กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานข้าหลวงใหญ่ ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็น เอชซีอาร์ และยูนิเซฟ ร่วมกันจัดงานสัมมนาระดับชาติว่าด้วยการยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติของเด็กในประเทศไทย โดยมี เจ้าหน้าที่จากภาครัฐ ภาคประชาสังคม และหน่วยงานสหประชาชาติ ร่วมกันผนึกกำลังเพื่อยุติความไร้รัฐไร้สัญชาติของเด็ก
งานสัมมนานี้อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ร่วมของยูเอ็นเอชซีอาร์และยูนิเซฟ เพื่อแก้ปัญหาการไร้รัฐไร้สัญชาติของเด็ก โดยมีวัตถุ ประสงค์เพื่อทบทวนความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมระบุถึงความท้าทายที่ยังคงอยู่เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาแนวทางแก้ไข ตลอดจนส่งเสริมความเข้มแข็งในการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความก้าวหน้าด้านกฎหมายและนโยบายในการจัดการปัญหาการไร้รัฐไร้สัญชาติ อย่างไรก็ตาม นายจูเซปเป้ เดอ วินเซนทีส ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า “การแก้ปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติในเด็กในประเทศไทยยังคงเป็นงานที่ไม่เสร็จสิ้นและต้องเร่งดำเนินการต่อเนื่อง เรายินดีกับความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติของเด็ก ยูเอ็นเอชซีอาร์จะยังคงสนับสนุนรัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนงานให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น และพิจารณาแสดงเจตจำนงในการแก้ไขปัญหาการไร้รัฐไร้สัญชาติที่การประชุมระดับโลกว่าด้วยเรื่องผู้ลี้ภัย (Global Refugee Forum) ในปลายปีนี้”

ด้าน นางคยองซัน คิม ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะมีสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง และมีสถานะทางกฎหมาย ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและเป็นประตูด่านแรกที่จะช่วยให้เด็กๆ เข้าถึงสิทธิด้านอื่นๆ เช่น สิทธิในการมีชีวิตอยู่รอด สิทธิด้านการศึกษา สิทธิในการได้รับการปกป้องคุ้มครอง และสิทธิในการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา การไม่มีสัญชาติหรือสถานะทางกฎหมายถือเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงสำหรับเด็กในการมีชีวิตที่มีคุณภาพและอนาคตที่สดใส”
รัฐบาลไทยเข้าร่วมการรณรงค์ #IBelong ของยูเอ็นเอชซีอาร์ เพื่อยุติภาวะไร้รัฐ ไร้สัญชาติภายในปี 2567 และให้คำมั่นสัญญาที่จะลดและแก้ปัญหาสถานะทางกฎหมายสำหรับบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติรวมถึงเด็ก เพื่อให้พวกเขาเข้าถึงการศึกษาและสวัสดิการทางสังคมและการคุ้มครองเด็ก ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2558 มีบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติที่ขึ้นทะเบียนกว่า 63,000 คน ได้รับสัญชาติไทย

ปัจจุบันกฎหมายไทยอนุญาตให้เด็ก ทุกคนที่เกิดในประเทศไทยสามารถจดทะเบียนการเกิด ได้รับสูติบัตร เข้าเรียนในโรงเรียนหรือเข้าถึงการรักษาพยาบาล แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีสถานะทางกฎหมายหรือเอกสารใดๆ ก็ตาม
นางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า “งานสัมมนาในวันนี้ไม่เพียงเป็นโอกาสสะท้อนความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติในเด็กเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เรากลั่นกรองและเร่งความพยายามในการแก้ไขปัญหาการไร้รัฐ ไร้สัญชาติของเด็กในประเทศไทยอย่างครอบคลุม รัฐบาลไทยจะใช้โอกาสนี้เพื่อเร่งการดำเนินงานของเราโดยร่วมมือกับหน่วยงานของสหประชาชาติและภาคประชาสังคมเพื่อแก้ปัญหาเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย”