แม้จะเป็นน้องเล็กสุดของค่าย แต่ใช่ว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ A200 จะแรง จะเท่ สู้รุ่นพี่ไม่ได้ อย่างล่าสุดที่เปิดตัวไปหมาดๆ กับซีดานรูปร่างกะทัดรัด A200 AMG Dynamic
เพราะเท่าที่สัมผัสทั้งขาไป ในแบบผู้โดยสารเบาะหลัง และขับทดสอบขากลับ เส้นทางกรุงเทพฯ-ชะอำ-กรุงเทพฯ บอกเลยว่าไม่ธรรมดา
นัดเจอกันแต่เช้า ที่จุดสตาร์ตย่าน ถ.สาทร อธิบายความเรื่องรถ และเส้นทางพอหอมปากหอมคอ พร้อมให้เดินทาง ในรูปแบบฟรีรัน คือ ขับในสไตล์ตัวเอง แล้วไปเจอกันที่จุดหมายปลายทางในเวลาที่กำหนด

ขาไป ‘ข่าวสด ยานยนต์’ อาสาเป็นผู้โดยสาร แล้วให้น้องร่วมคันเป็นผู้ทดสอบไปก่อน สัมผัสแรก หลังจากนั่งลงที่เบาะหลังหุ้มหนังนุ่มแน่น
แต่ตัวเบาะนั่งจมลึก แถมรองรับต้นขาได้ไม่สุด ทำให้เข่าชัน ขณะที่พื้นที่เหนือศีรษะเหลือค่อนข้างน้อย ด้วยดีไซน์ตัวรถออกแนวคูเป้เล็กๆ หากเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ และโดยสารเป็นเวลานาน อาการเมื่อยล้าอาจถามหาเอาง่ายๆ
ดีว่ามีพาโนรามิก รูฟ ที่เพดาน ผ่อนคลายสายตา กับท้องฟ้ากว้างไกล รวมถึงช่องแอร์เล็กๆ สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

ช่วงล่างออกแนวค่อนไปทางแข็ง แต่ไม่ถึงกับกระด้าง เพียงแต่ความนุ่มนวลอาจจะยังห่างรุ่นพี่อยู่หลายขุม ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะต้องการความคล่องตัว และหนึบแน่น
จังหวะทำความเร็วสูงและเข้าโค้งตัวรถมีความเสถียรอยู่พอประมาณ อาการของผู้โดยสารเบาะหลังมีแรงเหวี่ยงอยู่บ้าง แต่ไม่ได้หนักหน่วง แม้น้องผู้ทดสอบจะใส่เต็มก็ตาม
ขยับมานั่งตำแหน่งคนขับ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน แบบสัมผัสเต็มรูปแบบ ทรงท้ายตัดอารมณ์สปอร์ต วงพวงมาลัยอวบอิ่มไป นิดหนึ่ง จับได้ไม่เต็มวง ดีว่าหุ้มหนัง nappa รู้สึกกระชับมือ
เส้นทางจากชะอำมุ่งสู่ ถ.พระราม 2 ถนนด้านหน้าฝั่งละ 3 เลน โล่งเสียเหลือเกิน กดคันเร่งเพิ่มทันที 150-160-170 ก.ม.ต่อช.ม.

วันนั้นไปสุดที่ปริ่ม 200 ก.ม.ต่อช.ม. แต่ยังมีให้ไปต่อ น่าจะใกล้เคียงกับสเป๊ก สูงสุด 230 ก.ม.ต่อช.ม. แทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นรถเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.3 ลิตร ที่มีกำลังสูงสุดอยู่เพียง 163 แรงม้าเท่านั้น
ถึง ถ.พระราม 2 เพื่อนร่วมทางเริ่มหนาตา แต่ยังขับตามกันไปเรื่อยๆ ปรับจากโหมดคอมฟอร์ต เป็นโหมดสปอร์ต เพราะต้องเร่งแซงซ้าย-ขวาอยู่บ่อยครั้ง
นอกจากเสียงเครื่องยนต์ที่ดุดันขึ้นแล้ว เครื่องยนต์ และการเปลี่ยนเกียร์มีความกระชับ มากขึ้น รวมถึงแรงเหวี่ยงที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อกระชากรถเปลี่ยนเลนบนย่านความเร็วสูง อารมณ์เหมือนได้ขับรถสปอร์ตชั้นดี ประมาณนั้นเลยทีเดียว

เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด และหากต้องการสนุกขึ้น มีแพดเดิล ชิฟต์ เพื่อให้เปลี่ยนเกียร์ในโหมดแมนวลที่หลังแป้นพวงมาลัย
ความนุ่มนวล ไม่ได้นิ่มนวลชวนฝัน แต่ไม่ถึงกับกระเด้งกระดอน ผ่านหลุม บ่อ คอสะพาน แนะนำใช้ความเร็วที่เหมาะสม ช่วยให้ผ่านไปได้แบบไม่เครียด
ใกล้ถึงเมืองกรุง ปรับเป็นโหมดอีโค หรือโหมดประหยัด ตัวรถมีอาการหน่วงขึ้น ไม่ว่าจะออกตัว หรือเร่งแซง
ขับโหมดนี้มาได้สักพัก เปลี่ยนใจเลือกใช้โหมดคอมฟอร์ตน่าจะเหมาะกว่า เพราะได้ทั้งความนุ่มนวลและกำลังที่เรียกมาใช้งานได้ทันใจ
รวมตลอดที่ข่าวสด ยานยนต์ เป็นผู้ทดสอบระยะทางอยู่ที่ 180 ก.ม. อัตราสิ้นเปลือง 8.6 ลิตรต่อ 100 ก.ม. คิดเป็น 11.62 ก.ม. ต่อลิตร ตัวเลขประหยัดได้ใจอยู่พอประมาณ กับความเร็วเฉลี่ย 79 ก.ม.ต่อช.ม.
ดีไซน์ของเจ้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ A200 AMG Dynamic ที่ปรับเปลี่ยนให้เห็นชัดๆ คือกันชนหน้า ที่ยกมาจาก CLS คันเท่ รถในฝันของใครหลายคน
รวมถึงกระจังหน้า Star pattern radiator grille ที่มีโลโก้ ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ รายล้อมด้วยดาวระยิบระยับเต็มหน้ากระจัง บนฝากระโปรงมีเพาเวอร์โดม เพื่อให้อากาศไหลผ่านได้ดียิ่งขึ้น

การตกแต่งแบบ AMG Styling เริ่มที่สเกิร์ตหน้า AMG พร้อม สปลิตเตอร์หน้าสี Iridium Silver Matt แผงสเกิร์ตข้าง AMG สีเดียวกับตัวรถ และกันชนหลัง AMG พร้อมปลอกปลายท่อไอเสีย
ขณะที่ภายใน ตกแต่ง AMG Line ที่นั่งแบบสปอร์ตพร้อมพนักพิงศีรษะที่ปรับความสูงได้และวัสดุหุ้มที่นั่งด้วยหนังเทียม ARTICO/ไมโครไฟเบอร์ MICROCUT สีดำ เดินด้ายสีแดง ตัดกับสีเบาะ พร้อมชุดแป้นคันเร่ง และเบรก แบบสปอร์ต AMG
ส่วนค่าตัวของเมอร์เซเดส-เบนซ์ A200 AMG Dynamic คันนี้อยู่ที่ 2.32 ล้านบาท เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับใครที่ต้องการใช้งานรถยนต์ซีดานหรูขนาดเล็ก หรือเริ่มต้นทำความรู้จักกับค่ายนี้
น่าสนใจอยู่ไม่น้อย
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ