ศรีสะเกษ – น.ส.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดศูนย์วิจัยชุมชนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ศรีสะเกษว่า การจัดตั้งศูนย์นี้มุ่งเน้นไปที่ทุเรียนภูเขาไฟเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นประโยชน์หลายฝ่าย เพื่อให้ชุมชนได้เข้าถึงงานวิจัย

นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษเริ่มปลูกอย่างจริงจังในปี 2531 และเป็นจังหวัดเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่างที่ปลูกทุเรียนได้ผลดี โดยเฉพาะใน อ.กันทรลักษ์ และ อ.ขุนหาญ ที่มีทุเรียนติดอันดับความนิยมของประเทศ จากการปลูกในพื้นที่ภูเขาไฟโบราณที่มีธาตุอาหารสําคัญ สภาพ ภูมิอากาศไม่ชื้น ทำให้เนื้อทุเรียนแห้งพอดี นุ่มเหนียว เส้นใยละเอียด มีกลิ่นหอมเฉพาะ ไม่ฉุนมาก รสชาติหวานมัน

ศูนย์ทุเรียน – น.ส.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. เป็นประธานเปิดศูนย์วิจัยชุมชนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ที่ มรภ.ศรีสะเกษ มีนายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนางปาลลิน พวงมี ผู้อำนวยการกองวิจัยฯ กรม ส่งเสริมการเกษตร เข้าร่วม

นางปาลลิน พวงมี ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในภาพรวมของการปลูกทุเรียนในประเทศประมาณ 1,300,000 ไร่ นอกจากภาคตะวันออกและภาคใต้ จ.ศรีสะเกษ ถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่มีการขยายตัวของพื้นที่มากที่สุดกว่า 20,000 ไร่ แต่ถ้านับเรื่องคุณภาพของทุเรียนของ จ.ศรีสะเกษ ถือเป็นที่หนึ่งในประเทศ มากกว่าทุเรียนจากภาคตะวันออกและภาคใต้

สำหรับศรีสะเกษมีพื้นที่ปลูกทุเรียน 15,110 ไร่ เกษตรกรรวม 2,350 ครัวเรือน ให้ผลผลิตแล้ว 5,750 ไร่ (คิดเป็น 38%) ยังไม่ให้ผลผลิต 9,360 ไร่ (คิดเป็น 62%) ปลูกในพื้นที่ภูเขาไฟโบราณแถบเทือกเขาพนมดงรัก มีดินชนิดหินบะซอลต์เป็นดินเหนียวสีแดง มีคุณสมบัติระบายน้ำได้ดีและมีธาตุอาหารที่สําคัญคือ ฟอสฟอรัสสูง ปลูกในพื้นที่ 3 อำเภอได้แก่ อ.กันทรลักษ์ อ.ขุนหาญ และ อ.ศรีรัตนะ รวม 5,596 ไร่ (คิดเป็น 98%) ของผลผลิตทุเรียนทั้งหมดของ จ.ศรีสะเกษ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน