ยังไม่แจ่มชัดในเรื่องตำแหน่ง“ประธานสภาผู้แทนราษฎร”ว่าจะออกมาอย่างไร
ความไม่แจ่มชัดในที่นี้อยู่ที่ว่าพรรคก้าวไกลจะยืนยันว่าจะต้องเป็นโควตาของตน หรือว่าจะยินดีสละให้เป็นของพรรคเพื่อไทย
หากย้อน“ความร้อนแรง”ที่เคยเกิดขึ้นก็ย่อม“น่ากลัว”
เป็นความร้อนแรงที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เสนอว่าน่าจะเป็นของพรรคก้าวไกล ขณะที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เห็นว่าน่าจะเป็นของพรรคเพื่อไทย
นี่จึงเป็นเรื่องที่จะต้องมีการเจรจา ต่อรอง
อย่างไรหรือคือเหตุผลของพรรคก้าวไกล อย่างไรหรือคือเหตุผลของพรรคเพื่อไทย
พรรคเพื่อไทยให้ความเห็นว่าในเมื่อตำแหน่ง“นายกรัฐมนตรี”เป็นของพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรคอันดับ 1 ซึ่งก็คือ ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ตำแหน่ง“ประธานสภา”ก็น่าจะเป็นของ“เพื่อไทย”
หากทุกอย่างดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยราบรื่น นั่นก็คือ ประมุขบริหารเป็นของพรรคก้าวไกล ประมุขนิติบัญญัติเป็นของพรรคเพื่อไทย ก็นับว่าชอบด้วยเหตุผล
ถามว่า“การ”จะดำเนินไปอย่างนั้นละหรือ
ปมเงื่อนอยู่ตรงที่ความละเอียดอ่อนนี้ อีกฝ่ายก็มองเข้ามาอย่างต้องการ“เสี้ยม”
ทางหนึ่ง เห็นได้จากการเคลื่อนไหวในทุกก้าวย่างเพื่อสกัดและขัดขวางมิให้ตำแหน่ง“นายกรัฐมนตรี”เป็นของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ด่านใหญ่อย่างยิ่งย่อมเป็นด่าน 250 ส.ว.
ขณะเดียวกัน ก็พยายามทะลวงเข้ามา“เสี้ยม”ให้พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าหากต้องการตำแหน่ง“ประธานสภา”ก็มีโอกาสสูงอย่างสูงยิ่ง
อย่าคิดว่าแผน“เสี้ยม”นี้จะไม่บังเกิด“ผล”
ปัจจัยจึงอยู่ที่ความมั่นคงไม่ว่าจะเป็นของพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย
เป็นความมั่นคงภายใต้เส้นไหมที่ร้อยเชื่อมอย่างที่ร่วมกันลงนามเป็น“เอ็มโอยู”เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ว่าจะมีความจริงใจต่อกันมากน้อยเพียงใด
หากหวั่นไหว วอกแวก เมื่อใดนั่นหมายถึงลางแห่งหายนะ