไทยไม่นิยมทำ ปัจจุบันมีแรงงานขึ้นทะเบียน 200,000 คนในไทย จากสถานประกอบกิจการได้รับใบอนุญาตกว่า 10,000 แห่ง จึงขอเสนอให้แก้กฎหมายเปิดรับชาวต่างชาติมาทำอาชีพหมอนวดได้ในภาวะขาดแคลนไปก่อน และให้เพิ่มภาษากลาง เช่น ภาษาอังกฤษ รองรับชาวต่างชาติที่สนใจเรียน เพื่อผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนด้านสุขภาพในอนาคต
“ที่ผ่านมามีการพัฒนาเรื่องคุณวุฒิวิชาชีพการท่องเที่ยวมาเป็น 10 ปี เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียนปี 2558 แต่สิ่งดีๆ กลับหยุดไป ทั้งที่สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานได้”