หลังคลาดกันไป กับทริปทดสอบ นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปรับโฉม (ไมเนอร์ เชนจ์) ด้วยติดภารกิจบางประการ แต่ถึงกระนั้น ‘กมลชนก เจริญจินดารัตน์ พีอาร์หนุ่ม แห่งค่ายนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย’ รีบจัดรถมาให้ทดสอบกันในทันที

เข้าไปรับรถที่คลังเก็บรถทดสอบย่านสาทร นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ตัวท็อป รุ่น VL สีเทา เกรย์ สกาย เพิร์ล (Gray Sky Pearl) หลังคาดำเงา มีลูกเล่นเล็กๆ กับแสงเงา แสงน้อยออกเฉดสีม่วง ไล่ไปจนถึงสีฟ้า เมื่อเจอแสงแดดจัด ที่มาในราคาค่าตัวอยู่ที่ 699,000 บาท พร้อมรออยู่แล้ว

กระจังหน้าดีไซน์ V-Motion แบบใหม่ (Next Generation V-Motion) ดูทันสมัย และพรีเมียมขึ้น ส่งให้ด้านหน้าของตัวรถมีความโดดเด่น และมีเอกลักษณ์

กดปุ่มสตาร์ต ที่อยู่ใกล้คันเกียร์ เสียงคำรามของเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบที่ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้า แรงบิด 152 นิวตัน-เมตร คำรามก้องเข้ามาในห้องโดยสารทันที และยิ่งกดคันเร่งเพิ่มความเร็ว รู้สึกได้ถึงเสียงที่ดังขึ้น รุกเร้าอารมณ์ให้อยากซิ่งในทันที

ตั้งใจตั้งแต่แรกแล้วว่า ทดสอบครั้งนี้ เน้นใช้งานในเมืองเป็นหลัก ด้วยเพราะคราวที่แล้ว ขับนอกเมืองจาก จ.ภูเก็ต ไป จ.พังงา ระยะทาง 236.6 ก.ม. อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 16.6 ก.ม.ต่อลิตร ความเร็วเฉลี่ย 60 ก.ม.ต่อช.ม. อยากรู้ว่าใช้ในเมือง อัตราสิ้นเปลืองจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวได้รู้กัน

ถ.สาทร แม้เป็นช่วงกลางวัน วันธรรมดา แต่รถราก็ยังหนาตาอยู่พอควร ดีว่าเจ้านิสสัน อัลเมร่า มีรูปร่างปราดเปรียว พวงมาลัยคล่องเบา น่าจะถูกใจสาวๆ ที่ต้องขับในเมือง แถมด้วยกำลังเครื่องยนต์ ที่แค่แตะคันเร่งเบาๆ ตัวรถพุ่งทะยาน ช่วยให้เร่งแซง เปลี่ยนเลนได้อย่างทันใจ

เกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT มีหน่วง และรอยสะดุดเล็กๆ เวลาคิกดาวน์ เพื่อเรียกกำลังมาใช้แบบปัจจุบันทันด่วน

ขึ้นทางด่วนได้ เจอถนนโล่งๆ ไม่รอช้า เพิ่มน้ำหนักเท้าที่แป้น คันเร่ง ไต่ระดับความเร็วขึ้นไปที่ 110-120-130 ก.ม.ต่อช.ม. ได้สบายๆ ไม่มีย่อ ไม่มีท้อ และยังมีให้ไปได้อีกเหลือเฟือ

แต่ต้องเตือนหน่อย หากใครอยากทำความเร็วกับเจ้านิสสัน อัลเมร่า ควรผ่อนเท้าให้เร็วขึ้นกว่าปกติ เพราะขนาด ‘ข่าวสด ยานยนต์’ เป็นนักขับ ที่ถอนเท้าเร็ว เมื่อเห็นว่าต้องชะลอรถ เพื่อให้ได้ทั้งความประหยัดน้ำมัน และใช้งานเบรกน้อยลง

แต่กับคันนี้ ยังต้องแตะเบรกเร็วกว่าที่คิด ด้วยความเร็วของตัวรถที่ลดลงช้ามาก ช่วงที่ขับแรกๆ ถึงกับเหยียบเบรกกันเป็นพัลวันเลยทีเดียว

ช่วงล่างใช้คำว่านุ่มนวลยังไม่ได้ แต่ก็ไม่ถึงกับกระด้าง บนย่านความเร็วสูง และเข้าโค้งแรงๆ มีอาการให้ได้สัมผัสเล็กๆ น่าจะเป็นด้วยเพราะความเบาของตัวรถ เมื่อเทียบกับกำลังของเครื่องยนต์ แต่ไม่ถึงกับเอาไม่อยู่

ดีไซน์ภายในเรียบหรู แผงคอนโซลหน้า และประตูข้างตกแต่งด้วยวัสดุสีน้ำเงินเข้ม เติมเต็มอารมณ์สปอร์ต เบาะนั่งหนังนุ่มแน่น พวงมาลัยรูปทรงสปอร์ต แบบ D-Shape ปรับสูงต่ำได้ พร้อมระบบมัลติฟังก์ชัน เพื่อควบคุมเครื่องเสียง และระบบเชื่อมต่อต่างๆ

แหงนหน้าขึ้นไปดูบนเพดาน เจอกับปุ่ม SOS เพื่อขอความช่วยเหลือ จากศูนย์ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันที ผ่านระบบเครื่องเสียงภายในรถยนต์ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ Bluetooth, USB และ AUX IN สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมลำโพง 6 จุด และระบบเชื่อมต่อแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ แอนดรอยด์ ออโต้ หรือจะใช้แอพพลิเคชั่นดูแผนที่ จากกูเกิ้ล แม็ป ก็ยังได้ สะดวกสบายด้วยที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย

มาตรวัดแบบเรืองแสง แบบ Digital แสดงผ่านหน้าจอ TFT หน้าจอสีขนาด 7 นิ้ว ด้านขวาแสดงความเร็วเพียงอย่างเดียว ด้านซ้ายแสดงข้อมูลที่จำเป็น อาทิ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย ระยะทางที่ขับได้จากน้ำมันที่เหลืออยู่ และยังเปลี่ยนให้แสดงเป็นมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ได้ อีกด้วย

ระบบความปลอดภัยมีมาให้เต็มคัน จนบางครั้งเผลอนึกไปว่ากำลังนั่งขับอยู่กับซีดานชั้นดีระดับพรีเมียมกันเลยทีเดียว รวมถึงมีระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน เพื่อตรวจสอบสถานะรถได้ตลอดเวลา

เบ็ดเสร็จกับการทดสอบเจ้านิสสัน อัลเมร่า ใหม่ รอบนี้ วิ่งไประยะทางรวม 271 ก.ม. อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 12.5 ก.ม.ต่อลิตร ถือว่าเป็นตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ดีพอตัว

เพราะขับในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น ไม่ว่าจะสาทร อโศก ชิดลม ราชปรารภ เป็นส่วนใหญ่ มีทำความเร็วได้บ้าง ยามอยู่บนทางด่วน และออกนอกเขตเมืองชั้นใน ดูได้จากความเร็วเฉลี่ยทำไว้ที่ 24 ก.ม.ต่อช.ม.

นักเลงรถเก๋งเล็ก แวะไปพิสูจน์ความแรงเกินพิกัด กับความประหยัดที่มีมาให้พอตัว ได้ที่โชว์รูม นิสสัน ทั่วประเทศ

กิตติพงศ์ ศรีเจริญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน