ศาลอาญาสืบพยานนัดแรกคดี ‘ทุนมินลัต’ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ-ค้ายาเสพติด เบิกตัว 4 จำเลย นักธุรกิจเมียนมา พร้อมผู้ร่วมแก๊งจากเรือนจำ สว.สส.สน.พญาไท พยานปากแรก เบิกความระบุ หลังจับกุม 6 กลุ่มค้ายาเสพติด ขยายผลคดี พบเอาเงินค้ายามาซื้อน้ำมันกลับไปขายฝั่งเมียนมา เปิดแผนผัง ‘อัลลัวร์ กรุ๊ป’ มัดกลุ่มจำเลย กับลูกเขยส.ว.คนดัง โอนหลักประกันซื้อไฟฟ้า รับประโยชน์เป็นเงินเดือนค้ายา พบการโอนเงินผิดปกติกว่า 500 บัญชี ประสานป.ป.ส. สอบพบเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ห้องพิจารณาคดี 801 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก คดีอัยการสำนักงานคดียาเสพติด 9 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายทุน มิน ลัต นักธุรกิจชาวเมียนมา, นายดีน ยัง จุลธุระ, น.ส.น้ำหอม เนตรตระกูล , นางปิยะดา คำต๊ะ และบริษัท อัลลัวร์กรุ๊ป (พีแอนด์อี) รวม 5 ราย ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และพ.ร.บ.ป้องกัน และปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

ส่วน นายทุน มิน ลัต จำเลยที่ 1,2,3,4 ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นพิจารณาศาลได้เบิกตัวมาจากเรือนจำ ในชุดนักโทษสีน้ำตาล เพื่อร่วมการสืบพยาน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ดูแลใกล้ชิด โดยมีญาติชาวต่างชาติและคนใกล้ชิดกว่า 20 คน มาให้กำลังใจ

ขณะที่จำเลยทั้งหมดมีทนายความพร้อมต่อสู้คดี ซึ่งศาลได้จัดล่ามแปลภาษาในการ สืบพยานให้จำเลยซึ่งเป็นชาวต่างชาติได้ฟังโดยเข้าใจด้วย ขณะเดียวกันทางฝ่ายจำเลยเองก็จัดเตรียมล่ามส่วนตัวไว้ด้วย ทั้งนี้ในการ สืบพยานศาล ได้ใช้ระบบบันทึกคำพยาน ด้วยภาพและเสียง (e-Hearing)

โดยพนักงานอัยการโจทก์แถลงต่อศาล ขอส่งบัญชีพยานบุคคลและพยานเอกสาร ที่เกี่ยวข้องเป็นความผิดองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเพิ่มเติม เนื่องจากตนเองเพิ่งได้รับ คำสั่งแต่งตั้งเป็นหัวหน้าคณะทำงานชุดใหม่ในสำนวนคดีนี้แทนชุดเก่า ซึ่งทนายความฝ่ายจำเลยคัดค้าน แต่ศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ให้นำพยานที่มีส่วนรู้เห็นมาเบิกความ จึงอนุญาตให้ส่งบัญชีพยานบุคคล และพยานเอกสารเพิ่มเติมได้

พยานปากแรก ที่อัยการนำสืบในวันนี้คือ พ.ต.ท.มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ สว.สส.สน.พญาไท อายุ 34 ปี ซึ่งเบิกความสรุปว่า ตนเป็นผู้สืบสวนจับกุมจำเลยคดีนี้ และเคยเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.2 บก.สส.บช.น. ได้จับกุมผู้ค้ายาเสพติดมาแล้ว 30-40 คดี เชื่อว่าผู้ผลิตยาเสพติดอยู่นอกราชอาณาจักร บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ หรือ ชายแดนประเทศไทย ลาว และเมียนมา

คดีนี้เริ่มมาจากการจับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด จำนวน 6 กลุ่ม และมีแผนประทุษกรรม คล้ายกับคดีการจับกุม นายพิทวัส แสงโสภา กับพวกรวม 6 คน ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิต พฤติการณ์คือ เอาเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดในประเทศไทย เพื่อซื้อน้ำมันกลับไปขายยังประเทศเมียนมา ส่วนคดีนี้พบว่ามีการเอาเงินไปชำระค่าไฟฟ้า ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อนำไฟฟ้าส่งออกไปที่ประเทศเมียนมา

จากนั้น พ.ต.ท.มานะพงษ์ได้เบิกความ ประกอบแผนผังขนาดใหญ่ว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลเชื่อมโยงกับ 3 บริษัท คือ บริษัทเมียนมา อัลลัวร์ กรุ๊ป จดทะเบียนที่ประเทศพม่า, บริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป จดทะเบียนในประเทศไทย และบริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป (พีแอนด์อี) จดทะเบียนในประเทศไทย โดยนายทุน มิน ลัต จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการบริษัทเมียนมา อัลลัวร์ กรุ๊ป, นายดีน ยัง จำเลยที่ 2 เป็นลูกเขยของนายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (??ส.ว.??) ทำหน้าที่โอนหลักประกัน การซื้อไฟฟ้าทั้ง 3 บริษัท กับบริษัทการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.แม่สาย จำเลยที่ 3 เป็นกรรมการ บริษัทอัลลัวร์ กรุ๊ป รับผลประโยชน์เป็นเงินเดือน จากเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด ส่วนจำเลยที่ 4 เป็นผู้ถือหุ้น บริษัท อัลลัวร์กรุ๊ป (พีแอนด์อี) มีหน้าที่นำสลิปไปตรวจสอบการชำระค่าไฟฟ้า

พ.ต.ท.มานะพงษ์เบิกความอีกว่า การจับกุม ยาเสพติดคดีนี้ ได้ยึดโทรศัพท์ตรวจสอบ พบว่า มีข้อมูลการฝากเงินที่ได้จากการค้า ยาเสพติด ผ่านตู้ฝากเงินสดอัตโนมัติ หรือ CDM ที่กลุ่มนักค้ายาเสพติดจะเรียกว่า “หย่อนตู้” เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าต้นทางการฝากเงิน มาจากใคร ภายหลังการจับกุมและสืบสวนขยายผลไปยัง บริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป (พีแอนด์อี) พบบัญชีการโอนเงินกว่า 500 บัญชี ลักษณะผิดปกติ จึงประสานป.ป.ส.เพื่อตรวจสอบว่าบัญชีที่โอนมาเป็นเงินจากยาเสพติดหรือไม่ จากฐานข้อมูลของป.ป.ส.ตรวจสอบพบว่าเกี่ยวข้องกับผู้ค้ายาเสพติดขนาดเล็กและขนาดกลาง

พ.ต.ท.มานะพงษ์กล่าวต่อว่า การทำคดีนี้ตำรวจไม่ได้ทำงานเพียงหน่วยงานเดียว แต่ได้ประสานข้อมูลไปยังกรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบการเสียภาษี ประสานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อตรวจสอบการจดทะเบียน สำนักงาน ประกันสังคม พบว่าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย ประกอบธุรกิจโดยไม่มีลูกจ้าง และประสานกรมศุลกากร ตรวจสอบการนำเงินออกผ่านแดน ที่ปกติการค้าระหว่างประเทศ จะชำระผ่านระบบธนาคาร แต่มีการอ้างสถานการณ์โควิด-19 แล้วชำระเงินผ่านบริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินตราแทน ประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกองบัญชีการตำรวจปราบปรามยาเสพติด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน